โลโฟเทน (ปีใหม่)

LOFOTEN (NEW YEAR)

การบินไทย
11 วัน 8 คืน
30 กิโลกรัม
มาตรฐานยุโรป
4 ดาว หรือเทียบเท่า

 

สายการบิน  :  การบินไทย / และสายการบินภายในของยุโรป 2 ครั้ง
โรงแรม  :   มาตรฐานยุโรป พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวก
อาหาร  :  เช้าแบบอเมริกัน เที่ยงและค่ำแบบยุโรปและเอเชีย
รถโค้ช  :   มาตรฐานยุโรป 40-48 ที่นั่ง          
มัคคุเทศก์  :   ชำนาญเส้นทางยุโรปแน่นอน

หมายเหตุ        
– โอกาสที่จะได้ชมแสงเหนือได้มากที่สุด คือช่วงตุลาคม-เมษายน 
– มันเป็นปรากฏการณ์ธรรมชาติ ไม่มีใครรับรองได้ว่าจะมีเมื่อไหร่ โปรดอย่าหลงเชื่อคำโฆษณาว่าได้เห็นแน่ๆ
– กล้องจากโทรศัพท์มือถือไม่เหมาะกับการถ่ายรูปแสงเหนือ ควรเตรียมกล้องถ่ายรูปและขาตั้งกล้องไปด้วย
– เมืองโลโฟเทนและทรุมเซอ ในช่วงฤดูหนาวมีโอกาสเห็นแสงเหนือค่อนข้างมาก
– การเดินทางไปโลโฟเทนโดยเครื่องบิน!!! LOFOTEN เป็นบริเวณปลายแหลมและหมู่เกาะเล็กๆ หลายๆ เกาะมารวมกันเป็นจังหวัด มีสนามบินเล็ก 2 แห่ง คือที่เมือง LEKNES และ SVOLVAER (มีที่เมืองใกล้เคียงอีกเมืองคือ BODO) แต่ทั้ง 3 สนามบินนี้ลงได้เฉพาะเครื่องบินเล็ก มีสายการบินที่บินเป็นหลักคือสายการบินภายในประเทศนอร์เวย์ ชื่อ WIDEROE บินด้วยเครื่องบินขนาดเล็กเครื่องใบพัดรุ่น DASH 8 (100/200) ความจุ 39+1 ลูกเรือ (แอร์โฮสเตส) / นอกจากนี้แล้วจะไปลง KIRUNA หรือ TROMSO (สวีเดน) เครื่องจะใหญ่ขึ้นเป็นเครื่อง 737 (500, 600, 700, 800) 124-144 กว่าที่นั่ง / ยูนิตี้ บินเข้า KIRUNA ออก TROMSO

 

วันแรก    กรุงเทพฯ
เวลา 22.00 น. :   พร้อมคณะที่สนามบินสุวรรณภูมิ (ทางเข้าประตู 3) เคาน์เตอร์ D – E สายการบินไทย เจ้าหน้าที่จากบริษัทฯ คอยให้การต้อนรับ

 

วันที่สอง    กรุงเทพฯ – สต็อคโฮล์ม (สวีเดน)
เวลา 01.10 น. :   ออกเดินทางสู่สต็อคโฮล์ม โดยเที่ยวบินที่ TG 960
เวลา 07.00 น. :   ถึงสนามบินกรุงสต็อคโฮล์ม (STOCKHOLM) นครหลวงของสวีเดน นำท่านผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากร นำท่านขึ้นจุดชมวิวบนเนินเขาถนน FJALLGATAN เพื่อบันทึกภาพของกรุงสต็อคโฮล์มจากมุมที่สวยที่สุด ชมเมืองที่ได้รับสมญานามว่า “เวนิสแห่งยุโรปเหนือ” และยังได้รับการคัดเลือกให้เป็น “นครหลวงแห่งวัฒนธรรมของยุโรป” เช่นเดียวกับเอเธนส์, ปารีสและอัมสเตอร์ดัม ชมวิวสวยของตัวเมืองที่ตั้งอยู่บนเกาะใหญ่ 14 เกาะที่ห้อมล้อมด้วยทะเลสาบมาลาร์และทะเลบอลติก ผ่านชมสถานที่สำคัญ อาทิ โอเปร่าเฮ้าส์, ที่ทำการรัฐบาลแห่งพระราชวังหลวง บนเกาะเมืองเก่ากมลาสตัน (GAMLASTAN) ซึ่งปัจจุบันใช้เป็นสถานที่รับรองแขกบ้านแขกเมือง นำท่านชมพิพิธภัณฑ์เรือรบโบราณวาซาร์ (VASA MUSEUM) ซึ่งสร้างขึ้นในสมัยกษัตริย์กุสสตาฟ อดอลฟที่ 2 ในช่วงปี 1626 และถือว่าเป็นเรือรบที่มีอานุภาพร้ายแรงที่สุดในยุคนั้นกับระวางขับน้ำ 1,300 ตัน ปืนใหญ่ 64 กระบอก เพื่อแย่งชิงความเป็นเจ้าแห่งทะเลบอลติกซึ่งก็ต้องผิดหวังอย่างร้ายแรงเพราะจมลงใต้ทะเลเพียงลงสัมผัสน้ำทะเลเพียงไม่กี่นาที และได้รับการกู้ขึ้นมาหลังจมอยู่ใต้น้ำถึง 333 ปี ชมความยิ่งใหญ่ในอดีตที่ได้รับการซ่อมแซมปะติดปะต่อชิ้นส่วนจากเศษผุพังนับแสนชิ้นที่จมและกระจายไปทั่วท้องน้ำ
เที่ยง  :  รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารแบบเอเชีย
บ่าย  :   นำชมศาลาว่าการเมืองสต็อคโฮล์ม ซึ่งใช้เป็นสถานที่จัดงานเลี้ยงฉลองผู้ที่ได้รับรางวัลโนเบลในทุกๆ สาขา ภายในห้อง GOLDEN HALL ที่ประดับประดาด้วยโมเสคทองคำนับล้านชิ้น จากนั้นอิสระให้ท่านได้เดินเล่นชมเมือง เลือกซื้อสินค้าบนถนนช้อปปิ้งตามอัธยาศัย
ค่ำ   :  รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
นำเข้าที่พักโรงแรม RADISSON BLU ROYAL VIKING HOTEL หรือระดับเดียวกัน

 

 

 

 

วันที่สาม    สต็อคโฮล์ม คิรูนา – โรงแรมน้ำแข็ง – อุทยานแห่งชาติอบิสโก
เช้า  :   รับประทานอาหารเช้าในโรงแรม / นำท่านสู่สนามบิน
เวลา 11.35 น. :   ออกเดินทางสู่คิรูนา โดยเที่ยวบินที่ SK 1042
เวลา 13.30 น. :  ถึงสนามบินเมืองคิรูนา (KIRUNA) ชุมชนใหญ่ทางตอนเหนือของสวีเดนเมืองที่ร่ำรวยจากการทำเหมืองแร่เหล็ก นำท่านสู่หมู่บ้านจูคาสจาวี (JUKKASJARVI) เพื่อนำชมโรงแรมน้ำแข็ง THE ICE HOTEL เดินชมโรงแรมน้ำแข็งที่ได้รับการบันทึกจากหนังสือกินเนสส์ บุ๊ค เรคคอร์ด ว่าเป็นถ้ำน้ำแข็งที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลกขนาดร่วม 4,000 ตารางเมตร แบ่งเป็นห้องพักราว 120 ห้องพัก มีการแกะสลักน้ำแข็งเป็นรูปร่างต่าง ๆ และ  แบ่งเป็นห้องต่างๆ มากมาย อาทิ โบสถ์สำหรับใช้ในการสวดมนต์ จัดพิธีแต่งงานหรือจัดงานในวันสำคัญๆ และ THE ABSOLUT ICE BAR ร้านขายเครื่องดื่มที่ทำจากน้ำแข็งทั้งหมด ทั้งโต๊ะ เก้าอี้บาร์  ให้ท่านได้เดินเล่นบันทึกภาพตามอัธยาศัย จากนั้นนำท่านสู่อุทยานแห่งชาติอบิสโก (ABISKO NATIONAL PARK / 1 ชม. 15 นาที) ในเขตแลปแลนด์ (LAPLAND) นำท่านเข้าที่พักโรงแรม HOTEL FJALLET หรือระดับเดียวกัน
ค่ำ   :   รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
**บริเวณอุทยานแห่งชาติอบิสโกและใกล้เคียงเป็นพื้นที่ที่เกิดแสงเหนือมากที่สุดแห่งหนึ่งของโลก
**เนื่องจากอุทยานแห่งชาติอบิสโกมีโรงแรม 2 แห่ง (เกสท์เฮ้าส์เล็กๆ 8 แห่ง) หากโรงแรมเต็มจะพักเมืองใกล้เคียง

 

 

 

 

วันที่สี่   อุทยานแห่งชาติอบิสโก – รถไฟสายอาร์กติกเซอร์เคิล – นาร์วิก (นอร์เวย์) – สโวลวาร์ (เกาะโลโฟเทน) 
เช้า :  รับประทานอาหารเช้าในโรงแรม
เวลา 11.14 น. :   นำท่านนั่งรถไฟขบวนพิเศษเส้นทางสายอาร์กติกเซอร์เคิล หนึ่งในเส้นทางรถไฟที่ขึ้นชื่อว่าสวยที่สุด ให้ท่านเพลิดเพลินไปกับทัศนียภาพอันงดงามของป่าสนและทะเลสาบ
**รถไฟสายอาร์กติกเซอร์เคิล อาจมีการยกเลิกโดยมิได้แจ้งล่วงหน้า
เวลา 12.53 น.  :   ถึงสถานีเมืองนาร์วิก (NARVIK) ทางตอนเหนือของประเทศนอร์เวย์ที่แวดล้อมไปด้วยภูเขาและทะเล อีกทั้งยังเป็นเมืองที่ ล้นเกล้ารัชกาลที่ 5 พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงเสด็จประพาสมาทรงทอดพระเนตรการทำเหมืองแร่ของเมืองนี้ ซึ่งยังคงเปิดให้บริการจนถึงปัจจุบัน
เวลา 13.30 น. :   รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
บ่าย :   นำท่านเดินทางสู่สโวลวาร์ (SVOLVAER) อีกหนึ่งเมืองเอกสำคัญบนเกาะโลโฟเทน ศูนย์กลางการเดินทางของหมู่เกาะแห่งนี้ ที่มีสนามบินท่าเรือ เฟอร์รี่เชื่อมเมืองต่างๆ อีกทั้งยังมีพิพิธภัณฑ์ ศูนย์ศิลปะ และแกลเลอรี่ที่สำคัญอีกด้วย นำท่านเข้าที่พักโรงแรม THON HOTEL LOFOTEN 3 คืน (ปีใหม่ CONFIRM)
ค่ำ  :   รับประทานอาหารค่ำในโรงแรม

 

 

 

 

วันที่ห้า   สโวลวาร์ – หมู่บ้านออ – หมู่บ้านฮัมนอย – หมู่บ้านเรนเน – สโวลวาร์
เช้า   :    รับประทานอาหารเช้าในโรงแรม
นำท่านเที่ยวเกาะโลโฟเทน (LOFOTEN ISLAND) เป็นหมู่เกาะเล็กเกาะน้อย อยู่ทางตะวันตกเฉียงเหนือของนอร์เวย์ มีเกาะใหญ่เด่นๆ อยู่ 4 เกาะ โดยมีถนนและสะพานเชื่อมทั้ง 4 เกาะ อาชีพส่วนใหญ่คือชาวประมง และที่นี่ยังเป็นแหล่งท่องเที่ยวทางธรรรมชาติที่สวยงามอีกด้วย  และด้วยความสวยงามธรรมชาติ หมู่เกาะเล็กเกาะน้อย และหมู่บ้านชาวประมงสีสดใส และยังเป็นจุดหมายปลายทางในฝันของนักล่าแสงเหนือ ทำให้โลโฟเทนกลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญ และถูกโหวตให้เป็นสถานที่ที่สวยที่สุดในนอร์เวย์และเป็นหมู่เกาะที่สวยที่สุดในโลกมาแล้ว นำท่านสู่หมู่บ้านออ (Å VILLAGE) บริเวณจุดสิ้นสุดของถนนสายหลัก E10 (ถนน KING OLAV’S) ถนนหลวงสายหลักสายเดียวของหมู่เกาะโลโฟเทน นอกจากความสวยงามของหมู่บ้าน ภูเขา ยังมีสถานที่น่าชม เช่น พิพิธภัณฑ์หมู่บ้านชาวประมงนอร์วีเจียน (NORWEGIAN FISHING VILLAGE MUSEUM) ที่นี่ท่านจะได้สัมผัสวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของชาวประมงที่อาศัยอยู่บนเกาะมายาวนานกว่า 250 ปี นำท่านสู่หมู่บ้านฮัมนอย (HAMNOY) อีกหนึ่งหมู่บ้านชาวประมงเก่าแก่และสวยงามที่สุดบนเกาะโลโฟเทน หมู่บ้านขนาดเล็กแต่มีความสวยงามน่ารัก เป็นหมู่บ้านยอดนิยมของนักท่องเที่ยว ด้วยทัศนียภาพอันสวยงามจึงเป็นจุดที่นักท่องเที่ยวนิยมมาถ่ายภาพเก็บความประทับใจบนสะพานหน้าหมู่บ้านเพื่อเก็บภาพบ้านชาวประมงสีแดงริมทะเล และด้านหลังเป็นภูเขา FESTHELLTINDEN ที่ตั้งตระหง่าน
เที่ยง  :   รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
บ่าย  :   นำท่านสู่หมู่บ้านเรนเน (REINE) หมู่บ้านชาวประมงบนเกาะมอสคาเนส (MOSKENESOY) ที่ได้ชื่อว่าเป็นหมู่บ้านที่สวยที่สุดในนอร์เวย์มาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ด้วยภูมิประเทศที่ล้อมรอบด้วยเทือกเขา โค้งอ่าวและฟยอร์ด กับสถาปัตยกรรมบ้านไม้ชาวประมงที่น่ารักเป็นระเบียบด้วยสีสันสดใส และวิถีชีวิตชาวประมงแบบดั้งเดิมที่ได้รับการอนุรักษ์ไว้เป็นอย่างดี จึงเป็นเสน่ห์ดึงดูดนักท่องเที่ยว ให้ท่านได้เดินชมความน่ารักและบันทึกภาพตามอัธยาศัย แล้วเดินทางกลับสโวลวาร์ นำท่านเข้าชมบาร์น้ำแข็ง (MAGIC ICE LOFOTEN) ที่มีการตกแต่งและแกะสลักน้ำแข็งไว้อย่างวิจิตรบรรจง (รวมชุดเข้าชมและ 1 เครื่องดื่ม) จากนั้นกลับโรงแรมที่พัก
ค่ำ  :   รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร  

 

 

 

 

วันที่หก   สโวลวาร์ – เฮนนิ่งสวาร์ – สโวลวาร์
เช้า  :   รับประทานอาหารเช้าในโรงแรม
เดินทางสู่หมู่บ้านเฮนนิ่งสวาร์ (HENNINGSVAER) หมู่บ้านประมงที่มีความสวยงามตั้งแต่เส้นทางเลาะเลียบริมทะเลจนถึงตัวเกาะที่เป็นที่ตั้งของหมู่บ้าน เดินชมความงามของอาคารบ้านเรือนที่สวยงามริมน้ำ
เที่ยง  :   รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
บ่าย  :   เดินทางกลับสโวลวาร์ (SVOLVAER)  นำชมพิพิธภัณฑ์สงครามที่เก็บรวบรวมอาวุธยุทโธปกรณ์และเครื่องใช้ของกองทัพสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 แล้วนำท่านกลับสโวลวาร์ พักผ่อนเพื่อเตรียมร่วมฉลองวันปีใหม่
ค่ำ  :  รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร

 

วันที่เจ็ด  สโวลวาร์ – บาร์ดู – ทรุมเซอ
เช้า  :   รับประทานอาหารเช้าในโรงแรม
นำท่านสู่เมืองบาร์ดู (BARDU) ระหว่างทางเลาะเลียบริมทะเลและเกาะแก่งที่สวยงามสลับบางช่วงเป็นหมู่บ้านประมง และฟาร์มแบบชนบทนอร์เวย์แท้ๆ
เที่ยง  :  รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
บ่าย  :    นำท่านสู่เมืองทรุมเซอ (TROMSO / 3 ชม.) ตั้งอยู่เหนือเส้นอาร์กติกเซอร์เคิล (ARCTIC CIRCLE) และได้ชื่อว่าเป็น THE CAPITAL OF THE ARCTIC มีความสำคัญคือทำให้เกิด MIDNIGHT SUN ในหน้าร้อน และ POLAR NIGHT ในหน้าหนาว และเป็นเมืองใหญ่ที่สุดในเขตภาคเหนือ เป็นเมืองสำคัญ ได้รับการขนานนามว่าเป็นปารีสแห่งยุโรปเหนือ ในอดีตทรุมเซอเป็นเมืองท่าที่สำคัญด้านการประมง และเส้นทางผ่านที่จะไปขั้วโลกเหนือ ทรุมเซอถูกเรียกจากนักท่องเที่ยวว่าเป็นประตูสู่ขั้วโลกเหนือ (GATEWAY TO THE ARCTIC)   นำท่านชมอิสฮาฟส์คาเทดราล (ISHAVSKATEDRALEN) หรือโบสถ์อาร์กติก (THE ARTIC CATHEDRAL) จากแรงบันดาลใจมาจากก้อนน้ำแข็ง สภาพภูมิทัศน์ทางตอนเหนือจากมหาสมุทรอาร์กติก สร้างขึ้นเมื่อปี ค.ศ. 1965 ซึ่งเป็นอาคารก่อสร้างวิหารแบบสมัยใหม่ที่มีความสวยงามน่าประทับใจ ออกแบบโดยสถาปนิกนามว่า ยาน อิงเกอ ฮูวิค ส่วนผนังทางด้านตะวันออกของวิหารสูง 23 เมตร ประกอบด้วย Dalle ซึ่งเป็นเทคนิคการประดับชิ้นกระจกสีที่หน้าต่างผลงานของศิลปินวิคเตอร์ สปาร์เรอ นำท่านเข้าที่พักโรงแรม RADISSON BLU HOEL TROMSO หรือระดับเดียวกัน 2 คืน
ค่ำ  :  รับประทานอาหารค่ำในโรงแรม

 

 

 

 

วันที่แปด    ทรุมเซอ
เช้า   :   รับประทานอาหารเช้าในโรงแรม
นำท่านสัมผัสประสบการณ์ในการขับขี่รถ SNOWMOBILE พาหนะที่คล่องตัวที่สุดในการเดินทางบนหิมะหรือน้ำแข็ง เราจะนำท่านขับขี่สโนว์โมบิลลัดเลาะจากตัวเมืองท่องไปบนทุ่งน้ำแข็งกว้าง โดยท่านจะได้รับคำแนะนำในการขับขี่ที่ถูกต้อง สนุกสนานและปลอดภัยจากเจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญ และชำนาญเส้นทางในการเดินทางท่องเที่ยวแบบสโนว์โมบิลซาฟารี โดยทางบริษัทฯ จะมีการจัดเตรียมเครื่องกันหนาวให้ท่านอย่างครบถ้วนตั้งแต่ศีรษะจรดเท้า
เที่ยง  :   รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
บ่าย  :   นำท่านเก็บเกี่ยวประสบการณ์ด้วยการขับเคลื่อนสุนัขลากเลื่อน HUSKY SAFARI ฮัสกี้เป็นสุนัขที่มีประวัติยาวนานกว่า 3,000 ปีมาแล้ว เพื่อใช้ในการลากเลื่อนบรรทุกสิ่งของ หรือเป็นพาหนะในพื้นที่ที่ปกคลุมไปด้วยหิมะและน้ำแข็ง เนื่องจากสุนัขฮัสกี้มีน้ำหนักเบา คล่องตัว ว่องไว แข็งแรง และมีความอดทนต่อความสภาพอากาศหนาวเย็นได้เป็นอย่างดี นอกจากนี้สุนัขลากเลื่อนยังเป็นกีฬายอดนิยม โดยมีมัชเชอร์ (MUSHER) เป็นผู้บังคับเลื่อนการแข่งขันแต่ละครั้งจนแพร่หลายไปยังประเทศแถบขั้วโลก
เวลา 15.00 น. :   นำท่านเที่ยวชมเมืองทรุมเซอ เริ่มจากย่านใจกลางเมือง ให้ท่านได้ชื่นชมความงดงามของเหล่าสถาปัตยกรรมที่เป็นมรดกทางวัฒนธรรม โดยเฉพาะเหล่าอาคารบ้านไม้เก่าแก่ที่ถูกแต่งแต้มด้วยสีสันฉูดฉาด ซึ่งทรุมเซอเป็นเมืองที่มีบ้านเก่าทำจากไม้จำนวนมากที่สุดในนอร์เวย์เหนือ บ้านเก่าที่สุดสร้างตั้งแต่ปี ค.ศ. 1789 จากนั้นนำท่านนั่งกระเช้าเคเบิ้ลคาร์ FJELLHEISEN CABEL CAR ขึ้นสู่ยอดเขาสโตรสไตเนิน ( STORSTEINEN MOUNTAIN) ซึ่งอยู่สูงจากระดับน้ำทะเล 420 เมตร ชมวิวแบบพาโนรามา ชมทัศนียภาพของเมืองทรุมเซอ ซึ่งมีลักษณะเป็นเกาะอยู่กลางฟยอร์ด มีเกาะใหญ่ๆ ล้อมรอบ  ทางด้านทิศตะวันออกมีอาณาเขตติดต่อกับประเทศสวีเดนและฟินแลนด์ ให้ท่านได้เพลิดเพลินกับการชมวิวและบันทึกภาพตามอัธยาศัย
ค่ำ   :   รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
จากนั้น นำท่านออกตามล่าแสงเหนือ หรือที่รู้จักกันในนาม “แสงออโรร่า” (โดยรถบัส) ทรุมเซอเป็นเมืองสวยชื่อดังของนอรเวย์ เป็นส่วนหนึ่งของแลปแลนด์ และเป็นจุดยอดนิยมอีกแห่งหนึ่งในการล่าแสงเหนือ เพราะอยู่ตรงเส้นอาร์กติก และเป็นหนึ่งในเมืองวงแหวนแสงเหนือของโลก (การชมแสงเหนือ หรือแสงโอโรร่าในแต่ละครั้ง ขึ้นอยู่สภาพอากาศในวัน และเวลาดังกล่าว เนื่องจากเป็นปรากฏการณ์ทางธรรมชาติ)

 

 

 

 

วันที่เก้า   ทรุมเซอ – ออสโล  
เช้า   :   รับประทานอาหารเช้าในโรงแรม / นำท่านสู่สนามบิน
เวลา 06.25 น.  :   ออกเดินทางสู่ออสโล โดยเที่ยวบินที่ SK 4403
เวลา 08.30 น.  :   ถึงสนามบินกรุงออสโล (OSLO) นครหลวงแห่งนอร์เวย์ นำท่านชมเมืองออสโล ชุมชนที่ยิ่งใหญ่มาตั้งแต่ยุคไวกิ้งเมื่อประมาณ 1,000 ปีเศษ ผ่านชมป้อมกำแพงเมืองเก่า ARKHER HUSE ที่สร้างขึ้นตั้งแต่เมื่อครั้งออสโลเป็นเมืองหลวง และรอดพ้นจากการถูกไฟไหม้ครั้งใหญ่ เมื่อตอนศตวรรษที่ 17 มาได้ ชมอุทยานฟรอกเนอร์ สวนประติมากรรมฝีมือกุสตาฟ วิเกอแลนด์   ประติมากรผู้มีชื่อเสียงที่สุดของนอร์เวย์ในช่วงศตวรรษที่ 20 ที่ทางการได้มอบพื้นที่เพื่อแสดงผลงานชิ้นโบว์แดง อาทิ น้ำพุวงจรชีวิตของมนุษย์และเสาหินโมโนลิท ซึ่งนับว่าเป็นสัญลักษณ์ของกรุงออสโลอีกอย่างหนึ่ง ผ่านชมสถานที่สำคัญๆ อาทิ พระราชวังหลวง, รัฐสภา, โรงละครโอเปร่าใหม่ ฯลฯ แวะชมศาลาว่าการเมืองออสโล สถานที่มอบรางวัลโนเบล สาขาสันติภาพ (สาขาอื่นๆ มอบที่สต็อคโฮล์ม)
เที่ยง  :   รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
บ่าย   :   อิสระให้ท่านได้เดินเล่นชมเมือง หรือช้อปปิ้งบนถนนคาร์ล โจฮันส์ เกท (KARL JOHAN GAUSS) แหล่ง ช้อปปิ้งที่มีชื่อเสียงที่สุดของนอร์เวย์ ตั้งอยู่กลางกรุงออสโล อิสระกับการเดินเล่นและเลือกซื้อสินค้าตามอัธยาศัย
ค่ำ   :   รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร

 

วันที่สิบ   ออสโล – กรุงเทพฯ  
เช้า   :   รับประทานอาหารเช้าในโรงแรม / นำท่านสู่สนามบิน
เวลา 13.30 น.  :    ออกเดินทางกลับกรุงเทพฯ โดยเที่ยวบินที่ TG 955

 

วันที่สิบเอ็ด   กรุงเทพฯ
เวลา 06.20 น.  :   ถึงสนามบินสุวรรณภูมิ โดยสวัสดิภาพ (ชั้น 2 ผู้โดยสารขาเข้า)

 

 

 

 

กำหนดการเดินทาง       23 ธ.ค.-2 ม.ค. // 25 ธ.ค.-4 ม.ค., 26 ธ.ค.- 5 ม.ค.  

อัตราค่าบริการ 

รายการ

23 ธ.ค.

25,26 ธ.ค.

ผู้ใหญ่ ห้องคู่ ท่านละ

166,000

170,000

เด็กอายุ 2-11 ปี พักกับผู้ใหญ่ 2 ท่าน (มีเตียงเสริม) ท่านละ  

142,000

145,000

เด็กอายุ 2-5 ปี พักกับผู้ใหญ่ 2 ท่าน (ไม่มีเตียงเสริม) ท่านละ 

136,000

139,000

พักเดียวเพิ่มท่านละ                   

20,000

20,000

*บางโรงแรมเท่านั้นที่มีห้อง 3 เตียง หากเป็นผู้ใหญ่ 3 ท่าน เรียนแนะนำว่าเปิด 2 ห้องจะสะดวกกว่า
**ท่านที่จะไม่ใช้ตั๋วกรุ๊ป กรุณาแจ้งก่อนเดินทางอย่างน้อย 30 วัน มิฉะนั้นอาจมีค่าใช้จ่ายท่านละ 3,000-5,000 บาท  / ตั๋วกรุ๊ปเมื่อออกตั๋วแล้วเลื่อนไม่ได้ทุกกรณี
** 26 ธ.ค.-5 ม.ค. ห้องพักที่ LOFOTEN CONFIRM 100%

อัตราค่าบริการนี้รวม
– ค่าตั๋วเครื่องบินไป-กลับเป็นหมู่คณะสายการบินไทย (TG)   
– ค่าน้ำหนักกระเป๋าขึ้นเครื่องบิน 1 ใบไม่เกิน 30 กก.
– ค่าโรงแรมที่พักตามรายการ และค่าขนกระเป๋าขึ้น-ลงท่านละ 1 ใบ      
– ค่าอาหารตามรายการ   
– ค่าเข้าชมสถานที่ตามรายการ                                             
– ค่าธรรมเนียมวีซ่า   
– ค่าภาษีสนามบินตามรายการ                                             
– ค่ามัคคุเทศก์ชำนาญงานอำนวยความสะดวก
– ค่ารถ-รับส่งและนำเที่ยวตามรายการ                                   
ค่าทิปคนขับรถ 2 ยูโร/คน/วัน     
– น้ำดื่มท่านละ 1 ขวด/วัน (ยกเว้นวันสุดท้ายจากโรงแรม-ไปสนามบิน)
– ค่าประกันอุบัติเหตุ ในวงเงินประกันท่านละ 1,000,000 บาท, ค่ารักษาพยาบาล 1,500,000 บาท (ไม่คุ้มครองโรคประจำตัว)

**ปกติแล้วทัวร์ทั่วไปจะใช้ประกันของตัวแทนที่ยุโรป ซึ่งคุ้มครองแต่อุบัติเหตุ เป็นประกันกลุ่มแบบเหมาเป็นหมื่นหัว และเบี้ยประกันประมาณคนละ 50-60 บาท แต่ของยูนิตี้เรามีซื้อประกัน ALLIANZ  เพิ่มให้ลูกค้าทุกท่านอีก 1 ฉบับ เจ็บป่วยจากการเดินทางจากอุบัติเหตุหรือสาเหตุอื่น ถ้าเข้ารักษาตัวในโรงพยาบาลจะคุ้มครองได้มากกว่าทัวร์ทั่วไป ยกเว้นโรคประจำตัวหรือโรคร้ายแรงที่แพทย์วินิจฉัยว่าเป็นมาก่อนเดินทาง

อัตราค่าบริการไม่รวม
– ค่าใช้จ่ายส่วนตัว อาทิ ค่าซักรีด, ค่าโทรศัพท์, ค่าเครื่องดื่มพิเศษ, ค่าภาษีมูลค่าเพิ่ม
– ค่าน้ำหนักกระเป๋าเกิน 30 ก.ก. (การบินไทยให้เป็นกรณีพิเศษจากเดิม 20 กก. เท่านั้น แต่หากการบินไทยมีการปรับลดลง บริษัทฯ จะปรับตามประกาศของการบินไทย) สายการบินอื่น (บินภายในยุโรป) ไม่เกิน 23 ก.ก.
– ค่าทิปหัวหน้าทัวร์จากบริษัท
– ค่าใช้จ่ายอันเกิดจากการทำหนังสือเดินทางหายทุกกรณี

จองทัวร์ ดาวน์โหลด เพิ่มเติม
ค้นหาทัวร์