แกรนด์แอฟริกา

GRAND AFRICA

สายการบินสิงคโปร์ แอร์ไลน์
11 วัน 8 คืน
23 กิโลกรัม
4 ดาว หรือเทียบเท่า

 

 แซมเบีย – บอตสวานา – ซิมบับเว – นามิเบีย – แอฟริกาใต้

วันแรก  กรุงเทพ
เวลา 18.30 น. :  พร้อมคณะที่สนามบินสุวรรณภูมิ ทางเข้าประตู 5 เคาน์เตอร์ K สายการบินสิงคโปร์แอร์ไลน์ เจ้าหน้าที่จากบริษัท คอยให้การต้อนรับ
เวลา 20.10 น. :  ออกเดินทางสู่สิงคโปร์ โดยสายการบินสิงคโปร์ แอร์ไลน์ เที่ยวบินที่ SQ 983
เวลา 23.30 น. :   เดินทางถึงสิงคโปร์ พักรอเปลี่ยนเที่ยวบิน

 

วันที่สอง   กรุงเทพฯ – โจฮันเนสเบิร์ก (แอฟริกาใต้) – ลิฟวิ่งสโตน (แซมเบีย)
เวลา 01.25 น. :  ออกเดินทางสู่กรุงโจฮันเนสเบิร์ก ประเทศแอฟริกาใต้ โดยเที่ยวบินที่ SQ 478
เวลา 06.10 น. :  เดินทางถึงกรุงโจฮันเนสเบิร์ก พักรอเปลี่ยนเที่ยวบิน
เวลา 10.40 น. :   ออกเดินสู่ลิฟวิ่งสโตน โดยสายการบิน เซาท์ แอฟริกัน แอร์เวย์ เที่ยวบิน SA 048
เวลา 12.20 น. :  ถึงสนามบินลิฟวิ่งสโตน (LIVINGSTONE) ประเทศแซมเบีย (ZAMBIA) นำท่านผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมือง และศุลกากร จากนั้นนำท่านเข้าที่พักโรงแรม ROYAL LIVINGSTONE BY ANANTARA  หรือระดับเดียวกัน
เที่ยง  :   รับประทานอาหารกลางวัน ณ ห้องอาหารของโรงแรม
บ่าย :  นำท่านชมน้ำตกวิคตอเรีย (VICTORIA FALLS) ฝั่งแซมเบีย คือน้ำตก ARMCHAIR FALLS ซึ่งเป็นจุดที่น้ำตกมีความสูงเป็นดับดับสองรองจาก RAINBOW FALLS และน้ำตก EASTERN CATARACT ซึ่งมีความสวยงามไม่แพ้จุดอื่นเช่นเดียวกัน ให้ท่านได้ชมความอัศจรรย์ของธรรมชาติที่มีไม่กี่แห่งบนโลกใบนี้
ค่ำ  :  รับประทานอาหารค่ำ ณ ห้องอาหารของโรงแรม

 

 

 

วันที่สาม   ลิฟวิ่งสโตน – บอตสวานา (ส่องสัตว์)
เช้า  :   รับประทานอาหารเช้าในโรงแรม
นำท่านสู่ท่าเรือเพื่อข้ามแดนไปบอตสวานา จากนั้นนำท่านเดินทางสู่อุทยานแห่งชาติโชเบ (CHOBE NATIONAL PARK) อุทยานแห่งชาติโชเบมีพื้นที่ 11,700 ตารางกิโลเมตร แม่น้ำโชเบยังเป็นส่วนหนึ่งของอุทยานแห่งชาติโชเบอีกด้วย นำท่านเข้าสู่ที่พักโรงแรม MOWANA GAME LODGE หรือระดับเดียวกัน
เที่ยง :   รับประทานอาหารกลางวัน ณ ห้องอาหารของโรงแรม
บ่าย  :   นำท่านลงเรือที่ CHOBE SAFARI LODGE เพื่อนำท่านล่องเรือตามลำน้ำโชเบให้ท่านชมสัตว์ที่อยู่ตามธรรมชาติเลียบสองฝั่งแม่น้ำโชเบซึ่งเป็นพรมแดนธรรมชาติระหว่างบอตสวาน่ากับนามิเบีย ชมวิถีชีวิตสัตว์ตามธรรมชาติที่อยู่สองฟากฝั่งแม่น้ำ อาทิเช่น จระเข้นอนอาบแดดตามชายฝั่งฝูงกวางที่ลงมากินน้ำและหาอาหารริมป่า ฝูงควายป่าที่ซ่อนตัวอยู่ในป่าริมน้ำและนอนใต้ต้นไม้ ฝูงฮิปโปเล่นน้ำที่โผล่หัวขึ้นมาให้เราได้ถ่ายรูปโขลงช้างที่หากินตามเกาะแก่งที่เต็มไปด้วยหญ้าเขียวขจีชมความน่ารักของลูกช้างตัวน้อยเดินตามแม่และพี่น้องที่หากินริมน้ำ รวมทั้งยังมีนกกินปลาต่างๆให้ท่านได้ชมอีกด้วย ท่านอาจได้พบนกเงือก ซึ่งเป็นนกที่มี่เฉพาะในป่าที่อุดมสมบูรณ์เท่านั้น
ค่ำ  :  รับประทานอาหารค่ำในโรงแรม

 

 

 

วันที่สี่  บอตสวานา (ส่องสัตว์) – ซิมบับเว   (ล่องแม่น้ำแซมเบซี)
เวลา 05.30 น. :  นำท่านตื่นเต้นกับกิจกรรม GAME DRIVE นั่งรถตะลุยป่าชมสัตว์อย่างใกล้ชิดโดยมีไกด์ท้องถิ่นเป็นคนขับรถให้พร้อมบรรยายให้ข้อมูลสัตว์ป่า เข้าสู่อุทยานแห่งชาติโชเบ จุดเด่นของโชเบคือมีฝูงควายป่า ฮิปโปโปเตมัส และช้างเยอะมาก ว่ากันว่าที่โชเบมีจำนวนช้างเยอะที่สุดในโลก ทวีปแอฟริกามีช้างทั้งหมดราวๆ 400,000 ตัว เฉพาะที่โชเบแห่งเดียวก็มีมากถึง 140,000 ตัวแล้ว ทุกๆ 5 -10 กิโลเมตรเราจะสามารถเจอช้างเป็นฝูง ทั้งฝูงเล็กและฝูงใหญ่ได้ตลอด การทำเกมไดรฟ์ช้างในบอตสวานาชอบอาศัยอยู่ตามริมน้ำในเขต  ชุ่มฉ่ำช่วงฤดูฝน ซึ่งน้ำเยอะ แต่พอหน้าแล้งน้ำแห้งก็จะอยู่ตามทะเลทราย ช้างป่าแอฟริกาส่วนมากอยู่กันเป็นโขลง มีตัวผู้เป็นจ่าฝูง มีตัวเมียและลูกมากมายบางครั้งก็หากินข้างทางหรือขวางถนนที่เราขับรถผ่าน ข้าง  ทางก็ยังเต็มไปด้วยกวาง ฝูงอิมพาร่า ฝูงหมู่ป่า ลิงบาบูน บนฟ้าก็มีนกอินทรี และนกเหยี่ยวที่มาหาซากสัตว์กินเป็นอาหาร ท่านยังจะได้ชมต้นไม้มหัศจรรย์ หรือต้นบาโอบับ หรือเบาบับ (BAOBAB TREE) พันธุ์แอฟริกาที่มีในอุทยานนี้ด้วยความมหัศจรรย์ของต้นเบาบับคือสามารถดำรงชีวิตอยู่ได้ในพื้นที่กันดารแห้งแล้ง เนื่องจากมี  บริเวณกลางลำต้นขนาดใหญ่ที่ใช้เก็บกักน้ำไว้กับตัวได้อย่างมหาศาลเป็นต้นไม้ที่มีอายุยืนที่สุดในโลก มีอายุโดยทั่วไปถึง 1,000 – 3,000 ปี ในขณะที่มันมีอายุได้ถึง 6,000 ปี สิ่งที่โดดเด่นที่สุดของต้นเบาบับ คือ ทุกส่วนของต้นสามารถนำเอามาใช้ประโยชน์เป็นยาป้องกันและรักษาโรคในมนุษย์ได้ จึงได้ชื่อว่าเป็นต้นไม้แห่งชีวิต (Tree of Life) เบาบับเป็นต้นไม้พันปีที่มีขนาดใหญ่มาก มีความสูงเฉลี่ย 25 เมตร และมีเส้นผ่าศูนย์กลางลำต้น 6-10 เมตร จากนั้นนำท่านกลับที่พัก
เช้า  :  รับประทานอาหารเช้าในโรงแรม
ออกเดินทางสู่ประเทศซิมบับเว นำท่านผ่านด่านตรวจคนเข้าเมืองและประทับตราวีซ่าประเทศซิมบับเว (ZIMBABWE) นำท่านเข้าที่พักโรงแรม VICTORIA FALLS HOTEL หรือระดับเดียวกัน
เที่ยง  :   รับประทานอาหารกลางวัน ณ ห้องอาหารของโรงแรม
บ่าย :  อิสระให้ท่านพักผ่อนตามอัธยาศัย จากนั้นนำท่านเดินทางไปยังท่าเรือ เพื่อลงเรือ  ZAMBEZI  RIVER CRUISE (FIRST CLASS DECK) ล่องแม่น้ำแซมเบซี (ZEMBEZI RIVER) ชมวิถีชีวิตของสัตว์ป่าท่ามกลางอาทิตย์อัสดง แม่น้ำแซมเบซีเป็นแม่น้ำสายสำคัญ ต้นกำเนิดของน้ำตกวิคตอเรียแม่น้ำแซมเบซี มีความยาวถึง 2,700 กิโลเมตร ซึ่งมีความยาวเป็นอันดับ 4 ของทวีปแอฟริกา ไหลผ่านประเทศต่างๆ รวม 6 ประเทศ คือ แซมเบีย แองโกล่า    บอตสวานา  ซิมบับเว  นามิเบีย และสิ้นสุดที่โมซัมบิค แล้วไหลลงสู่มหาสมุทรอินเดียจึงได้รับอีกสมญานาม ว่าเป็น “THE RIVER OF LIFE” หรือแม่น้ำแห่งชีวิตเพราะนอกจากแม่น้ำแซมเบซีจะเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่สร้างชื่อเสียงและรายได้แล้ว ยังเป็นแม่น้ำที่มีความอุดมสมบูรณ์เป็นแหล่งอาหารของเหล่าสรรพสัตว์น้อยใหญ่ทั้งสัตว์บกที่อาศัยอยู่ริมสองฝั่งและบรรดาสัตว์น้ำต่างๆ รวมถึงผู้คนที่อาศัยอยู่ในบริเวณนี้ยังใช้เป็นเส้นทางการคมนาคมทางน้ำ ที่สำคัญเป็นแหล่งผลิตพลังงานทางธรรมชาติอีกด้วย  นำท่านล่องเรือไปตามลำน้ำ ชมดวงอาทิตย์ลับขอบฟ้าในบรรยากาศอันแสนโรแมนติก สายลมอันสดชื่นที่กรุ่นกลิ่นทุ่งหญ้าอ่อนๆ และดอกไม้ป่าจะช่วยให้ท่านผ่อนคลาย พร้อมชมทิวทัศน์สองข้างทางซึ่งเต็มไปด้วยป่าไม้เขียวชอุ่ม ตื่นตาตื่นใจ กับบรรดาชีวิตสัตว์ป่าที่หาชมได้ยาก อาทิ ฮิปโปโปเตมัส และนกนานาชนิด ทั้งหมดนี้จะทำให้ท่านรู้สึกว่า 2 ชั่วโมงที่ล่องเรือผ่าน ไปไวเหมือนสายลมพัดจนไม่ทันรู้สึกตัวระหว่างล่องเรือชม  พระอาทิตย์ตกดิน (** บริการท่านด้วยเครื่องดื่ม SOFT DRINK / WINE / BEER แบบไม่อั้น พร้อมขนมขบเขี้ยว ตลอดการล่องเรือ) จากนั้นกลับสู่ที่พัก
ค่ำ  :  รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร

 

 

 

 

วันที่ห้า   ซิมบับเว – น้ำตกวิคตอเรีย – วินด์ฮุก (นามิเบีย)
เช้า :  รับประทานอาหารเช้าในโรงแรม
นำท่านเข้าสู่อุทยานแห่งชาติโมชิโออาตุนยา (MOSI-OA-TUNYA NATIONAL PARK)  แปลว่าม่านควันที่ส่งเสียงก้องกังวาน ซึ่งเป็นชื่อเดิมภาษาท้องถิ่นของน้ำตกวิคตอเรียตามลักษณะของน้ำตกที่มีเสียงดังสนั่น  และมีไอน้ำจนสามารถมองเห็นได้จากระยะรัศมี 20 กิโลเมตร นำชมน้ำตกวิคตอเรีย (VICTORIA   FALLS ) 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ทางธรรมชาติของโลก (SEVEN NATURAL  WONDERS OF THE WORLD) ซึ่งเกิดจากการเปลี่ยนระดับของแม่น้ำแซมเบซี (ZAMBEZI RIVER) ทั้งสาย ปัจจุบันเป็นพรมแดนธรรมชาติระหว่างซิมบับเวและแซมเบีย น้ำตกถูกค้นพบโดยด็อกเตอร์ ลิฟวิ่งสโตน เมื่อปี ค.ศ.1855 เป็นน้ำตกที่สูงที่สุดในโลก มีความสูง ณ จุดสูงสุดถึง 108 เมตร ตัวน้ำตกมีความกว้างถึง 1.7 กิโลเมตร ในฤดูน้ำหลากซึ่งตรงกับช่วงเดือนมีนาคม–เมษายนจะมีปริมาณน้ำตกจากหน้าผาถึงนาทีละกว่า 100 ล้านแกลลอน ปัจจุบันได้รับขึ้นทะเบียนจากองค์การยูเนสโก้ ให้เป็นหนึ่งในมรดกโลกทางธรรมชาติ ท่านจะประทับใจแทบไม่เชื่อสายตาว่าจะได้เห็นน้ำตกที่สวยงามยาวสุดลูกตาสู่เบื้องล่าง พร้อมเสียงกึกก้องตลอดเวลา หากวันไหนท้องฟ้าโปร่งมีแสงแดด จะเห็นสายรุ้งขนาดยักษ์ที่สวยงามทอดยาวข้ามน้ำตกซึ่งเกิดจากแสงแดดส่องผ่านม่านละอองน้ำขนาดใหญ่ (การเดินชมน้ำตกจะต้องเปียกจากละอองน้ำ และฝนที่อาจตกได้ตลอดทั้งปี เพราะฉะนั้นควรเตรียมเสื้อกันฝนที่มีฮู้ด ร่ม ติดตัวไปด้วย และอย่าลืมถุง หรือกระเป๋ากันน้ำสำหรับกล้องต่างๆ ไปด้วย)
เที่ยง  :  รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
บ่าย  :  หากมีเวลา อิสระให้ท่านช้อปปิ้งตามอัธยาศัย และเลือกซื้อของฝาก ของที่ระลึก / จากนั้นนำท่านเดินทางสู่สนามบิน
เวลา 16.30 น. :  ออกเดินทางสู่วินด์ฮุก โดยสายการบิน แอร์ นามิเบีย (AIR NAMIBIA) เที่ยวบินที่ SW 406
เวลา 18.10 น. :  เดินทางถึงสนามบินวินด์ฮุก (WINDHOEK) เมืองหลวงของประเทศนามิเบีย (NAMIBIA) นำท่านตรวจรับสัมภาระ จากนั้นนำท่านเข้าที่พักโรงแรม WINDHOEK COUNTRY CLUB RESORT  หรือระดับเดียวกัน
ค่ำ  :  รับประทานอาหารค่ำในโรงแรม

 

 

 

วันที่หก  วินด์ฮุก  – ซอสซัสฟลาย
เช้า  :  รับประทานอาหารเช้าในโรงแรมที่พัก
นำท่านเดินทางสู่เมืองซอสซัสฟลาย (SOSSUSVLEI) เมืองท่องเที่ยงที่สำคัญที่สุดของนามิเบีย เป็นเมืองที่ล้อมรอบไปด้วยเนินทรายแดงหรือดูน (RED DUNE) ดูนที่นี่บางแห่งสูงถึง 400 เมตร เป็นที่ที่สวยอย่างยิ่งในการการถ่ายภาพ ซอสซัสฟลาย (SOSSUSVLEI)  แปลว่า  “DEAD-END MARSH” เป็นที่รวมของดูนมารวมกันเพื่อป้องกันน้ำไหลออกจากแม่น้ำ TSAUCHAB จากนั้นนำท่านเข้าที่พัก  SOSSUSVLEI LODGE หรือระดับเดียวกัน
เที่ยง  :   รับประทานอาหารกลางวัน ณ ห้องอาหารของโรงแรม
บ่าย  :   นำท่านชมเขตอุทยานแห่งชาติซอสซัสฟลาย  พร้อมรับแสงสีทองของดวงตะวันที่กำลังลอดตามช่องภูเขามายังทะเลทราย จากนั้นนำท่านเปลี่ยนรถ ขับเคลื่อนสี่ล้อ (4WD) สู่กลางทะเลทรายนามิบ ให้ท่านได้ทดลองกำลัง ในการเดินตามสันทรายที่สูงชันพร้อมชมวิวทะเลทรายแบบ 360 องศา คนขับรถจะนำเราเข้าไปสู่กลางทะเลทรายสีทองที่เกิดเป็นเงาทำให้สีสันตัดกันอย่างลงตัวและสวยงาม ผ่านภูเขาทรายที่ได้ชื่อว่าสูงที่สุดในโลก
ค่ำ  :  รับประทานอาหารค่ำ ณ ห้องอาหารของโรงแรม

 

วันที่เจ็ด   ซอสซัสฟลาย – ตะลุยทะเลทราย – วินด์ฮุก
เช้า  :  รับประทานอาหารเช้าในโรงแรมที่พัก
นำท่านเตรียมเดินทางตะลุยทะเลทรายในยามเช้า ออกเดินทางสู่ DUNE 45 ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชม (กรุณาเตรียมอุปกรณ์ต่างๆ สำหรับตะลุยสันทรายที่สวยงาม อาทิ เช่น  ครีมกันแดด หมวก เสื้อสีสดใส รองเท้าผ้าใบที่สวมใส่กระชับเพื่อความคล่องตัวในการเดินบนทราย และน้ำดื่ม)
นำท่านชม DUNE 45 เนินทรายที่สวยที่สุดในอุทยานแห่งนี้ เนินทรายสีแดงเข้มตัดกับแสงแดดสีของทรายเป็นสีแดงเพราะว่าธาตุเหล็กที่อยู่ในทรายมากระทบกับออกซิเจน ทำให้เกิดเป็นสีแดงคล้ายสนิม และสีของทรายบงบอกถึงอายุอีกด้วย ยิ่งสีเข้มยิ่งแสดงว่าเกิดขี้นมานานมากแล้วเนินทรายในบริเวณนี้ได้รับการยกย่องว่างดงามที่สุด ซึ่งเนินทราย (SAND DUNE) ต่างๆ เหล่านี้กำเนิดจากการพัดของกระแสลมจากหลายทิศทางทางทฤษฎีเรียกเนินทรายแถบนี้ว่า PARABOLIC DUNES หรือ MULTI CYCLE DUNES ชม BIG DADDY DUNE หนึ่งในเนินทรายที่สูงที่สุดในโลกที่สูงถึง 500 กว่าเมตรจากนั้นนำท่านชม DEAD VLEI คือ จุดที่เคยเป็นแหล่งกักเก็บน้ำมาก่อน ทำให้มีต้นไม้จำพวกต้น ACACIA ขึ้น แต่ปัจจุบันน้ำแห้งต้นไม้จึงยืนต้นตาย
เที่ยง  :   รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
บ่าย  :  ออกเดินทางกลับสู่เมืองวินด์ฮุก (WINDHOEK) ให้ท่านได้ชมอาคารบ้านเรือนในแบบสมัยใหม่ อาคารและสถาปัตยกรรมหลายอย่างของเมืองวินด์ฮุกที่ได้รับอิทธิพลจากศิลปะเยอรมัน เนื่องจากเยอรมันเป็นเจ้าอาณานิคมดินแดนแถบนี้ และเป็นชาติตะวันตกชาติแรกที่เข้าครอบครองนามิเบีย เมืองวินด์ฮุกยังเป็นศูนย์กลางการปกครองและการศึกษาของประเทศนามิเบียอีกด้วย นำท่านเข้าที่พักโรงแรม AVANI หรือระดับเดียวกัน
ค่ำ  :  รับประทานอาหารค่ำในโรงแรม

 

 

 

 

วันที่แปด  วินด์ฮุก – เคปทาวน์ (แอฟริกาใต้) – นั่งเฮลิคอปเตอร์ชมวิว
เช้า  :   รับประทานอาหารเช้าแบบกล่อง / นำท่านเดินทางสู่สนามบิน
เวลา 07.30 น. :   ออกเดินทางสู่เคปทาวน์ โดยสายการบิน แอร์นามิเบีย เที่ยวบินที่ SW 703
เวลา 09.30 น. :  ถึงสนามบินเมืองเคปทาวน์ (CAPE TOWN) เมืองซึ่งยังสามารถพบสถาปัตยกรรมชาวดัทช์ดั้งเดิม เคปทาวน์จัดเป็นเมืองที่เก่าแก่ที่สุดในแอฟริกาใต้ และยังเป็นเมืองที่สวยที่สุดเมืองหนึ่งของโลกด้วยความงามของธรรมชาติ และทะเลอันสวยงาม อีกทั้งยังเป็นเมืองที่เข้าชิงเจ้าภาพจัดแข่งขันกีฬาโอลิมปิคเมื่อปี ค.ศ. 2004 อีกด้วย
เที่ยง  :  รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารศาลาไทย (จองแต่โต๊ะ ไม่รวมค่าอาหาร)
บ่าย :  นำท่านสู่ SIGNAL HILL (LION’S RUMP) เป็นเนินเขาที่อยู่ติดกับ LION’S HEAD มีลักษณะเป็นเนินอดีตเคยมีการใช้ธงเป็นสัญลักษณ์บอกสภาพอากาศ หรือคำเตือนสำหรับนักเดินเรือ และเมื่อต้นศตวรรษที่ 19 เคยมีการยิงบอกเวลา (NOON GUN) บน SIGNAL HILL เพื่อเป็นสัญญาณบอกเวลาบ่ายโมงของเมือง การยิงปืนใหญ่บอกเวลาให้แก่นักเดินเรือนี้ปฏิบัติกันมาจนกระทั่งปี ค.ศ. 1934 ที่เริ่มมีการบอกเวลาทางวิทยุแทน จึงได้หยุดการยิงปืนใหญ่บอกเวลานี้ไป ด้านบนของ SIGNAL HILL มีถนนเรียบไปตามยอดเขาจนถึงจุดสูงสุดของเนินเขา ซึ่งเป็นอีกจุดหนึ่งที่สามารถชมทิวทัศน์อันสวยของเมืองเคปทาวน์ได้ชัดเจน ให้ท่านได้  ชมความงดงามของวิวทิวทัศน์ พร้อมบันทึกภาพเป็นที่ระลึกตามอัธยาศัย จากนั้นนำท่านขึ้นเฮลิคอปเตอร์  ชมวิวมุมสูงของเมืองเคปทาวน์ ให้ท่านได้ตื่นตาตื่นใจกับสีสันและความงดงามของเมืองเคปทาวน์ที่ธรรมชาติและความทันสมัยได้ผสมผสานกันอย่างลงตัว หากมีเวลาอิสระให้ท่านได้   ช้อปปิ้งในย่านช้อปปิ้งที่ทันสมัยที่สุดในเมืองเคปทาวน์ VICTORIA & ALFRED WATERFRONT แหล่งรวบรวมสินค้ามากมายให้ท่านได้เลือกซื้อกว่า 400 ร้านค้า เป็นหนึ่งในย่านช้อปปิ้งที่มีชื่อเสียงที่สุดในเขตซีกโลกใต้ ทั้งสินค้าแบรนด์ดังมากมายจากทั่วทุกมุมโลก อาทิ ARMANI, BURBERRY, GUCCI  เป็นต้น สินค้าพื้นเมือง และร้านค้า ภัตตาคาร ผับ ร้านอาหาร คาเฟ่ ให้ท่านได้เพลิดเพลินกับการเดินเล่นและเลือกซื้อตามอัธยาศัย
ค่ำ :  อิสระรับประทานอาหารค่ำตามอัธยาศัย (ไม่รวมในรายการ)
นำท่านเข้าที่พักโรงแรม THE TABLE BAY หรือระดับเดียวกัน

 

 

 

 

วันที่เก้า   เคปทาวน์
เช้า  :   รับประทานอาหารในโรงแรม
นำท่านเดินทางสู่ท่าเรือ เพื่อเดินทางสู่เกาะดุยเกอร์(DUIKER ISLAND) นำท่านนั่งเรือไปชมฝูงแมวน้ำ (SEAL ISLAND) ที่แสนน่ารักนอนอาบแดดนับพันตัวบริเวณอ่าวฮุท HOUT BAY
เที่ยง  :   รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร 
บ่าย :   นำท่านชมความงามของชายฝั่งบริเวณ CAPE PENNINSULA ลัดเลาะสู่ชายหาดที่สวยสะดุดตา SEA POINT เรื่อยไปจนถึง CAMPS BAY บริเวณเทือกเขา TWELVE APOSTLES หากอากาศเอื้ออำนวย จากนั้นเดินทางต่อไปยังแหลมกู๊ดโฮป (CAPE OF GOOD HOPE) ซึ่งตั้งอยู่ที่จุดบรรจบกันระหว่างมหาสมุทร แอตแลนติกและมหาสมุทรอินเดีย ท่านจะพบกับความแตกต่างของพื้นสีน้ำทะเลระหว่างจ้าวมหาสมุทรทั้งสอง โดยนั่งรถรางขึ้นยอดเขา ให้ท่านได้พิสูจน์ความแรงของคลื่นลม จนได้รับฉายาจากนักสำรวจชาวโปรตุเกสว่า “แหลมแห่งพายุ” จากนั้นนำท่านชมอาณาจักรนกเพนกวินตัวจิ๋วที่แสนน่ารักนับพันตัวบริเวณหาดโบว์เดอร์ (BOULDERS BEACH) มีลักษณะ    เท้าเป็นสีดำ เปลือกตาสีชมพู ให้ท่านชมความน่ารักของเพนกวินอย่างใกลัชิด
ค่ำ  :   รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารเอเชีย พร้อมเมนูพิเศษ กุ้งมังกรและเป๋าฮื้อ

 

วันที่สิบ   เคปทาวน์ – กรุงเทพ
เช้า  :   รับประทานอาหารเช้าในโรงแรม / นำท่านเดินทางสู่สนามบิน
เวลา 10.40 น. :   ออกเดินทางสู่สิงคโปร์ โดยสายการบินสิงคโปร์ แอร์ไลน์ เที่ยวบินที่ SQ 479 (แวะรับผู้โดยสารที่สนามบินโจฮันเนสเบิร์ก 1 ชม)

 

วันที่สิบเอ็ด   กรุงเทพฯ
เวลา 06.10 น. :   ถึงสนามบินสิงคโปร์ อิสระพักรอเปลี่ยนเที่ยวบิน
เวลา 09.35 น. :   ออกเดินทางกลับกรุงเทพ โดยเที่ยวบินที่ SQ 972
เวลา 11.05 น. :   เดินทางถึงสนามบินสุวรรณภูมิ โดยสวัสดิภาพ

 

 

 

กำหนดการเดินทาง   15-25 ก.ค. // 6-16, 20-30 ส.ค.

อัตราค่าบริการ  

รายการ

ก.ค.

ส.ค.

ผู้ใหญ่ พักห้องคู่ ราคาท่านละ

 

 

เด็กอายุ 2-11 ปี  พักกับผู้ใหญ่ 2 ท่าน (มีเตียงเสริม) ราคาท่านละ  

 

 

เด็กอายุ 2-5 ปี  พักกับผู้ใหญ่ 2 ท่าน (ไม่มีเตียงเสริม) ราคาท่านละ 

 

 

พักห้องเดี่ยวเพิ่มท่านละ

 

 

อัตราค่าบริการนี้รวม
– ค่าตั๋วเครื่องบินไป-กลับแบบหมู่คณะ                
– ค่าน้ำหนักกระเป๋าใบใหญ่ 1 ใบ ไม่เกิน 23 กก.
–  ค่าที่พักโรงแรมตามรายการ                       
– ค่าน้ำหนักกระเป๋าถือขึ้นเครื่องไม่เกิน 7 กก.
– ค่าเข้าชมสถานที่ตามรายการ                          
– ค่าอาหารตามรายการ                                 
– ค่ามัคคุเทศก์ชำนาญงานจากบริษัท                   
– ค่าภาษีสนามบินตามรายการ     
         
– ค่ารถรับ-ส่งตามรายการ                               
– ค่าทิปขนกระเป๋าขึ้น-ลงท่านละ 1 ใบ                           
– ค่าประกันอุบัติเหตุวงเงินท่านละ 1,000,000  บาท, ค่ารักษาพยาบาลวงเงิน 1,500,000 บาท (ไม่คุ้มครองโรคประจำตัว)

อัตราค่าบริการไม่รวม
– ค่าใช้จ่ายส่วนตัว อาทิ ค่าซักรีด, ค่าโทรศัพท์,ค่าอาหาร-เครื่องดื่มพิเศษ,ค่าภาษีมูลค่าเพิ่ม
– ค่าทิปหัวหน้าทัวร์จากบริษัท
– ค่าสัมภาระที่มีน้ำหนักเกิน 23 กก.

 

จองทัวร์ ดาวน์โหลด เพิ่มเติม
ค้นหาทัวร์