แกรนด์โปรตุเกส B

GRAND PORTUGAL B

ลุฟท์ฮันซา เยอรมัน : กลุ่มสตาร์อัลไลแอนซ์
9 วัน 6 คืน
23 กิโลกรัม
มาตรฐานยุโรป
4 ดาว หรือเทียบเท่า

 

ลิสบอน – เอโวร่า – ซินทรา – โอบิโดส – ฟาติมา
โคอิมบรา – อาวีโร – โปร์โต – บราก้า – กิมารายส์

สายการบิน  :     ลุฟท์ฮันซา เยอรมัน : กลุ่มสตาร์อัลไลแอนซ์
โรงแรม  :              มาตรฐานยุโรป
อาหาร  :               เช้าแบบอเมริกัน กลางวัน – ค่ำแบบยุโรปและเอเชีย
รถโค้ช  :                มาตรฐานยุโรป 40 – 48 ที่นั่ง
มัคคุเทศก์  :         ชำนาญเส้นทางแน่นอน

หมายเหตุ        ไม่มีสายการบินที่บินตรงเข้า – ออกโปรตุเกส

 

 

วันแรก    กรุงเทพฯ – แฟรงค์เฟิร์ท – ลิสบอน
เวลา  20.00 น.  :  พร้อมคณะที่สนามบินสุวรรณภูมิ (ทางเข้าประตู 4) เคาน์เตอร์ G สายการบินลุฟท์ฮันซา เยอรมัน
เวลา  23.00 น.  :  ออกเดินทางสู่ลิสบอน โดยเที่ยวบินที่ LH 773/1166  (แวะเปลี่ยนเครื่องที่แฟรงค์เฟิร์ท 06.00/09.20 น.)
นำท่านผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมืองที่สนามบินแฟรงค์เฟิร์ทก่อนต่อเครื่องไปลิสบอน (กระเป๋ารับปลายทาง)

 

 

วันที่สอง    ลิสบอน – เอโวร่า
เวลา  11.20 น.  :  ถึงสนามบินลิสบอน (LISBON) เมืองหลวงของประเทศโปรตุเกส นำท่านรับสัมภาระ
เที่ยง  :  รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
บ่าย  :  ออกเดินทางสู่เมืองเอโวร่า (EVORA / 1 ชม. 40 นาที) เมืองยุคกลางที่สวยงามและมีประวัติศาสตร์มายาวนาน และได้รับการอนุรักษ์ไว้เป็นอย่างดีภายในกำแพงเมืองเก่า โดยได้รับขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกจากองค์การยูเนสโก เมื่อปี ค.ศ. 1986
ค่ำ  :  รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร / นำเข้าที่พักโรงแรม EVORA OLIVE HOTEL หรือระดับเดียวกัน

 

 

 

 

วันที่สาม    เอโวร่า – ลิสบอน  
เช้า  :  รับประทานอาหารเช้าในโรงแรม
นำท่านชมเมืองเอโวร่า ชมวิหารโรมัน (ROMAN TEMPLE) สมัยศตวรรษที่ 1 ถือเป็นสัญลักษณ์แห่งการขยายอิทธิพลของโรมันในดินแดนของโปรตุเกสได้เป็นอย่างดี แล้วนำท่านชมมหาวิหารเอโวร่า (EVORA CATHEDRAL) สร้างขึ้นด้วยหินแกรนิตสีกุหลาบด้วยศิลปะแบบโกธิค ในระหว่างปี ค.ศ. 1280 – 1340 จากนั้นนำท่านชมวิหารกระดูกแห่งเมืองเอโวร่า (CHAPEL OF BONES) สร้างขึ้นในศตวรรษที่ 15 โดยพระนิกายฟรานซิสกัน ภายในวิหารรวบรวมโครงกระดูกของมนุษย์กว่า 5,000 คน ในศิลปะแบบโมเสค แล้วนำท่านสู่ย่านจัตุรัสกิรัลโด (GIRALDO SQUARE) ศูนย์กลางที่สำคัญของเมือง และเป็นที่ตั้งของลานน้ำพุที่สร้างแบบศิลปะยุคเรเนซองส์ ในช่วงปี ค.ศ. 1556 อิสระให้ท่านได้เดินเล่นชมเมืองตามอัธยาศัย
เที่ยง  :  รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
บ่าย  :  ออกเดินทางกลับลิสบอน (LISON) นำชมเมืองลิสบอน เริ่มจากชมโบสถ์เจโรนีมอส (JERONIMOS MONASTERY) ที่งดงามด้วยศิลปะโกธิค ชมการตกแต่งอย่างประณีตบรรจงภายในโบสถ์และที่นี่เป็นที่ฝังศพของนักเดินเรือผู้ยิ่งใหญ่ของโลก “วาสโกดากาม่า” แล้วนำท่านชมพิพิธภัณฑ์รถพระที่นั่งแห่งชาติ (THE ROYAL COACHES MUSEUM) พิพิธภัณฑ์รถพระที่นั่งที่สมบูรณ์แบบที่สุดในยุโรปตั้งแต่ศตวรรษที่ 16 ที่โปรตุเกสเรืองอํานาจ อาคารพิพิธภัณฑ์เดิมเป็นพระราชวังซึ่งปัจจุบันเป็นที่พำนักอย่างเป็นทางการของประธานาธิบดีแห่งโปรตุเกส และเป็นหนึ่งในพิพิธภัณฑ์ที่มีคนเข้าชมมากที่สุดของเมือง ชมรถม้าที่มีความงดงามตระการตาทั้งของกษัตริยโปรตุเกสในอดีต และของประเทศต่างๆ ที่ส่งมาเป็นเครื่องราชบรรณาการ
ค่ำ  :  รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร / นำท่านเข้าที่พักโรงแรม RADISSON BLU หรือระดับเดียวกัน 2 คืน

 

 

 

 

วันที่สี่    ลิสบอน – พระราชวังเคซ – ซินทรา – พระราชวังเปนา – ลิสบอน   
เช้า  :  รับประทานอาหารเช้าในโรงแรม
นำท่านเข้าชมพระราชวังเคลซ (NATIONAL PALACE OF QUELUZ / 30 นาที)  สร้างขึ้นเมื่อปี ค.ศ. 1747 โดยสถาปนิกชาวโปรตุเกส แมทเธียส วินเซนต์ เดอ โอลิเวียร่า (MATEUS VICENTE DE OLIVEIRA) หลังจากเกิดเพลิงไหม้ครั้งใหญ่ขึ้นในปี ค.ศ. 1934 จึงได้มีการบูรณะขึ้นอย่างสวยงามและเปิดให้ประชาชนได้เข้าชม
ออกเดินทางสู่เมืองซินทรา (SINTRA / 20 นาที) อีกหนึ่งเมืองตากอากาศยอดนิยมของนักท่องเที่ยว และยังเป็นที่ตั้งของพระราชวังที่สวยงาม ที่ได้รับการรับรองจากองค์การยูเนสโกให้เป็นมรดกโลกอีกด้วย นำท่านชมพระราชวังเปนา (PENA NATIONAL PALACE) พระราชวังฤดูร้อนอันใหญ่โตของราชวงศ์โปรตุเกสในอดีต ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกในปี ค.ศ. 1995  ตั้งอยู่บนยอดเขาที่สูงที่สุดของเมือง สร้างโดยพระเจ้าจอห์นที่สอง กษัตริย์พระองค์ที่ 13 ของโปรตุเกส สร้างให้พระราชินีเพื่อเป็นตัวแทนแห่งความรักของพระองค์ สร้างติดกับพระราชวังเก่าแก่โบราณของปราสาทมัวร์ (CASTLE OF THE MOORS) ที่สร้างในราวศตวรรษที่ 8 – 9 เนื่องจากในยุคนั้นแถบคาบสมุทรนี้ถูกปกครองโดยพวกมัวร์จากแอฟริกาเหนือ จนถึงศตวรรษที่ 12 ปราสาทแห่งนี้ จึงตกเป็นของชาวคริสต์ ให้ท่านได้ชมปราสาทที่ผสมผสานการออกแบบสมัยยุคกลางรวมกับแขกมัวร์เข้าด้วยกัน ผนังบางส่วนประดับด้วยกระเบื้องเซรามิกสไตล์โปรตุเกส ภายในยังมีกลิ่นอายการตกแต่งคล้ายกับปราสาทแถวแม่น้ำไรน์ของเยอรมนี เนื่องจากสถาปนิกผู้รับผิดชอบเป็นชาวเยอรมัน ปราสาทแห่งนี้จึงผสมผสานสไตล์การออกแบบยุโรปเข้าด้วยกันอย่างลงตัว
เที่ยง  :  รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
บ่าย  :  นำท่านชมแหลมเดอรอก้า (CABO DA ROCA / 20 นาที) จุดนี้เป็นแผ่นดินตะวันตกสุดของยุโรป แล้วนำท่านกลับลิสบอน นำท่านชมหอคอยเบเลม (TORRE DE BELEM) อดีตป้อมปืนที่ใช้ป้องกันศัตรูทางทะเลและเคยใช้เป็นคุกขังนักโทษ สร้างขึ้นเมื่อปี ค.ศ. 1515 – 1521 ออกแบบโดย FRANCISCO DE ARRUDA ด้วยศิลปะแบบเรเนซองส์ เดิมหอคอยตั้งอยู่บนเกาะกลางน้ำ โดยปัจจุบันพื้นที่เกาะได้กลายเป็นแผ่นดินติดริมทะเล จากนั้นนำชมสะพานแขวนที่ยาวที่สุดในยุโรป “สะพาน APRIL 25” และชมอนุสาวรีย์การพบโลกใหม่ของวาสโกดากาม่า
ค่ำ  :  รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร

 

 

 

 

วันที่ห้า    ลิสบอน – โอบิโดส – บาทัลฮา – ฟาติมา – โคอิมบรา    
เช้า  :  รับประทานอาหารเช้าในโรงแรม
นำท่านสู่เมืองโอบิโดส (OBIDOS / 1 ชม. 20 นาที) เมืองเก่าที่ล้อมรอบด้วยกำแพงโบราณตั้งแต่ศตวรรษที่ 13 และเจริญมาจนถึงศตวรรษที่ 18 ปัจจุบันการผสมผสานของสถาปัตยกรรมคือเสน่ห์ของเมืองนี้ ชมเมืองโอบิโดส ซึ่งถูกล้อมรอบด้วยกำแพงเมืองเก่าและตั้งอยู่บนยอดเขาในภูมิภาคเซนโทรทางตะวันตกของประเทศ ภายใต้กำแพงจะได้พบกับปราสาทยุคกลางที่ยิ่งใหญ่อลังการ และเป็นศูนย์กลางทางประวัติศาสตร์ของเมือง ตลอดจนถึงถนนแคบๆ ที่ลัดเลาะไปตามจัตุรัสกลางเมือง ร้านค้า ร้านอาหารที่เชื้อเชิญให้เข้าไปลิ้มลอง อาคารบ้านเรือนสีขาวตัดสลับกับดอกไม้หลากสีสัน แล้วคุณจะหลงรักเมืองนี้
แล้วเดินทางไปบาทัลฮา (BATALHA) ชมโบสถ์ BATALHA MONASTERY สถาปัตยกรรมแบบโปรตุเกส และเป็นที่ฝังพระศพของ KING JOAO I และพระราชินีชาวอังกฤษของพระองค์ (พระนางฟิลิปป้าแห่งแลงเคสเตอร์) อิสระให้ท่านได้เดินเล่นและช้อปปิ้งตามอัธยาศัย
เที่ยง  :  รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
บ่าย  :  ออกเดินทางสู่เมืองฟาติมา  (FATIMA / 30 นาที) เมืองแห่งแม่พระฟาติมาอันศักดิ์สิทธิ์ของชาวคาธอลิก ที่มีการเห็นภาพนิมิตของพระแม่มารีของสามพี่น้อง ที่อ้างว่าเห็นการมาปรากฏกายของพระแม่มารี และบอกความลับ 3 ประการให้กับเด็กทั้งสาม  จนกลายเป็นสถานที่จาริกแสวงบุญของชาวคาธอลิกจากทั่วโลก  นำชมโบสถ์พระแม่ฟาติมา (BASILICA OF OUR LADY FATIMA) ที่มีขนาดใหญ่ มีทั้งโบสถ์เก่าและใหม่ ให้ท่านได้ชมความอลังการของโบสถ์พระแม่แห่งนี้ และร่วมขอพรกับองค์พระแม่ฟาติมาอันศักดิ์สิทธิ์ แล้วออกเดินทางสู่เมืองโคอิมบรา (COIMBRA / 1 ชม. 15 นาที) เมืองแห่งมหาวิทยาลัยที่เก่าแก่ที่สุดของโปรตุเกส และยังเป็นศูนย์กลางการศึกษาของประเทศตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน อีกทั้งยังเคยเป็นเมืองหลวงเก่าของโปรตุเกสอีกด้วย    
ค่ำ  :  รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร / นำท่านเข้าที่พักโรงแรม TRYP COIMBRA หรือระดับเดียวกัน

 

 

 

 

วันที่หก    โคอิมบรา – อาวีโร – โปร์โต   
เช้า  :  รับประทานอาหารเช้าในโรงแรม
นำชมโคอิมบราเมืองที่มีเสน่ห์น่ารักทางตอนกลางของประเทศ เมืองที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานและวัฒนธรรมอันมีชีวิตชีวา นำชมมหาวิทยาลัยโคอิมบรา (UNIVERSITY OF COIMBRA) หนึ่งในมหาวิทยาลัยเก่าแก่ที่สุดในยุโรปและมีชื่อเสียงของโปรตุเกส ก่อตั้งในปี ค.ศ. 1290 มีจำนวนนักศึกษากว่า 20,000 คน ตั้งอยู่บนเนินเขาสูง อาคารสร้างขึ้นในระหว่างศตวรรษที่ 16 และ 18 ตกแต่งด้วยศิลปะสไตล์บารอค สถานที่น่าสนใจ ได้แก่ มหาวิหารเก่า (OLD CATHEDRAL) พระอารามแห่งซานต้าคลาร่าอาเวลอ่า (MONASTERY OF SANTA CLARA-A-VELHA) ซึ่งเป็นสถานที่ประดิษฐานพระบรมศพของสมเด็จพระราชินีนาถอีซาเบลที่ 1 แห่งคาสตีล และหอสมุดโจนนิน่า (JOANINA LIBRARY) หนึ่งในหอสมุดที่สวยที่สุดในโลกซึ่งอยู่ในมหาวิทยาลัยโคอิมบรา มีหนังสือที่มีค่ามากมาย ภายในตกแต่งอย่างงดงาม จากนั้นนำท่านสู่อาวีโร (AVEIRO / 1 ชม.) เมืองที่ตั้งอยู่ทางตอนกลางของประเทศ และได้รับสมญานามว่าเวนิสแห่งโปรตุเกส นำชมอาวีโร เมืองที่ถูกขนานนามว่า เวนิสแห่งโปรตุเกส เนื่องจากความสวยงามของลำคลองที่ตัดผ่านในตัวเมือง โดยมีสะพานเชื่อมแต่ละฝั่งเข้าด้วยกัน อาคารบ้านเรือนสวยงามในสไตล์อาร์ตนูโว และยังมีบ้านชาวประมงท้องถิ่นดั่งเดิมแบบในศตวรรษที่ 16 ในอดีตเคยเป็นเมืองท่าที่สำคัญ และมีความเจริญรุ่งเรือง อาวีโรจึงมีประวัติศาสตร์มายาวนาน ตัวเมืองตั้งอยู่ในทะเลสาบ RIA DE AVEIRO เชื่อมกับมหาสมุทรแอตแลนติก ชาวพื้นเมืองใช้เรือท้องถิ่นที่เรียกว่า MOLICEIRO มีลักษณะคล้ายเรือกอนโดลาที่เวนิสสัญจรไปมาตามลำคลอง และปัจจุบันยังถูกนำมาใช้กันอย่างแพร่หลาย ชมมหาวิหารอาวีโร (AVEIRO CATHEDRAL) โบสถ์เซากงซาลิง (SAO GONCALINHO CHAPEL) และพระอารามของพระเยซูคริสต์ (CONVENTO DE JESUS)
เที่ยง  :  รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
บ่าย  :  นำท่านเดินทางสู่เมืองโปร์โต (PORTO / 1 ชม.) เมืองใหญ่อันดับสองของโปรตุเกส เป็นเมืองท่าทำการประมงที่ใหญ่ที่สุดของประเทศ อีกทั้งยังมีชื่อเสียงในด้านการส่งออกไวน์คุณภาพดี และในปี ค.ศ. 2014 กับ  ค.ศ. 2017 ได้รางวัลเมืองดีเด่นอันดับ 1 ของ BEST EUROPEAN DESTINATIONS AGENCY เมืองที่น่าท่องเที่ยวที่สุดในยุโรป นำชมโปร์โต เมืองเก่าที่ได้รับการขึ้นทะเบียนให้เป็นมรดกโลกจากองค์การยูเนสโก ในปี ค.ศ.1996 ตั้งอยู่บนฝั่งที่ราบสูงของแม่น้ำดูโร (DOURO) โปร์โตยังเป็นที่ตั้งของอนุสาวรีย์และสถาปัตยกรรมต่างๆ จากคาบสมุทรไอบีเรีย (IBERIAN PENINSULA) สัมผัสบรรยากาศเมืองเก่าตั้งแต่ยุคโรมันที่แสนจะงดงามผสมผสานกับสถาปัตยกรรมแบบใหม่ที่ลงตัว และยังคงอนุรักษ์ไว้เป็นอย่างดี นำท่านเข้าสู่เขตเมืองเก่า บันทึกภาพกับสะพานดอมหลุยส์ ที่ 1 (PONTE DOM LUIS) สะพานเหล็กอายุกว่าร้อยปีที่ยาวที่สุดในโลก เป็นสัญลักษณ์ของเมืองที่ทอดตัวข้ามแม่น้ำดูโร (DOURO) สร้างขึ้นตั้งแต่ปี พ.ศ. 2424 ออกแบบโดยวิศวกรที่เคยเปิดบริษัทร่วมกับผู้ออกแบบหอไอเฟิล ดังนั้นจึงไม่น่าแปลกใจที่สะพานแห่งนี้จะมีโครงสร้างเหล็กที่ออกมาในรูปแบบเดียวกัน เดินเล่นย่านริเบียร่า (RIBERIA) ชุมชนเก่าแก่ริมฝั่งแม่น้ำอันมีเสน่ห์เฉพาะตัว ชมอาคารสมัยเก่าที่มีความสวยงามและมีสีสัน ชม PALACIO DA BOLSA ซึ่งเป็นตลาดหลักทรัพย์ของเมืองโปร์โต อาคารสไตล์นีโอคลาสสิคที่สร้างมาตั้งแต่ศตวรรษที่ 19 ชมโบสถ์เซนต์ ฟรานซิส (IGREJA DE SAO FRANCISO)  โบสถ์สไตล์โกธิค แต่ตกแต่งภายในเป็นศิลปะแบบบารอค ที่มีความเก่าแก่และสวยงาม จุดเด่นอย่างหนึ่งของโบสถ์คือ TREE OF JESSE ซึ่งเป็นไม้แกะสลักปิดทอง เป็นรูปสายตระกูลของพระเยซู รอบๆ โบสถ์จะเป็นเนินที่สามารถมองเห็นวิวเมืองและแม่น้ำได้อย่างสวยงาม กำแพงวิหาร SE DO PORTO ที่ประดับประดาด้วยกระจกสีในแบบโปรตุเกส แล้วชมวิหารโปร์โต (PORTO CATHEDRAL) ที่มีความสำคัญแห่งหนึ่งของเมืองที่รวมประวัติศาสตร์และสถาปัตยกรรมเข้าไว้ด้วยกัน โบสถ์สไตล์โรมัน แบ่งออกเป็นสองโซน โดยเฉพาะโซนที่ตกแต่งด้วยกระเบื้องเซรามิคสีน้ำเงินที่มีความวิจิตรสวยงามมาก
ค่ำ  :  รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร / นำเข้าที่พักโรงแรม AC HOTEL PORTO หรือระดับเดียวกัน 2 คืน

 

 

 

 

วันที่เจ็ด    โปร์โต – บราก้า – กิมารายส์ – โปร์โต    
เช้า  :  รับประทานอาหารเช้าในโรงแรม
นำท่านสู่เมืองบราก้า (BRAGA) เมืองที่เป็นศูนย์กลางการค้าที่สำคัญตั้งแต่สมัยโรมันในช่วง 265 ปี ก่อนคริสตกาล เป็นเมืองใหญ่อันดับ 3 ของโปรตุเกส ตั้งอยู่ในหุบเขา เมืองนี้เต็มไปด้วยอาคารสำคัญๆ ทางศาสนามากมาย มีโบสถ์ถึง 162 แห่ง นำท่านนั่งกระเช้าไฟฟ้า เพื่อชม BOM JESUS DO MONTE สถานที่ศักดิ์สิทธิ์ประจำเมืองบราก้า สัญลักษณ์ของเมือง ตัวโบสถ์มีความเก่าแก่มาตั้งแต่ศตวรรษที่ 18 โดยสร้างบนฐานเดิมที่ก่อสร้างไว้ตั้งแต่ศตวรรษที่ 13 จุดสำคัญคือขั้นบันได สูง 116 เมตร ที่ประดับไปด้วยไม้กางเขนซึ่งเป็นที่มาของชื่อสถานที่ จากนั้นนำท่านสู่กิมารายส์ (GUIMARAES / 25 นาที) เมืองที่มีความเก่าแก่และสวยงามที่สุดของโปรตุเกส อยู่ทางตะวันตกเฉียงเหนือของประเทศ และเป็นหนึ่งในเมืองที่สำคัญด้านประวัติศาสตร์ ศูนย์กลางของเมืองได้รับการขึ้นทะเบียนให้เป็นมรดกโลกจากยูเนสโก
เที่ยง  :  รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
บ่าย  :  นำชมเมืองกิมารายส์ เมืองท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์ เมืองนี้เป็นที่ประสูติของพระเจ้าอัลฟอนโซที่ 1 กษัตริย์พระองค์แรกของโปรตุเกส ชมจัตุรัสกลางเมือง OLIVEIRA ศูนย์กลางประวัติศาสตร์ของเมือง รายล้อมไปด้วยอาคารบ้านเรือนและร้านค้ามากมาย  ผ่านชมปราสาทกิมารายส์ (GUIMARAES CASTLE) ปราสาทยุคกลางที่ได้รับการอนุรักษ์ไว้เป็นอย่างดี ตั้งอยู่ใจกลางเมือง สร้างขึ้นในช่วงศตวรรษที่ 10 ปราสาทเก่าแก่อันยาวนานมาถึง 10 ศตวรรษ การก่อสร้างทำขึ้นเพื่อป้องกันการรุกรานและโจมตีจากชาวมัวร์และชาวนอร์แมน เดินเล่นถ่ายรูปในเมืองน่ารักๆ แล้วเดินทางกลับโปร์โต
ค่ำ  :  รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร

 

 

 

 

วันที่แปด    โปร์โต – แฟรงค์เฟิร์ท – กรุงเทพฯ
เช้า  :  รับประทานอาหารเช้าในโรงแรม
นำท่านบันทึกภาพกับสถานีรถไฟ SAN BENTO ที่มีมนต์เสน่ห์สวยงามและเก่าแก่ ด้วยกระเบื้องสีฟ้าที่ประดับตกแต่งอยู่บนผนังอาคาร  ฝีมือของศิลปินกระเบื้องชื่อดังของโปรตุเกส นาม JORGE COLACO ที่บอกเล่าเรื่องราวประวัติศาสตร์ที่สำคัญของเมืองในแต่ละยุคแต่ละสมัย ในช่วง ค.ศ. 11 – 14  ก่อนนำชมร้านค้าที่สวยที่สุดในโลกอย่าง ร้านหนังสือ LIVRARIA LELLO & IRMAO ที่เจ้าแม่นักเขียนอย่าง J.K. ROWLING ผู้เขียนนิยายชื่อดัง HARRY POTTER มาอยู่ที่โปร์โตถึง 2 ปีจนได้รับแรงบันดาลใจให้สร้าง HOGWARTS ขึ้นมา สัมผัสกับความสวยงามเสมือนอยู่ในโลกแห่งเทพนิยาย  แล้วนำท่านล่องเรือชมความงามของอาคารบ้านเรือนและแม่น้ำดูโร (ประมาณ 50 นาที) ซึ่งเป็นแม่น้ำสายหลักของเมืองโปร์โต อิสระชมความงามของสองฟากฝั่งของเมืองอันสวยงาม
เที่ยง  :  รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร / นำท่านสู่สนามบิน
เวลา  16.35 น.  :  ออกเดินทางสู่แฟรงค์เฟิร์ท โดยเที่ยวบินที่ LH 1179
เวลา  20.20 น.  :  ถึงสนามบินแฟรงเฟิร์ท พักรอเปลี่ยนเที่ยวบิน
เวลา  22.00 น.  :  ออกเดินทางกลับกรุงเทพฯ โดยเที่ยวบินที่ LH 772

 

 

วันที่เก้า    กรุงเทพฯ
เวลา  14.40 น.  :  กลับถึงสนามบินสุวรรณภูมิ โดยสวัสดิภาพ (ชั้น 2 ผู้โดยสารขาเข้า)

 

 

 

 

กำหนดการเดินทาง     
7-15, 14-21 มี.ค., 10-18 เม.ย., 1-9 พ.ค.      

อัตราค่าบริการ
 **กรุณารีบจอง และส่งสำเนาพาสปอร์ต เพื่อจองคิววีซ่าเพราะคิวแน่นมาก **     

รายการ

มี.ค.

เม.ย.

พ.ค.

ผู้ใหญ่ ท่านละ

99,000

115,000

112,000

เด็กอายุต่ำกว่า 11 ปี พักกับผู้ใหญ่ 2 ท่าน (มีเตียงเสริม) ท่านละ   

89,000

100,000

101,000

เด็กอายุต่ำกว่า 5 ปี พักกับผู้ใหญ่ 2 ท่าน (ไม่มีเตียงเสริม) ท่านละ 

84,000

95,000

96,000

ห้องเดี่ยว เพิ่มท่านละ

15,000

17,000

17,000

 

*บางโรงแรมเท่านั้นที่มีห้อง 3 เตียง หากเป็นผู้ใหญ่ 3 ท่าน เรียนแนะนำว่าเปิด 2 ห้องจะสะดวกกว่า
** ราคาอาจมีปรับขึ้น – ลง ตามราคาน้ำมันที่ปรับขึ้น – ลง แต่จะปรับตามความเป็นจริงที่สายการบินประกาศปรับ และที่มีเอกสารยืนยันเท่านั้น / ตั๋วกรุ๊ป เมื่อออกตั๋วแล้วเลื่อนไม่ได้ คืนไม่ได้ทุกกรณี
**ท่านที่จะไม่ใช้ตั๋วกรุ๊ป กรุณาแจ้งก่อนเดินทางอย่างน้อย 30 วัน มิฉะนั้นอาจมีค่าใช้จ่ายท่านละ 4,000 – 5,000 บาท

อัตราค่าบริการรวม                                                                                            
– ค่าตั๋วเครื่องบินไป – กลับเป็นหมู่คณะ                                       
– ค่าน้ำหนักกระเป๋าใบใหญ่ 1 ใบ ไม่เกิน 23 กิโลกรัม
– ค่าภาษีสนามบินตามรายการ                                               
– ค่าน้ำหนักกระเป๋าถือขึ้นเครื่องไม่เกิน 7 กิโลกรัม
– ค่าที่พักโรงแรมตามรายการและค่าขนกระเป๋าขึ้น – ลงท่านละ 1 ใบ
– ค่าอาหารตามรายการมีสลับพื้นเมือง/เอเชีย    
– ค่าธรรมเนียมวีซ่า                                                           
– ค่ามัคคุเทศก์อำนวยความสะดวก
– ค่ารถรับ – ส่งและนำเที่ยวตามรายการ                                           
– ค่าเข้าชมสถานที่ตามรายการ
– ค่าทิปคนขับรถ 2 ยูโร/คน/วัน                                               
– น้ำดื่มท่านละ 1 ขวด/วัน
– ค่าประกันอุบัติเหตุ ในวงเงิน 1,000,000.- บาท, ค่ารักษาพยาบาลวงเงิน 1,500,000.- บาท (ไม่คุ้มครองโรคประจำตัว)

**ปกติแล้วทัวร์ทั่วไปจะใช้ประกันของตัวแทนที่ยุโรป ซึ่งคุ้มครองแต่อุบัติเหตุ เป็นประกันกลุ่มแบบเหมาเป็นหมื่นหัว และเบี้ยประกันประมาณคนละ 50 – 60 บาท แต่ของยูนิตี้เรามีซื้อประกัน ALLIANZ  เพิ่มให้ลูกค้าทุกท่านอีก 1 ฉบับ เจ็บป่วยจากการเดินทางจากอุบัติเหตุหรือสาเหตุอื่น ถ้าเข้ารักษาตัวในโรงพยาบาลจะคุ้มครองได้มากกว่าทัวร์ทั่วไป ยกเว้นโรคประจำตัวหรือโรคร้ายแรงที่แพทย์วินิจฉัยว่าเป็นมาก่อนเดินทาง

อัตราค่าบริการไม่รวม
– ค่าใช้จ่ายส่วนตัว อาทิ ค่าซักรีด ค่าเครื่องดื่มพิเศษ, ค่าภาษีมูลค่าเพิ่ม
– ค่าสัมภาระที่มีน้ำหนักเกิน 23 กิโลกรัม (1 ใบเท่านั้น) / ชั้นธุรกิจ หรือชั้น ECO PREMIUM ได้ 2 ใบๆ ละ 23 กิโลกรัม
– ค่าทิปหัวหน้าทัวร์จากบริษัท
– ค่าใช้จ่ายอันเกิดจากการทำหนังสือเดินทางหายทุกกรณี

 

จองทัวร์ ดาวน์โหลด เพิ่มเติม
ค้นหาทัวร์