ยุโรปริเวียร่า-ลาเวนเดอร์

RIVIERA - LAVENDER

สายการบินไทย
10 วัน 7 คืน
30 กิโลกรัม
มาตรฐานยุโรป
4 ดาว หรือเทียบเท่า

ยูนิตี้ 2000 ทัวร์ ขอนำเสนอรายการท่องเที่ยวอิตาลี ชมเมืองมิลาน เมืองที่เต็มไปด้วยดีไซเนอร์ชื่อดังมากมาย เจนัว เมืองท่าใหญ่สุดทางตะวันตกของอิตาลี ชมมรดกโลกในเขตชิงเคว่ เทอร์เร ฝรั่งเศสตอนใต้ เฟร้นช์ริเวียร่า เมืองนีซ รีสอร์ทหรูที่โด่งดัง เยือนเมืองคานส์สถานที่จัดประกวดมหกรรมภาพยนต์โลก โมนาโครัฐอิสระเล็กๆ ที่มากด้วยเสน่ห์และโด่งดังจากมอนติคาร์โลคาสิโน, กราซ เมืองแห่งน้ำหอม, คาสเทลแลงน์ หมู่บ้านสวย, ชมความงามของทุ่งลาเวนเดอร์ เที่ยววาลองโซล, มาโนสก์,  กอร์เดส เมืองโบราณยุคอัศวิน, เกรอนอบเบลอะ เมืองหลวงแห่งเทือกเขาแอลป์, สัมผัสจุดสูงสุดของเทือกเขาแอลป์ที่ยอดเขามองต์บลังค์ เมืองชาโมนิค และเบิร์น เมืองหลวงของสวิตเซอร์แลนด์

วันแรก   กรุงเทพฯ
เวลา 21.00 น. :  พร้อมคณะที่สนามบินสุวรรณภูมิ (ทางเข้าประตู 3) เคาน์เตอร์ D – E สายการบินไทย

 

วันที่สอง   กรุงเทพฯมิลาน (อิตาลี) – เจนัว
เวลา 00.40 น. :   ออกเดินทางสู่มิลาน โดยเที่ยวบินที่ TG 940
เวลา 07.35 น. :   ถึงสนามบินเมืองมิลาน (MILAN) เมืองใหญ่สุดทางภาคเหนือของอิตาลี หลังผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากรแล้ว นำท่านชมมิลาน เมืองใหญ่สุดทางภาคเหนือของอิตาลี เมืองผู้นำด้านแฟชั่น เศรษฐกิจ อุตสาหกรรม และการเดินทางของประเทศด้วย นำชมมหาวิหารแห่งมิลาน หรือ ดูโอโม อันมีขนาดใหญ่โตมโหฬาร สร้างขึ้นด้วยหินอ่อนสีขาวในศิลปะแบบโกธิค ใช้เวลาสร้างนานกว่า 500 ปี ตั้งแต่ปลายศตวรรษที่ 14 ชมอาคารแกลเลอเรีย วิตตอริโอ เอ็มมานูเอลที่สอง ที่เป็นอาคารศูนย์การค้าทรงโบราณ ตั้งชื่อตามพระนามกษัตริย์ที่ทรงรวบรวมอาณาจักรต่างๆ ให้เป็นประเทศอิตาลีทุกวันนี้ ชมอนุสาวรีย์ลีโอนาโด ดาร์วินชี่ และโรงละครสกาล่า และช้อปปิ้งที่มิลาน เป็นแหล่งช้อปปิ้งดีที่สุดในอิตาลี
เที่ยง :    รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
บ่าย :   ออกเดินทางสู่เจนัว (GENOA / 60 กม.) เมืองท่าที่ใหญ่ที่สุดทางฝั่งตะวันตกของอิตาลี นำชมเมืองเจนัว ถ่ายรูปกับรูปปั้นของคริสโตเฟอร์ โคลัมบัส ชาวเจนัวที่มีชื่อเสียงตลอดกาล เดินชมโบสถ์ประจำเมือง หรือดูโอโม่ที่สร้างขึ้นในแบบโรมันเนส และโกธิค ราวศตวรรษที่ 12-14 และน้ำพุกลางเมือง อิสระเลือกซื้อสินค้าของที่ระลึกในย่านการค้าตามอัธยาศัย
ค่ำ  :  รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
นำเข้าที่พักโรงแรม NH MARINA หรือระดับเดียวกัน 2 คืน

 

 

 

วันที่สาม   เจนัว – ลา สเปเซีย – ซิงเคว่ เทอร์เร่ – เจนัว  
เช้า  :   รับประทานอาหารเช้าในโรงแรม
นำท่านสู่เมืองลา สเปเซีย (LA SPEZIA / 105 กม.) เมืองท่าสำคัญในแคว้นลิกูเรีย (LIGURIA) บนชายฝั่งที่งดงามที่สุดแห่งหนึ่งของอิตาลี นำท่านสู่สถานีรถไฟเพื่อเที่ยวหมู่บ้านมรดกโลกในเขตชิงเคว่ เทอร์เร (CINQUE TERRE) ซึ่งแปลว่า 5 หมู่บ้าน นำท่านสู่หมู่บ้านมองเตรอสโซ่ (MONTEROSSO) เป็นเมืองที่ใหญ่ที่สุดของทั้ง 5 หมู่บ้าน เต็มไปด้วยของที่ระลึก, ไวน์ท้องถิ่น    เป็นต้น ให้ท่านได้เดินเล่นชมเมืองและเลือกซื้อของที่ระลึกตามอัธยาศัย
หมายเหตุ         รถไฟที่นี่เป็นรถไฟที่ใช้กันโดยทั่วไป ไม่รับจองหรือล็อคโบกี้ ตู้ไหนว่างก็เชิญขึ้น
เที่ยง :   รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารพื้นเมือง
บ่าย  :  นำท่านสู่หมู่บ้านมานาโรล่า (MANAROLA) หมู่บ้านที่ตั้งอยู่ริมหน้าผาสูงชันบนฝั่งริเวียร่าที่มีความเก่าแก่ที่สุดในบรรดาหมู่บ้านทั้ง 5 ของซิงเคว่ เทอร์เร สร้างขึ้นตั้งแต่ปี ค.ศ. 1338 ให้ท่านได้เดินเล่นชมความงามของหมู่บ้านแห่งนี้ แล้วนำท่านแวะหมู่บ้านริโอมาจิออเร่ (RIOMAGGIORE) เมืองที่ค้นพบตั้งแต่ศตวรรษที่ 12 มาจากชื่อ RIWSMAYOR หรือธารน้ำที่อยู่ใต้เมืองจนถึงทุกวันนี้ นำท่านชม CASE TORRI อาคารหลากสีสันที่ตั้งอยู่บนถนนเล็กๆ สองข้างทางมีร้านขายของที่ระลึกมากมายบนถนน VIA DELL MORE หรือ PATH OF LOVE แล้วเดินทางกลับเจนัว
ค่ำ  :   รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร

 

 

 

 

วันที่สี่   เจนัว – ซานเรโม – มอนติคาร์โล (โมนาโค) – นีซ (ฝรั่งเศส) 
เช้า  :    รับประทานอาหารเช้าในโรงแรม
ออกเดินทางสู่ซานเรโม (SAN REMO / 150 กม.) เมืองตากอากาศริมทะเลเมดิเตอร์เรเนียนที่มีชื่อเสียงและงดงามที่สุดในเขตอิตาเลียนริเวียร่า รัชกาลที่ 5 เคยประทับเพื่อแช่น้ำแร่รักษาพระองค์เมื่อคราวเสด็จมารักษาพระองค์ในพ.ศ. 2450 (ค.ศ. 1907 / เสด็จประพาสยุโรป ครั้งที่ 2)
เที่ยง  :    รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
บ่าย  :    เดินทางลัดเลาะชายฝั่งทะเลริเวียร่าที่งดงามตลอดเส้นทางสู่ราชรัฐโมนาโค (THE PRINCIPALITY OF MONACO / 45 กม.) นำท่านชมบริเวณโมนาโควิลล์ (MONOCO VILLE) หรือตัวเมืองเก่าซึ่งตั้งอยู่บนเนินเขาสูงริมฝั่งทะเลเมดิเตอร์เรเนียนที่ราชวงศ์กรีมัลดิได้มีอำนาจจับจองบริเวณนี้มากว่า 700 ปี ชมบริเวณจัตุรัสด้านหน้า  พระราชวังพร้อมเลือกซื้อของที่ระลึก นำชมวิหารแห่งโมนาโคสถานที่เก็บพระศพของราชวงศ์รวมทั้งเจ้าหญิง เกรซ  (พระชายาแห่งเจ้าชายเรนเยอร์ที่ 3) อดีตดาราฮอลลีวู้ดที่สิ้นพระชนม์จากอุบัติเหตุทางรถยนต์เมื่อหลายสิบปีก่อน จากนั้นนำท่านสู่ย่านมอนติคาร์โล เพื่อสัมผัสเมืองใหม่ของโมนาโค รวมทั้งท่านอาจทดลองเสี่ยงโชคทั้งในมอนติคาร์โล คาสิโนที่เลิศหรูดุจพระราชวัง (แต่งชุดสากล) หรือสนุกกับอเมริกันคาสิโนที่ทันสมัย ก่อนนำท่านเดินทางสู่เมืองนีซ (NICE / 26 กม.) เมืองตากอากาศชื่อดังริมหาดริเวียร่าที่โด่งดัง นำท่านช้อปปิ้งบริเวณจัตุรัสมาสเซนา (PLACE MASSENA) ห้างแกลเลอรี่ ลาฟาแยต (GALERIES LAFAYETTE NICE MASSENA) หรือจะเดินเล่นย่านพรอมเมอนาร์ด เดส์ อังเกลส์ (PROMENADE DES ANGLAIS)  เป็นจุดเดินชมทิวทัศน์ที่สร้าง มาตั้งแต่ปี ค.ศ. 1860 โดยชาวอังกฤษ ไม่ว่านักท่องเที่ยว หรือชาวเมืองนิยมมาใช้เวลามาเดินเล่น หรือปั่นจักรยานชมธรรมชาติของชายหาด และท้องทะเลในบรรยกาศสบายๆ
ค่ำ  :   รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
นำเข้าที่พักโรงแรม RADISSON BLU  หรือระดับเดียวกัน

 

 

 

 

วันที่ห้า  นีซ คานส์ – กราซ –  คาสเทลแลงน์
เช้า  :   รับประทานอาหารเช้าในโรงแรม
นำท่านบันทึกภาพกับโบสถ์นอร์ทเทอดามของนีซ โบสถ์สไตล์โกธิค ถูกสร้างขึ้นใหม่จากโครงสร้างเดิม ออกแบบโดยสถาปนิก C.LENORMAND เป็นโบสถ์ขนาดใหญ่ที่สุดของเมืองตั้งโดดเด่นอยู่กลางถนนสายหลัก จากนั้นออกเดินทางสู่เมืองคานส์ (CANNES / 35 กม.) เมืองที่โด่งดังที่สุดในช่วงจัดงานประกวดมหกรรมภาพยนตร์โลก ช่วงเดือนพฤษภาคมของทุกปี นำท่านบันทึกภาพกับ PALAIS DES FESTIVALS ที่ใช้เป็นสถานที่จัดงานการประกวดภาพยนตร์ และศูนย์การประชุมนานาชาติ ซึ่งตั้งอยู่บนถนนบูเลอวาร์ด เดอลา ครัวเซทท์ (BOULEVARD DELA CROISETE) ซึ่งเป็นย่านช้อปปิ้งสินค้า เดินชมบริเวณชายหาดที่มีแผ่นกระเบื้องสลักชื่อและรอยประทับฝ่ามือของศิลปิน ดาราดังจากวงการภาพยนตร์ทั่วโลก
เที่ยง  :   รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
บ่าย  :   ออกเดินทางสู่เมืองกราซ (GRASSE) เมืองแห่งการผลิตหัวน้ำหอมชื่อดังที่ส่งให้กับบริษัทดีไซเนอร์ชื่อดังต่างๆ นำท่านเข้าชมโรงงานผลิตน้ำหอม ที่ก่อตั้งมาตั้งแต่สมัยศตวรรษที่ 16 ชมการสาธิตขั้นตอนการผลิตและสกัดน้ำหอมจากดอกไม้หลากหลายชนิด พิพิธภัณฑ์ต่างๆ รวมทั้งเลือกซื้อหัวน้ำหอม ของที่ระลึกตามอัธยาศัย แล้วนำท่านสู่หมู่บ้านคาสเทลแลงน์ (CASTELLANE) หมู่บ้านที่เป็นประตูสู่ช่องแคบแวร์ดง ซึ่งถือเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญของภูมิภาคแห่งนี้ ผ่านชมอาคารบ้านเรือนสิ่งก่อสร้างโบราณในสไตล์ยุคกลาง อาทิ หอนาฬิกา สะพานหิน และโบสถ์สมัยศตวรรษที่ 12 ที่มีส่วนผสมระหว่างสถาปัตยกรรมแบบโรมันและโกธิคที่งดาม
ค่ำ  :   รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
นำท่านเข้าที่พักโรงแรม ดู ลาวังท์  DU LAVANT หรือระดับเดียวกัน

 

 

 

 

วันที่หก   คาสเทลแลงน์ – ช่องแคบแวร์ดง – วาลองโซล – มาโนสก์ – กอร์เดส – อัลตง เลปาลูดซ์
เช้า  :   รับประทานอาหารเช้าในโรงแรม
นำท่านเดินทางสู่ช่องแคบแวร์ดง (LES GORGES DU VERDON / 30 กม.) หรือเรียกว่า GRAND CANYON ของฝรั่งเศส มีความลึก 300-700 เมตร มองดูด้านล่างเห็นเป็นเพียงแม่น้ำสายเล็กๆ แต่มีความกว้างถึง 8 เมตร และไหลลงสู่หินด้วยความแรงจนกระทั่งสามารถกัดเซาะหินให้เป็นร่องยาวถึง 25 กิโลเมตร หน้าผาที่ถูกน้ำกัดเซาะกับธารน้ำสีเทอควอยส์นั้นจึงกลายเป็นช่องแคบระหว่างเขาที่ใหญ่ที่สุดในยุโรป ซึ่งถือเป็น ONE OF EUROPE’S MOST BEAUTIFUL ที่ไม่ควรพลาดชม อิสระให้ท่านได้บันทึกภาพและชมความงามตามอัธยาศัย นำท่านเดินทางสู่ถนนสายลาเวนเดอร์ในเขตเทือกเขาลูเบอรอง (LUBERON) อุทยานแห่งชาติที่  รัฐบาลฝรั่งเศสได้กำหนดขึ้นในปี ค.ศ. 1977 เพื่อรักษามรดกทางธรรมชาติ และวัฒนธรรม อุทยานแห่งชาติลูเบอรองตั้งอยู่ใจกลางรัฐโพรวองซ์ มีพื้นที่ประมาณ 600 ตารางกิโลเมตร พื้นที่ในหุบเขาทางเหนือและทางใต้ มีเมืองเล็กเมืองน้อย และส่วนใหญ่เป็นพื้นที่ทางเกษตรกรรม เมืองแต่ละเมืองในลูเบอรองจะอยู่บนหน้าผา และมีอายุเก่าแก่ไม่ต่ำกว่า 700 ปี ให้ท่านได้ชมความงามของทุ่งลาเวนเดอร์ดอกไม้สีม่วงที่กลิ่นหอมอันเป็นสัญลักษณ์ของเขตโพรวองซ์
เที่ยง  :    รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
บ่าย  :   นำท่านเดินทางสู่เมืองวาลองโซล (VALENSOLE / 60 กม.) เมืองเล็กๆ ที่มีเสน่ห์ของทุ่งลาเวนเดอร์ที่กว้างใหญ่ที่สุดในฝรั่งเศส สัมผัสกลิ่นหอมของดอกลาเวนเดอร์ พร้อมชมดอกลาเวนเดอร์บานสะพรั่งอวดชูช่อเป็นทิวแถว อิสระให้ท่านได้เพลิดเพลินกับการบันทึกภาพและเลือกซื้อผลิตภัณฑ์จากลาเวนเดอร์ได้ตามอัธยาศัย แล้วนำท่านสู่เมืองมาโนสก์ (MANOSQUE / 25 กม.) ที่ตั้งของโรงงานผลิตสินค้าชื่อดัง โลซิแตง L’OCCITANE EN PROVENCE ที่ส่งขายไปยังทั่วโลก และมีร้านค้ากว่า 900 ร้าน จากนั้นให้ท่านได้เลือกซื้อ  ผลิตภัณฑ์ของ L’OCCITANE สินค้านำเข้าจากประเทศฝรั่งเศสที่ผลิตมาจากธรรมชาติล้วนๆ อาทิเช่น ดอกลาเวนเดอร์ ดอกส้ม มะกอก น้ำผึ้ง    อัลมอลล์ ฯลฯ จากนั้นนำท่านชมหมู่บ้านกอร์เดส (GORDES / 65 กม.) ตั้งอยู่บนเนินเขาที่ยังคงรูปแบบหมู่บ้านโบราณไว้อย่างดี บนยอดเขาสูงสุดของหมู่บ้าน มีโบสถ์ และปราสาทหลังเล็กๆ ที่มองทิวทัศน์ได้สวยงาม รอบนอกของหมู่บ้านนี้เป็นที่ตั้งของหมู่บ้านหิน 6,000 ปี (LE VILLAGE DES BORIES) หมู่บ้านหินเก่าแก่ที่สร้างด้วยการนำหินมาวางเรียงรายโดยไม่ได้ใช้วัสดุเชื่อมใดๆ ความสวยงามและความเป็นเอกลักษณ์ของหมู่บ้านแห่งนี้ทำให้รับการคัดเลือกเป็นหนึ่งในหมู่บ้านที่สวยที่สุดในฝรั่งเศส อิสระให้ท่านเดินเล่นและเลือกซื้อผลิตภัณฑ์จากลาเวนเดอร์ ทั้งขนม น้ำหอม สบู่ ตามอัธยาศัย แล้วนำท่านสู่เมืองอัลตง    เล ปาลูดซ์ (ALTHENS LES PALUDS / 35 กม.) เมืองเล็กๆ ในเขตเทือกเขาลูเบอรอง
ค่ำ  :   รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
นำท่านเข้าที่พักโรงแรม MOULIN DE LA ROQUE หรือระดับเดียวกัน

 

 

 

 

วันที่เจ็ด    อัลตง เลปาลูดซ์ – เกรอนอบ (เบลอะ) – ชาโมนิค 
เช้า  :    รับประทานอาหารเช้าในโรงแรม
นำท่านเดินทางสู่เมืองเกรอนอบเบลอะ (GRENOBLE / 232 กม.) เมืองหลวงแห่งจังหวัดอีแซร์ (ISERE) เป็นเมืองที่ทันสมัยที่เติบโตอย่างรวดเร็ว ตั้งอยู่ในหุบเขาและมีพื้นที่อยู่ติดกับเทือกเขาแอลป์ ซึ่งมีทัศนียภาพอันสวยงาม จนได้รับฉายาว่า เมืองหลวงแห่งเทือกเขาแอลป์ (CAPITAL OF THE ALPS) นำชมเมืองเกรอนอบเบลอะ ชมอาคารรัฐสภาโดฟีเน (PALACE OF THE PARLIAMENT OF DAUPHINE) อาคารที่มีคุณค่าทางประวัติศาสตร์ สร้างขึ้นในระหว่างปี ค.ศ.1500-1539 ปัจจุบันได้กลายเป็นมรดกทางสถาปัตยกรรมที่สำคัญของเมือง แล้วนำชมสุสาน เซนต์ รอซ (SAINT ROCH CEMETERY) ที่สร้างขึ้นครั้งแรกในประเทศฝรั่งเศส เป็นสุสานที่ใหญ่ที่สุดของเมือง และยังมีบุคคลสำคัญถูกฝังในสุสานแห่งนี้ และยังเป็นที่ตั้งของโบสถ์เซนต์ รอซ ที่สร้างขึ้นในช่วงปี ค.ศ. 1826 เพื่อทดแทนวิหารเก่า ชมซากกำแพงเก่าเมืองโรมันที่ยังคงหลงเหลือ จากการสร้างขึ้นเพื่อป้องกันรอบๆ ตัวเมืองในสมัยอดีต
เที่ยง  :   รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
บ่ายๆ  :   นำท่านเดินทางสู่ชาโมนิค (CHAMONIX / 205 กม.) หมู่บ้านเล็กๆ แบบเฟร้นซ์-สวิส ซึ่งนับว่าเป็นเมืองหลวงของเขตภูเขาสูงในฝรั่งเศส และเป็นที่ตั้งของยอดเขามองต์บลังค์ซึ่งเป็นยอดเขาที่สูงที่สุดของเทือกเขาแอลป์ และยังเป็นเมืองที่ได้รับเกียรติให้เป็นเจ้าภาพกีฬาโอลิมปิคฤดูหนาวครั้งแรกในปี ค.ศ. 1824 ปัจจุบันเป็นสกีรีสอร์ทที่มีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักของนักสกีทั่วโลก อิสระให้ท่านได้พักผ่อน เดินเล่นชมเมือง และบันทึกภาพ หรือเลือกซื้อของที่ระลึกมากมาย
ค่ำ  :  รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารพื้นเมือง
นำท่านเข้าที่พักโรงแรม MERCURE HOTEL หรือระดับเดียวกัน

 

 

 

 

วันที่แปด  ชาโมนิค – ชมยอดเขามองต์บลังค์ – เบิร์น (สวิตเซอร์แลนด์)
เช้า  :   รับประทานอาหารเช้าในโรงแรม
นำท่านเดินทางสู่สถานีกระเช้าเพื่อนำท่านขึ้นสู่ยอดเขาเอกีดูมีดี (AIGUILLE DU MIDI) ซึ่งมีความสูงถึง 3,842 เมตร เพื่อชม  ความงดงามของยอดเขามองต์บลังค์ (MONT BLANC) ที่มี  ความหมายว่า ภูเขาสีขาว คือ หิมะปกคลุมตลอดทั้งปีอย่างใกล้ชิดที่สุด เป็นยอดเขาที่สูงที่สุดของเทือกเขาแอลป์ซึ่งสูงถึง 4,810 เมตร โดยท่านจะได้ชื่นชมกับยอดเขานี้อย่างเต็มอิ่ม มีเวลาให้ท่านได้เพลิดเพลินสนุกสนานกับการเล่นหิมะ และบันทึกภาพตามอัธยาศัย ได้เวลาสมควรนำท่านเดินทางลงจากยอดเขาเพื่อเดินทางกลับสู่ชาโมนิค
เที่ยง  :     รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารพื้นเมือง  
บ่าย :     ออกเดินทางสู่กรุงเบิร์น (BERN) เมืองหลวงของประเทศ ชมตัวเมืองเก่าที่อาคารบ้านเรือนยังได้รับการดูแลรักษาไว้เป็นอย่างดีเหมือนเมื่อหลายร้อยปีก่อน จนองค์การยูเนสโกประกาศให้เป็นมรดกโลกด้านวัฒนธรรม ถ่ายรูปกับอาคารรัฐสภาของประเทศ และหอนาฬิกาประจำเมือง แวะชมหมีสัญลักษณ์ของกรุงเบิร์น
ค่ำ  :    รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร / นำท่านเข้าที่พักโรงแรม ALBERGO หรือระดับเดียวกัน

วันที่เก้า   เบิร์น – ซูริค – กรุงเทพฯ
เช้า  :    รับประทานอาหารเช้าในโรงแรม / ออกเดินทางสู่สนามบินซูริค (ZURICH / 124 กม.)
13.30 น. :    บินตรงกลับกรุงเทพฯ โดยเที่ยวบินที่ TG 971

 

วันที่สิบ    กรุงเทพฯ
05.30 น.  :  ถึงสนามบินสุวรรณภูมิ โดยสวัสดิภาพ (ชั้น 2 ผู้โดยสารขาเข้า)

 

 

 

 

วันเดินทาง        28 มิ.ย.-7 ก.ค., 5-14, 9-18, 19-28 ก.ค.  

อัตราค่าบริการ  

รายการ

ราคา 

ผู้ใหญ่ พักห้องคู่ ราคาท่านละ              

119,000

เด็กอายุ 2-11 ปี พักกับผู้ใหญ่ (มีเตียงเสริม)  ราคาท่านละ  

102,000

เด็กอายุ 2-5 ปี พักกับผู้ใหญ่ (ไม่มีเตียงเสริม) ราคาท่านละ

97,000

พักเดี่ยวเพิ่มท่านละ  ราคาท่านละ          

21,000

หมายเหตุ                  
*บางโรงแรมเท่านั้นที่มีห้อง 3 เตียง หากเป็นผู้ใหญ่ 3 ท่าน เรียนแนะนำว่าเปิด 2 ห้องจะสะดวกกว่า
***ท่านที่จะไม่ใช้ตั๋วกรุ๊ป กรุณาแจ้งก่อนเดินทาง อย่างน้อย 23 วัน มิฉะนั้นอาจมีค่าใช้จ่าย / ตั๋วกรุ๊ปเมื่อออกตั๋วแล้วไม่สามารถเปลี่ยนได้ทุกกรณี  

อัตราค่าบริการนี้รวม
– ค่าตั๋วเครื่องบินไป-กลับเป็นหมู่คณะสายการบินไทย                         
– ค่าอาหารตามรายการ     
 – ค่าโรงแรมที่พักตามรายการ และค่าขนกระเป๋าขึ้น-ลงท่านละ 1 ใบ      
– ค่าเข้าชมสถานที่ตามรายการ                    
– ค่าภาษีสนามบินตามรายการ                                               
– ค่ามัคคุเทศก์ชำนาญงานอำนวยความสะดวก  
– ค่ารถ-รับส่งและนำเที่ยวตามรายการ                                                 
– ค่าธรรมเนียมวีซ่า         
– ค่าทิปคนขับรถ 2 ยูโร/คน/วัน                                             
– ค่าน้ำหนักกระเป๋าขึ้นเครื่องบิน 1 ใบไม่เกิน 30 กก.
– น้ำดื่มท่านละ 1 ขวด/วัน
– ค่าประกันอุบัติเหตุ ในวงเงินประกันท่านละ 1,000,000 บาท, ค่ารักษาพยาบาล 1,500,000 บาท (ไม่คุ้มครองโรคประจำตัว)

**ปกติแล้วทัวร์ทั่วไปจะใช้ประกันของตัวแทนที่ยุโรป ซึ่งคุ้มครองแต่อุบัติเหตุ เป็นประกันกลุ่มแบบเหมาเป็นหมื่นหัว และเบี้ยประกันประมาณคนละ 50-60 บาท แต่ของยูนิตี้เรามีซื้อประกัน ALLIANZ  เพิ่มให้ลูกค้าทุกท่านอีก 1 ฉบับ เจ็บป่วยจากการเดินทางจากอุบัติเหตุหรือสาเหตุอื่น ถ้าเข้ารักษาตัวในโรงพยาบาลจะคุ้มครองได้มากกว่าทัวร์ทั่วไป ยกเว้นโรคประจำตัวหรือโรคร้ายแรงที่แพทย์วินิจฉัยว่าเป็นมาก่อนเดินทาง

อัตราค่าบริการไม่รวม 
– ค่าใช้จ่ายส่วนตัว อาทิ ค่าซักรีด ค่าเครื่องดื่มพิเศษ , ค่าภาษีมูลค่าเพิ่ม
– ค่าสัมภาระที่มีน้ำหนักเกิน 30 กก. (การบินไทยให้เป็นกรณีพิเศษจากเดิม 20 กก. เท่านั้น แต่หากการบินไทยมีการปรับลดลง บริษัทฯ จะปรับตามประกาศของการบินไทย)
– ค่าทิปหัวหน้าทัวร์จากบริษัท
– ค่าใช้จ่ายอันเกิดจากการทำหนังสือเดินทางหายทุกกรณี

จองทัวร์ ดาวน์โหลด เพิ่มเติม
ค้นหาทัวร์