แกรนด์แคนาดา B

GRAND CANADA B

สายการบินคาเธ่ย์ แปซิฟิค
12 วัน 9 คืน
23 กิโลกรัม
4 ดาว หรือเทียบเท่า

 

แวนคูเวอร์ – วิคตอเรีย – สวนบุดชาร์ด – คัลการี – เลคหลุยส์
น้ำตกโบว์ – เทือกเขาซัลเฟอร์ – นั่งรถตะลุยโคลัมเบียไอซ์ฟิลด์
แบนฟ์ – มอนทรีออล – ออตตาวา – คิงส์ตัน
 นั่งเรือล่องเกาะ 1,000 ISLANDS – น้ำตกไนแองการ่า
 หมู่บ้านไนแองการ่าออนเดอะเลค – โตรอนโต – หอคอยซีเอ็น
ช้อปปิ้งสินค้าแบรนด์เนมที่ TORONTO PREMIUM OUTLET

 ใบเมเปิ้ล ละอองน้ำตกไนแองการา ทะเลสาบสีมรกตนิ่งสงบ เทือกเขาร็อกกี้อันยิ่งใหญ่ นั่นคือภาพของ แคนาดาที่ผู้คนรู้จัก และต้องหาโอกาสไปเยือนและสัมผัสสักครั้ง ด้วยวัฒนธรรมและความเป็นอยู่ไปจนถึงสภาพภูมิประเทศของแคนาดามีจุดเด่นมากมาย สภาพแวดล้อมที่ยังไม่ถูกรุกรานโดยน้ำมือมนุษย์ หัวเมืองใหญ่หลายเมืองก็เต็มไปด้วยสีสัน อาหารการกินมีหลากหลาย หลายเมืองได้รับการโหวตให้เป็นเมืองน่าอยู่ที่สุดในโลก นำท่านเที่ยวแคนาดาแบบเจาะลึกจากฝั่งตะวันตกไปยังฝั่งตะวันออก ชมธรรมชาติที่สวยงามทั้งภูเขา แม่น้ำ น้ำตกไนแองการ่าอันยิ่งใหญ่

สายการบิน :  คาเธ่ย์ แฟซิฟิค (CX) และสายการบินภายในประเทศ แอร์ แคนาดา (AC)
โรงแรม  :  มาตรฐาน 4 ดาวขึ้นไป
อาหาร  :  พื้นเมืองและแบบเอเชีย
รถโค้ช :   มาตรฐานแคนาดา 40-48 ที่นั่ง
เรือ :  เฟอร์รี่ข้ามสู่เมืองวิคตอเรีย, เรือใหญ่ล่องชม 1,000 ISLANDS , เรือ HORNBLOWER ล่องหน้าน้ำตกไนแองการ่า
มัคคุเทศก์  :  ชำนาญเส้นทาง

 

 

วันแรก    กรุงเทพฯ – ฮ่องกง – แวนคูเวอร์
เวลา  05.30 น.  :  พร้อมกัน ณ สนามบินสุวรรณภูมิ (ทางเข้าประตู 6) เคาน์เตอร์ M สายการบินคาเธ่ย์ แปซิฟิค เจ้าหน้าที่ของบริษัท คอยอำนวยความสะดวก
เวลา  08.15 น.  :  ออกเดินทางสู่แวนคูเวอร์ โดยเที่ยวบินที่ CX 700 / CX 810 (แวะเปลี่ยนเครื่องฮ่องกง 12.15/16.15 น.)
**เม.ย. – ต.ค. เวลาท้องถิ่นฝั่งตะวันตกช้ากว่าไทย 14 ช.ม. และแต่ละโซนเวลาของแคนาดาจะต่างกัน 1 – 3 ช.ม.
—–บินข้ามเส้นแบ่งเวลาสากล—–

เวลา  13.00 น.  :  เดินทางถึงสนามบินเมืองแวนคูเวอร์ (VANCOUVER) เมืองท่าชายฝั่งที่มีชื่อเสียงทางภาคตะวันตกเฉียงใต้ของรัฐบริติชโคลัมเบีย ประเทศแคนาดา เป็นเมืองที่ใหญ่ที่สุดของรัฐ และในภูมิภาคแปซิฟิก ชื่อเมืองมาจากชื่อของนักสำรวจชาวอังกฤษนามว่า “จอร์จ แวนคูเวอร์” ปัจจุบันแวนคูเวอร์เป็นศูนย์กลางการถ่ายทำภาพยนตร์เป็นอันดับสามของอเมริกาเหนือรองมาจากลอสแองเจลิสและนิวยอร์ค จนมีชื่อเล่นอีกชื่อว่า “HOLLYWOOD OF THE NORTH” และแวนคูเวอร์ยังเป็นสถานที่จัดแข่งขันกีฬาโอลิมปิกฤดูหนาว 2010 และพาราลิมปิกฤดูหนาว 2010 อีกด้วย นำท่านเดินทางสู่สะพานแขวนคาปิลาโน (CAPILANO SUSPENSION BRIDGE) หนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวในแวนคูเวอร์ที่ไม่ควรพลาด นำท่านร่วมทดสอบความกล้ากับสะพานแขวนคาปิลาโน สะพานแขวนไม้เก่าแก่ที่ได้ชื่อว่าเป็นหนึ่งในสะพานที่น่าหวาดเสียวที่สุดในโลก สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2432 เพื่อทำทางเข้าสู่ป่า โดยวิศวกรชาวสกอต GEORGE GRANT MACKAY มีการปรับเปลี่ยนโครงสร้างใหม่ในปี พ.ศ. 2453 จากเชือกปอเป็นสายเคเบิ้ลเหล็กเพื่อให้มีความแข็งแรง สามารถรับน้ำหนักคนได้ถึง 1,300 คน มีความยาวทั้งหมด 137 เมตร หากมองลงไปด้านล่างจะพบกับแม่น้ำคาปิลาโนด้วยความสูง 70 เมตร บริเวณรอบๆ  เต็มไปด้วยต้นไม้เขียวชอุ่ม ในจุดสูงสุดพื้นจะถูกปูด้วยกระจกใสกระตุ้นอะดรีนาลินของท่าน ให้ได้สำรวจธรรมชาติทะลุพื้นกระจกในมุมมองใหม่ที่หาได้ที่นี่ที่เดียว ชมสวนสแตนลีย์ (STANLEY PARK) สวนสาธารณะที่ใหญ่เป็นอันดับ 3 ของอเมริกาเหนือ ด้วยพื้นที่ 1,000 เอเคอร์ ซึ่งมากกว่าเกือบ 10 เท่าของเซนทรัลพาร์คในนิวยอร์ค ได้รับการจัดตั้งเป็นอุทยานตั้งแต่ปี พ.ศ. 2431 จุดประสงค์เพื่ออนุรักษ์ธรรมชาติให้คงอยู่สืบไป พื้นที่สีเขียวยอดนิยมใจกลางเมืองแห่งนี้เปรียบเสมือนปอดใหญ่ของแวนคูเวอร์ จุดเด่นของสวนสแตนลีย์อีกอย่างที่นักท่องเที่ยว  นิยมมาถ่ายรูปคือ เสาโทเท็ม (TOTEM POLE) หรือเสาของชาวพื้นเมืองอินเดียนแดงที่แกะสลักเล่าเรื่องราวต่างๆ ของชนเผ่า จากนั้นแวะชมเมืองแก๊สทาวน์ (GASTOWN) จุดกำเนิดของชุมชนเมืองประมาณกว่าร้อยปี โดยนักบุกเบิก GASSY JACK DEIGHTON ล่องเรือมาพบและตั้งชุมชนแรกขึ้นในปี พ.ศ. 2440  เป็นชุมชนแรกของคนที่มาตั้งถิ่นฐานอยู่ในรัฐบริติชโคลัมเบียก่อนจะมาเป็นแวนคูเวอร์ ชมหนึ่งในแลนด์มาร์คสำคัญของเมือง คือ นาฬิกาไอน้ำ (GASTOWN STEAM CLOCK) นาฬิกาเรือนแรกของโลกที่เดินได้ด้วยพลังไอน้ำ โดยนาฬิกาจะส่งเสียงออกมาทุกๆ 15 นาที ใจกลางแก๊สทาวน์นั้นคือจัตุรัสแรกที่ผู้บุกเบิกคนสำคัญเริ่มก่อตั้งเมือง ชาวแวนคูเวอร์เลยสร้างอนุสรณ์เป็นรูปปั้นกัปตัน GASSY JACK DEIGHTON ที่กำลังยืนอยู่บนถังไม้โอ๊คเพื่อเป็นเกียรติแก่เขา แล้วนำท่านสู่ย่านถนนร๊อบสัน (ROBSON STREET) ที่เต็มไปด้วยร้านค้ามากมาย ตั้งแต่แฟชั่นยี่ห้อท้องถิ่นไปถึงแบรนด์เนมชื่อดัง ร้านอาหาร ร้านกาแฟ ร้านขายของที่ระลึก ถนนร๊อบสันถือว่าเป็น SHOPPING STREET และ LIFESTYLE DISTRICT ที่สำคัญของแวนคูเวอร์

ค่ำ  :  รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร / นำท่านเข้าที่พักโรงแรม HILTON VANCOUVER หรือระดับเดียวกัน (2 คืน)

 

 

 

 

วันที่สอง   แวนคูเวอร์ – วิคตอเรีย – สวนบุดชาร์ด
เช้า :   รับประทานอาหารเช้าในโรงแรม
นำท่านสู่ท่าเรือเพื่อลงเรือเฟอร์รี่สู่เมืองวิคตอเรีย ข้ามช่องแคบจอร์เจียสู่เมืองวิคตอเรีย (VICTORIA) เกาะแวนคูเวอร์ เมืองหลวงของรัฐบริติชโคลัมเบีย ตั้งอยู่ทางตอนใต้ของเกาะแวนคูเวอร์ ได้รับการขนานนามว่า “เมืองแห่งสวน” (CITY OF GARDENS) และยังเป็นเมืองที่ยังคงความเป็นอังกฤษมากที่สุดในอเมริกาเหนือ นำท่านเดินทางเข้ามายังท่าเรือวิคตอเรีย (VICTORIA INNER HARBOUR) ท่าเรือเล็กๆ แต่ล้อมรอบด้วยสถานที่สำคัญๆ มากมาย เช่น โรงแรมแฟร์มองต์ (THE FAIRMONT EMPRESS HOTEL) อาคารรัฐสภา (BRITISH COLUMBIA PARLIAMENT) พิพิธภัณฑ์หุ่นขี้ผึ้ง ฯลฯ
เที่ยง  :  รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
บ่าย :  นำท่านเข้าชมสวนบุดชาร์ด (BUTCHART GARDEN) สวนขนาดใหญ่บนเกาะแวนคูเวอร์ เป็นสวนเก่าแก่อีกแห่งหนึ่งที่สวยงามมากและหลากหลายในการตกแต่ง มีอายุราว 100 กว่าปี ในยุคเริ่มต้นประมาณปี ค.ศ. 1904 พื้นที่องสวนเคยเป็นโรงงานปูนซีเมนต์ของนายโรเบิร์ต พิม บุดชาร์ด (ROBERT PIM BUTCHART) มาก่อน แต่เมื่อหินปูนในแถบนั้นหมดลง พื้นที่ก็ถูกปล่อยร้างเป็นพื้นที่ว่าง ฝ่ายภรรยาของนายโรเบิร์ต ชื่อ เจนนี่ บุดชาร์ด (JENNIE BUTCHART) จึงคิดดัดแปลงพื้นที่ร้างนี้ให้มีชีวิตชีวาอีกครั้ง ด้วยการเนรมิตสวนสวยๆ ขึ้นจากสวนเล็กๆ ก็ขยายเป็นสวนกว้างใหญ่และมีขนาดใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ จนท้ายที่สุดโรงงานปูนหยุดกิจการลงในปี ค.ศ. 1916 แต่สวนยังคงขยายต่อไป ความหลากหลายทำให้สวนบุดชาร์ดมีทั้งสวนกุหลาบนานาพันธุ์ สวนญี่ปุ่นที่มีเสาโทริสีแดงสด สวนเมดิเตอร์เรเนียน สวนอิตาเลี่ยนที่ตกแต่งด้วยน้ำพุและรูปปั้นสวยงาม จนทุกวันนี้ได้รับการยกย่องเป็น NATIONAL HISTORIC SITE OF CANADA และมีโอกาสต้อนรับนักท่องเที่ยวปีละมากกว่า 1,000,000 คน จากนั้นนั่งเรือเฟอร์รี่กลับแวนคูเวอร์
ค่ำ  :   รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร

 

 

 

 

วันที่สาม   แวนคูเวอร์ – คัลการี – เลคหลุยส์
เช้า  :   รับประทานอาหารเช้า /เดินทางสู่สนามบินภายในประเทศ
เวลา 09.00 น. :   ออกเดินทางสู่เมืองคัลการี โดยสายการบินแอร์แคนาดา เที่ยวบินที่ AC 206
เวลา 11.29 น. :  ถึงสนามบินเมืองคัลการี (CALGARY) เมืองใหญ่อันดับ 2 ของรัฐแอลเบอร์ตา ตั้งอยู่ซีกขวาของเทือกเขาร็อคกี้ สูงกว่าระดับน้ำทะเล 3,000 ฟุต เคยเป็นสถานที่จัดการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกฤดูหนาวในปี ค.ศ. 1988 และเป็นเมืองที่รู้จักกันมากขึ้นเมื่อขุดพบน้ำมันปิโตรเลียมเมื่อปี ค.ศ. 1937 ทำให้กลายเป็นศูนย์กลางธุรกิจน้ำมันที่ใหญ่ที่สุดของประเทศแคนาดา
เวลา 12.30 น. :   รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
บ่าย  :  ออกเดินทางสู่ทะเลสาบหลุยส์หรือเลคหลุยส์ (LAKE LOUISE) ทะเลสาบที่อยู่สูงกว่าระดับน้ำทะเล 1,700 เมตร ผิวน้ำในทะเลสาบนิ่งเป็นสีเขียวมรกตล้อมรอบไปด้วยป่าสน มีฉากหลังเป็นท้องฟ้าและเทือกเขาสูงชัดลดหลั่นกันไป บางส่วนของยอดเขามีธารน้ำแข็งและหิมะปกคลุมอยู่ ริมทะเลสาบเต็มไปด้วยหมู่หินใหญ่น้อย ติดกับทะเลสาบที่ตั้งชื่อเป็นเกียรติแด่เจ้าหญิงหลุยส์ แคโรไลน์ อัลเบอร์ตา พระธิดาองค์ที่ 4 ของสมเด็จพระราชินีวิคตอเรีย ที่เสด็จตามพระสวามี ซึ่งเป็นผู้สำเร็จราชการของอังกฤษมาอยู่ที่แคนาดาในสมัยนั้น อิสระให้ท่านได้เดินเล่นชมทะเลสาบตามอัธยาศัย
ค่ำ  :  รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
นำท่านเข้าที่พักโรงแรม FAIRMONT CHATEAU LAKE LOUSE หรือระดับเดียวกัน

 

 

 

 

วันที่สี่  เลคหลุยส์ – จุดชมวิวโบว์ซัมมิท – โคลัมเบียไอซ์ฟิลด์ –  แบนฟ์
เช้า  :  รับประทานอาหารเช้าในโรงแรม
นำท่านสู่จุดชมวิวโบว์ซัมมิท (BOW SUMMIT) ซึ่งเป็นจุดที่สูงสุดของ ICEFIELD PARKWAY (ความสูงประมาณ 2,088 เมตร) เป็นจุดพบกันของแม่น้ำโบว์และแม่น้ำมิสตายา (MISTAYA RIVER) และเป็นมุมที่มองเห็นทะเลสาบเพย์โต (PEYTO LAKE) ได้สวยที่สุด เห็นวิวทะเลสาบสีฟ้าครามสดใสใต้เทือกเขา    แคเนเดี้ยนร็อคกี้ที่ละลายมาจากธารน้ำแข็งเพย์โต (PEYTO GLACIER) ด้วยความสวยงามของสีน้ำทะเลสาบเพย์โตจึงมักมีการใช้รูปทะเลสาบนี้พิมพ์ลงในหนังสือท่องเที่ยวมากมาย จากนั้นเดินทางต่อสู่อุทยานแห่งชาติแจสเปอร์ (JASPER NATIONAL PARK) อุทยานที่ใหญ่ที่สุดในเขตเทือกเขาร็อคกี้ของแคนาดา นำท่านตื่นเต้นหวาดเสียวกับ GLACIER SKYWALK ทางเดินพื้นกระจกยาวกว่า 400 เมตร ยื่นออกมาจากหน้าผา 35 เมตร และสูงจากพื้นดิน 280 เมตร สำหรับชมวิว GLACIAL VALLEY อันงดงามด้านล่าง จุดเช็คอินแห่งใหม่ที่ต้องมาเยือน กระจกใช้วัสดุอย่างดีในการก่อสร้างและสร้างราวกั้นตลอดแนวสองด้าน
เที่ยง  :   รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
บ่าย :  ออกเดินทางสู่โคลัมเบียไอซ์ฟิลด์ (COLUMBIA ICEFIELD) ธารน้ำแข็งที่ใหญ่ที่สุดในแคนาดา ถือเป็นธารน้ำแข็งที่ใหญ่ที่สุดในโลกที่มนุษย์สามารถเข้าถึงได้ ตั้งอยู่ในเทือกเขาร็อคกี้ ระหว่างอุทยานแห่งชาติแบนฟ์และอุทยานแห่งชาติแจสเปอร์ มีพื้นที่ประมาณ 325 ตารางกิโลเมตร มีความลึกของหิมะทับถมกันอยู่ที่ 100 – 365 เมตร และมักจะมีหิมะทับถมเพิ่มอีก     7 เมตรทุกๆ ปี นำท่านนั่งรถ SNOWCOACH ออกตะลุยธารน้ำแข็งสู่จุดศูนย์กลางของทุ่งน้ำแข็ง  มีเวลาให้ท่านถ่ายรูปและสนุกสนานบนทุ่งน้ำแข็ง ได้เวลาสมควร จากนั้นนำท่านเดินทางสู่เมืองแบนฟ์ (BANFF) เมืองเล็กๆ ในเขตอุทยานแห่งชาติแบนฟ์ (BANFF NATIONAL PARK) ตั้งอยู่ในรัฐแอลเบอร์ตา แบนฟ์ถือเป็นอุทยานแห่งชาติแห่งแรกของแคนาดาและอยู่เหนือระดับน้ำทะเลถึง 1,300 เมตรและอยู่ในเทือกเขาแคเนเดี้ยนร็อคกี้ (CANADIAN ROCKIES) แบนฟ์ยังเป็นเหมือนจุดพักของนักสกีมากมายเพราะใกล้กับลานสกี ภายในเมืองมีรถจากสกีรีสอร์ทมารับนักสกีไปลานสกีตลอดวัน
ค่ำ  :  รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
นำท่านเข้าที่พักโรงแรม BANFF ROYAL CANADIAN LODGE หรือระดับเดียวกัน (2 คืน)

 

 

 

วันที่ห้า   แบนฟ์ – น้ำตกโบว์ – เทือกเขาซัลเฟอร์ – คัลการี
เช้า  :   รับประทานอาหารเช้าในโรงแรม
นำท่านแวะบันทึกภาพน้ำตกโบว์ (BOW FALLS) น้ำตกที่เกิดจากการละลายของน้ำแข็งจนกลายเป็นแม่น้ำโบว์ หนึ่งในโลเคชั่นที่การันตีความสวยงามโรแมนติกด้วยการไปปรากฏในหนังคลาสสิกอย่างเรื่อง RIVER OF NO RETURN ที่นำแสดงโดยมารีลีน มอนโร ซุปเปอร์สตาร์ระดับโลกมาแล้ว นำท่านแวะจุดถ่ายรูปบริเวณ SURPRISE CORNER เป็นจุดที่ถ่ายรูปเมืองแบนฟ์ได้ดีที่สุดและสวยที่สุด โดยจะมีฉากหลังเป็นโรงแรม BANFF SPRING จากนั้นนำท่านขึ้นกระเช้า BANFF GONDOLA ขึ้นสู่ยอดเขาซัลเฟอร์  (SULFUR MOUNTAIN) ซึ่งภูเขานี้คือจุดเริ่มต้นของ BANFF เมื่อประมาณปี ค.ศ. 1800 ปลายๆ ได้มีการสร้างทางรถไฟผ่านมาที่ภูเขาแห่งนี้ ณ ตอนนั้น คนงานจำนวนหนึ่งได้เห็นควันพวยพุ่งออกมาจากภูเขา จึงเกิดสงสัย เลยเดินไปดู พวกเขาพบบ่อน้ำพุร้อน จึงได้ทำการสร้างรั้วกั้นไว้และเริ่มทำธุรกิจนับแต่นั้นเป็นต้นมา เมื่อเวลาผ่านไป ทางรัฐบาลได้เข้ามาช่วยเหลือและซื้อธุรกิจไปและผลักดันให้แบนฟ์เป็นอุทยานแห่งชาติแห่งแรกของประเทศแคนาดา โดยกระเช้านำท่านขึ้นมาถึง ยอดเขาซัลเฟอร์ที่ความสูง 2,285 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล ระหว่างทางเดินไปยังยอดเขามีจุดชมวิวอยู่เป็นระยะๆ และมีป้ายให้ความรู้เรื่องสัตว์ป่าในท้องถิ่นกับธรรมชาติที่อยู่รอบตัวและจุดชมวิวแห่งนี้สามารถมองเห็นวิวของเทือกเขาร็อคกี้และทะเลสาบอันงดงามอีกด้วย
เที่ยง  :   รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
บ่าย  :  เดินทางกลับเมืองคัลการี (CALGARY) เป็นเมืองศูนย์กลางการผลิตน้ำมันและก๊าซธรรมชาติ กสิกรรม และการท่องเที่ยวของแคนาดา
ค่ำ  :  รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
นำท่านเข้าที่พักโรงแรม DELTA BY MARRIOTT CALGARY AIRPORT – IN TERMINAL หรือระดับเดียวกัน

 

 

 

วันที่หก  คัลการี – มอนทรีออล
เช้า  :   เดินทางสู่สนามบินภายในประเทศ (รับประทานอาหารเช้าแบบกล่อง)
เวลา 06.15 น. :  ออกเดินทางสู่เมืองมอนทรีออล โดยเที่ยวบินที่ AC 316
เวลา 12.20 น. :  เดินทางถึงสนามบินเมืองมอนทรีออล (MONTREAL) เดินทางเข้าสู่ตัวเมือง
เวลา 13.00 น. :  รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
นำชมมอลทรีออล เมืองที่ใหญที่สุดในเขตปกครองของรัฐควิเบก และเป็นเมืองใหญ่อันดับสองของแคนาดา มอนทรีออลเคยเป็นเมืองที่ใหญ่ที่สุดในยุคทศวรรษ 1970 หลังจากนั้นเมืองโตรอนโต้ก็แซงหน้าไป เดิมเมืองนี้มีชื่อว่า วิล-มารี (VILLE-MARIE) ภาษาทางการของมอนทรีออลคือภาษาฝรั่งเศส และมอนทรีออลยังเป็นเมืองใหญ่ที่สุดอันดับสองที่มีประชากรพูดภาษาฝรั่งเศสมากที่สุดในโลกรองจากปารีส ภาษาฝรั่งเศสแบบควิเบกเป็นภาษาทางการของเมือง ซึ่งอาจจะแตกต่างจากภาษาฝรั่งเศสที่พูดในฝรั่งเศสบ้าง แต่ประชากรกว่าครึ่งของที่นี่สามารถพูดคล่องได้ทั้งสองภาษา นั่นคือภาษาอังกฤษและภาษาฝรั่งเศส นำท่านเมืองมอนทรีออล ที่ตัวเมืองตั้งอยู่รอบๆ เนินเขาที่ปกคลุมด้วยป่าไม้สวยงามที่มีชื่อว่า “เมาท์รอยัล” (MONT REAL / MONT ROYAL) ซึ่งชื่อนี้ก็เป็นที่มาของชื่อเมืองนั่นเอง ชมเขตเมืองเก่าที่มีอาคารหน้าตาคล้ายเมืองในยุโรป นำท่านขึ้นชมวิวบนเมาท์รอยัล จากจุดชมวิวนี้จะเห็นเมืองมอนทรีออลทั้งเมืองและแม่น้ำเซนต์  ลอเรนซ์ที่ไหลผ่านเมือง ระหว่างทางลงจากเขาก็จะเห็นสนามกีฬาโอลิมปิกอยู่ลิบๆ ที่มอนทรีออลเป็นเจ้าภาพกีฬาโอลิมปิกฤดูร้อนในปี ค.ศ. 1976 นำชมโบสถ์นอร์ทเทรอดามแห่งมอนทรีออล (NOTRE-DAME BASILICA MONTREAL) โบสถ์เก่าแก่และยิ่งใหญ่ที่สุดของเมืองมอนทรีออล อาคารดั้งเดิมสร้างขึ้นในศตวรรษที่ 17 แต่อาคารหลังปัจจุบันสร้างขึ้นมาใหม่ในปี ค.ศ. 1829 ในศิลปะแบบนีโอคลาสสิก และนีโอ  โกธิค ไฮไลท์ของโบสถ์แห่งนี้อยู่ที่การตกแต่งภายในด้วยสีฟ้าสดใสและสีทองอร่ามตา เพดานโค้งขนาดใหญ่และกระจกสีสวยหรูหรา เป็นหนึ่งในโบสถ์ที่สวยงามที่สุดแห่งหนึ่งของแคนาดา และยังเคยใช้จัดพิธีการสำคัญ เช่น พิธีต้อนรับพระสันตะปาปาและพิธีแต่งงานของ CELINE DION นักร้องชื่อดังอีกด้วย
ค่ำ  :   รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
นำท่านเข้าที่พักโรงแรม SOFITEL MONTREAL GOLDEN MILE หรือระดับเดียวกัน

 

 

 

วันที่เจ็ด    มอนทรีออล – ออตตาวา – คิงส์ตัน
เช้า :   รับประทานอาหารเช้าในโรงแรม
เดินทางสู่เมืองออตตาวา (OTTAWA) เมืองหลวงของประเทศแคนาดา เมืองที่ได้รับการยอมรับว่ามีความสวยงามและยังเป็นจุดศูนย์รวมของสถานที่ทางประวัติศาสตร์ พิพิธภัณฑ์ สวนสาธารณะให้เที่ยวชมมากมาย ออตตาวาตั้งอยู่บนฝั่งแม่น้ำออตตาวา (OTTAWA RIVER) อีกทั้งยังเป็นเมืองที่ใหญ่เป็นอันดับสี่ของแคนาดา นำท่านชมเมืองหลวงของแคนาดา แวะถ่ายรูปกับ อาคารรัฐสภา (PARLIAMENT HILL) อาคารรัฐสภาที่สร้างขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ โดยอาคารรัฐสภาเป็นอาคารที่เป็นตัวอย่างที่ดีของอาคารที่สร้างขึ้นในสไตล์ฟื้นฟูโกธิค (GOTHIC REVIVAL STYLE) สร้างขึ้นในช่วงระหว่างวันที่ 24 กรกฎาคม ค.ศ. 1916 และเสร็จในวันที่ 1 กรกฎาคม ค.ศ. 1927 ตัวอาคารตั้งอยู่บริเวณใจกลางเมือง ซึ่งจากตรงบริเวณนี้จะสามารถมองเห็นวิวทิวทัศน์อันงดงามของแม่น้ำออตตาวาได้อย่างชัดเจน แล้วแวะถ่ายรูปกับอาคารหอศิลป์แห่งชาติแคนาดา (NATIONAL GALLERY OF CANADA) เป็นอาคารกระจกและอาคารหินแกรนิตที่ได้รับการออกแบบโดย MOSHE SAFDIE ถูกจัดตั้งขึ้นเป็นครั้งแรกในปี ค.ศ. 1880 และเปิดอย่างเป็นทางในปี ค.ศ. 1988 ภายในมีการจัดแสดงคอลเลคชั่นภาพวาด รูปปั้น และรูปถ่ายเป็นจำนวนมาก
เที่ยง  :  รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
บ่าย  :   เดินทางสู่เมืองคิงส์ตัน (KINGSTON) เมืองเล็กๆ ของแคนาดา อยู่ทางทิศตะวันออกของทะเลสาบออนทาริโอบรรจบกับแม่น้ำเซนต์ลอเรนซ์ และเป็นจุดเริ่มต้นของ THOUSAND ISLANDS คิงส์ตันเป็นเมืองแห่งแรกของแคนาดา แต่ด้วยเหตุที่เมืองเล็กเกินไปและง่ายต่อการถูกโจมตีโดยอเมริกา เมืองหลวงจึงเปลี่ยนไปเป็นมอนทรีออล โตรอนโต และออตตาวาในที่สุดค่ำ  :   รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
 นำท่านเข้าที่พักโรงแรม DELTA HOTEL BY MARRIOTT KINGSTON WATERFRONT หรือระดับเดียวกัน

 

 

 

วันที่แปด   คิงส์ตัน – ล่องเรือ 1,000 เกาะ – น้ำตกไนแองการ่า
เช้า  :   รับประทานอาหารเช้าในโรงแรม
นำท่านล่องเรือ 1,000 เกาะ อันเลื่องชื่อของคิงส์ตัน (THOUSAND ISLAND) ชมความงามของแม่น้ำเซนต์ลอเรนซ์ที่มีความยาวถึง 1,344 กิโลเมตรไหลออกจากทะเลสาบออนทาริโอจนกระทั่งออกสู่มหาสมุทรแอตแลนติก ชมความสวยงามของบ้านพักตากอากาศที่ตั้งอยู่บนเกาะส่วนตัวมากมายเรียงรายกันนับร้อยๆ หลัง เกาะบางเกาะก็เป็นเกาะร้าง บางเกาะยังมีคนอาศัยอยู่จริงๆ บางเกาะเป็นของอเมริกา บางเกาะเป็นของแคนาดา ซึ่งมีมากมายกว่า 1,800 เกาะ จึงเรียกกันง่ายๆว่า THOUSAND ISLANDS อันเป็นที่มาของน้ำสลัดที่โด่งดัง เพราะต้นกำเนิดมาจากที่นี่ เรือจะล่องผ่านสะพาน THOUSAND ISLAND BRIDGE ที่เชื่อมพรมแดนระหว่างสหรัฐกับแคนาดา สะพานนี้ทอดข้ามไปอีกหลายเกาะเชื่อมระหว่างรัฐออนทาริโอและรัฐนิวยอร์คของอเมริกา
หมายเหตุ     *เรือจะมีถึงเดือนตุลาคม หากเรือไม่โอเปอเรตจะนำชมสถานที่ท่องเที่ยวอย่างอื่นทดแทน
เที่ยง  :   รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร     
บ่าย  :  ออกเดินทางต่อสู่น้ำตกไนแองการ่า (NIAGARA FALLS) หนึ่งในน้ำตกที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก ตั้งอยู่ระหว่างชายแดนรัฐนิวยอร์คของ อเมริกา และรัฐออนทาริโอของแคนาดา ซึ่งน้ำตกแห่งนี้ประกอบไปด้วย 3 น้ำตกด้วยกัน คือ น้ำตกเกือกม้า (HORSESHOE FALLS) อยู่ฝั่งแคนาดา, น้ำตกอเมริกา (AMERICAN FALLS) อยู่ทางฝั่งสหรัฐอเมริกา
ค่ำ  :  รับประทานอาหารค่ำสุดพิเศษบน หอคอย SKYLON TOWER ที่ความสูง 236 เมตร ถือเป็นแลนด์มาร์คเด่นของน้ำตกไนแองการ่า วิวแบบพาโนรามาจากบนชั้นบนสุดจะมอบประสบการณ์สุดพิเศษให้ท่าน พร้อมรับประทานอาหารค่ำที่ภัตตาคารหมุนรอบ 360 องศา (REVOLVING DINING ROOM) โดยภัตตาคารจะหมุนครบ 360 องศาทุก ๆ 1 ชั่วโมง / นำท่านเข้าที่พักโรงแรม SHERATON ON THE FALLS หรือระดับเดียวกัน / ห้องวิวน้ำตก

 

 

 

วันที่เก้า  น้ำตกไนแองการ่า – ล่องเรือ HORNBLOWERโตรอนโต
เช้า :  รับประทานอาหารเช้าในโรงแรม
นำท่านล่องเรือ HORNBLOWER สัมผัสใกล้ชิดกับสายน้ำตกที่ไหลพุ่งลงสู่เบื้องล่างอย่างใกล้ชิด นำท่านล่องผ่านน้ำตกอเมริกันฟอลส์ ก่อนเข้าสู่แอ่งของน้ำตกเกือกม้าที่มีเสียงน้ำตกดังกึกก้อง นำท่าเข้าไปท่ามกลางละอองน้ำอันพลุ่งพล่านของน้ำตกเกือกม้า (ก่อนขึ้นเรือ ท่านจะได้รับแจกเสื้อกันฝน – กันน้ำ) โดยเรือ HORNBLOWER นี้แต่เดิมเริ่มกิจการในฐานะเรือเฟอร์รี่ข้ามฟากระหว่างอเมริกากับแคนาดาในปี ค.ศ. 1846 จากนั้น เมื่อสะพานสายรุ้ง (RAINBOW BRIDGE) สะพานแขวนแห่งแรกที่ข้ามช่องเขาแม่น้ำไนแองการ่าได้เปิดใช้งานในปี ค.ศ. 1878 เรือก็ได้รับการดัดแปลงให้เป็นเรือท่องเที่ยวจนปัจจุบัน (หมายเหตุ ทัวร์  ล่องเรือนี้จะเปิดบริการปลายเดือนเมษายน – ตุลาคมของทุกปี และในวันที่อากาศไม่ดีหรือสภาพอากาศไม่เอื้ออำนวย ทำให้เรือไม่สามารถออกได้ จะบริการท่านด้วยทัวร์ JOURNEY BEHIND THE FALLS แทน คือการเดินทางด้านหลังของน้ำตก นำท่านไปชมด้านหลังของน้ำตกเกือกม้า โดยจะเริ่มต้นด้วยการลงลิฟต์ต่ำลงมา 46 เมตรทะลุผ่านผาหิน เมื่อท่านก้าวออกจากลิฟต์จะได้ยินเสียงกึกก้องของน้ำที่ถาโถมลงมาในช่องเขาไนแองการ่าด้วยปริมาณ 2,800 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที โดยลิฟต์จะนำท่านมาสู่อุโมงค์หลายช่อง โดยอุโมงค์เหล่านี้นำท่านไปยังจุดชมทิวทัศน์ด้านหลังน้ำตกที่เชี่ยวกรากอย่างใกล้ชิด)
นำท่านเดินทางสู่ เทเบิ้ลร็อค (TABLE ROCK) จุดที่อยู่ใกล้น้ำตกมากที่สุด จากบริเวณนี้ท่านสามารถถ่ายรูปน้ำตกไนแองการ่าได้หลากหลายมุมและได้ยินเสียงน้ำตกกึกก้อง พร้อมละอองน้ำปกคลุมไปทั่วบริเวณ
เที่ยง  :   รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
บ่าย :  นำท่านแวะถ่ายรูปกับนาฬิกาดอกไม้แห่งไนแองการ่า (NIAGARA FLORAL CLOCK) ซึ่งได้รับการประดับตกแต่งจากดอกไม้หลากหลายชนิดเปลี่ยนไปตามฤดูกาล แล้วออกเดินทางสู่หมู่บ้านไนแองการ่า ออน เดอะ เลค (NIAGARA ON THE LAKE) หมู่บ้านที่ตั้งอยู่บนฝั่งตะวันตกเฉียงใต้ของทะเลสาบออนทาริโอ เต็มไปด้วยบ้านเรือนยุคศตวรรษที่ 18 และ 19 ทีได้รับการบูรณะเป็นอย่างดี และมีจุดเด่นสำคัญของเมืองนี้คือเป็นแหล่งไวน์ที่ดีที่สุดของแคนาดา โดยเฉพาะอย่างยิ่งไอซ์ไวน์ (ICE WINE) ที่มีชื่อเสียงโดดเด่นมาก ให้ท่านได้มีโอกาสชิมรสชาติไอซ์ไวน์อันขึ้นชื่อของหมู่บ้านแห่งนี้ซึ่งไอซ์ไวน์ก็คือไวน์หวานชนิดหนึ่ง สามารถทำได้แค่ไม่กี่ประเทศในโลก โดยแคนาดามีชื่อเสียงเรื่องไอซ์ไวน์มากที่สุด โดยจะต้องเป็นภูมิภาคที่หนาวจัดเท่านั้น เพราะการเก็บองุ่นมาทำไอซ์ไลน์นั้นคือการเก็บองุ่นในขณะที่หิมะปกคลุมตัวองุ่น ความเย็นเกาะองุ่น ทำให้องุ่นสุกคาต้นแล้วค่อยนำมาเข้ากระบวนการทำไวน์ และต้องใช้ปริมาณองุ่นมากกว่าทำไวน์ปกติกว่า 50 เท่า จากนั้นเดินทางสู่เมืองโตรอนโต (TORONTO) เมืองขนาดใหญ่ที่สุดในแคนาดา รวมถึงเป็นเมืองหลวงของรัฐออนทาริโออีกด้วย โตรอนโตจัดได้ว่าเป็นเมืองที่มีความหลากหลายทางเชื้อชาติ วัฒนธรรมมากที่สุดแห่งหนึ่ง โดยมีไชน่าทาวน์ถึง 3 แห่งในโตรอนโต มี LITTLE ITALY, GREEK TOWN ที่อยู่ด้วยกันอย่างกลมกลืน
ค่ำ  :  รับประทานอาหาร ณ ภัตตาคาร
นำท่านเข้าที่พักโรงแรม SHERATON TORONTO หรือระดับเดียวกัน  

 

 

 

 

วันที่สิบ   โตรอนโต – หอคอยซีเอ็น – ฮ่องกง
เช้า  :  รับประทานอาหารเช้าในโรงแรม
นำท่านขึ้นชมวิวบนหอคอยซีเอ็น (CN TOWER) หอคอยที่ตั้งอยู่ใจกลางเมืองโตรอนโต เป็นหอคอยสื่อสารและสังเกตการณ์ สูง 553 เมตร เริ่มก่อสร้างตั้งแต่ปี ค.ศ. 1973 และมีความสูงมากกว่าหอคอยออสตานกิโนในมอสโควตั้งแต่ปี ค.ศ. 1975 ทั้งที่ยังก่อสร้างไม่เสร็จ หอคอยซีเอ็นได้รับการบันทึกว่าเป็นสิ่งก่อสร้างที่มีความสูงที่สุดในโลกเป็นเวลาถึง 31 ปี จนถึงวันที่ 12 กันยายน ค.ศ. 2007 จึงถูกแทนที่ด้วยอาคารเบิร์จคาลิฟาในดูไบ ชื่อหอคอยซีเอ็นย่อมาจาก CANADIAN NATIONAL RAILWAY เป็นการรถไฟที่เป็นเจ้าของโครงการก่อสร้างในระยะแรก แต่ปัจจุบันนิยมอ้างอิงว่าซีเอ็น หมายความถึง “หอคอยแห่งชาติแคนาดา” นำท่านขึ้นลิฟต์ไปหยุดที่จุดแรกบนชั้น 113 ใช้เวลาเพียง 58 วินาที ให้ท่านได้สัมผัสประสบการณ์ในการยืนบนพื้นกระจกใสและมองลงมาจากความสูง 342 เมตร ดูถนนสายต่างๆ ของเมืองด้านล่าง หรือชมวิวโตรอนโตที่ OUTDOOR SKY TERRACE 
เที่ยง  :   รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
บ่าย :  นำท่านชมย่านนาธานสแควร์ (NATHAN SQUARE) ซึ่งเป็นที่ตั้งของศาลาว่าการเมือง (CITY HALL) ทั้งตึกเก่าและตึกใหม่ บริเวณนี้ตลอดทั้งปีก็จะมีการจัดงานอีเวนท์ต่าง ๆ ที่พิเศษคือในช่วงหน้าหนาว ลานด้านหน้าก็จะถูกทำให้เป็นลานสเก๊ตน้ำแข็ง จากนั้นแวะถ่ายรูปบริเวณ HARBOUR FRONT CENTRE สถานที่จัดงานรื่นเริงและงานมหรสพต่างๆ ตั้งแต่คอนเสิร์ต การแสดงเต้น เทศกาล ตลอดจนนิทรรศการ ไม่ว่างานอะไรก็มักจะมาจัดที่นี่ ทำให้บริเวณนี้คึกคักตลอดทั้งปี ผ่านบันทึกภาพอาคารรัฐสภา ซึ่งมีพระบรมรูปของพระนางวิคตอเรีย พระราชินีแห่งอังกฤษตั้งอยู่ด้านหน้า ผ่านชมย่านไชน่าทาวน์ (CHINATOWN) ที่ใหญ่ที่สุดของแคนาดา ที่นี่ให้บรรยากาศคึกคักเหมือนอยู่เมืองจีน มีร้านอาหาร ร้านซุปเปอร์มาร์เก็ตที่ขายของเอเชีย โดยเฉพาะจากจีน เป็นเสมือนครัวขนาดใหญ่ของชาวเอเชียแถบนี้เลยทีเดียว ที่นี่ท่านจะได้พบกับตลาดขายผักผลไม้ของแต่ละพื้นที่ ตลอดจนร้านค้าสมุนไพรที่นำเสนอชาทุกประเภท ร้านบะหมี่ ร้านอาหารสารพัดชนิด
จากนั้นนำท่านสู่ TORONTO PREMIUM OUTLET ที่ตั้งอยู่ที่เมืองมิสซิสเซากา (MISSISSAUGA) ให้ท่านได้เลือกซื้อช้อปปิ้งสินค้าแบรนด์เนมสารพัดยี่ห้อให้ท่านเลือกซื้อในราคาพิเศษกว่าซื้อร้านค้าในเมือง ไม่ว่าจะเป็นเสื้อผ้า รองเท้า กระเป๋า อุปกรณ์เครื่องครัว ร้านอาหาร ฯลฯ มีหลากหลายแบรนด์ให้เลือกสรร เช่น ADIDAS, GAP, ARMANI, POLO, BANANA REPUBLIC, BOSS, BURBERRY, COACH, DKNY, GUCCI, KATE SPADE, NIKE, OAKLEY, PRADA, SAMSONITE เป็นต้น
ค่ำ  :  รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
มีบริการเปิดห้องพักให้อาบน้ำก่อน / นำท่านเดินทางสู่สนามบินเพียร์สัน โตรอนโต

 

 

 

วันที่สิบเอ็ด  โตรอนโต – ฮ่องกง
เวลา 01.45 น. :  ออกเดินทางกลับกรุงเทพฯ โดยเที่ยวบินที่ CX 829 / CX 705 (แวะเปลี่ยนเครื่องที่ฮ่องกง 05.00/08.00 น.)

 

วันที่สิบสอง  ฮ่องกง – กรุงเทพฯ
เวลา 10.00 น. :  เดินทางถึงสนามบินสุวรรณภูมิ กรุงเทพฯ โดยสวัสดิภาพ (CX 705)

 

 

 

 

กำหนดการเดินทาง        1-12, 13-24, 20-31 พ.ค.

อัตราค่าบริการ

รายการ

ราคา

ผู้ใหญ่ พักห้องคู่ ท่านละ

213,000

เด็ก (อายุ 2-12 ปี) พักรวมกับผู้ใหญ่ 2 ท่าน มีเตียงเสริม ท่านละ    

181,000

เด็ก (อายุ 2-12 ปี) พักรวมกับผู้ใหญ่ 2 ท่าน ไม่มีเตียงเสริม ท่านละ

171,000

พักห้องเดี่ยวเพิ่มท่านละ

40,000

***ท่านที่จะไม่ใช้ตั๋วกรุ๊ป กรุณาแจ้งก่อนเดินทาง อย่างน้อย 23 วัน มิฉะนั้นอาจมีค่าใช้จ่าย / ตั๋วกรุ๊ปเมื่อออกตั๋วแล้วไม่สามารถเลื่อนได้ทุกกรณี
**หากเป็นผู้ใหญ่ 3 ท่าน เรียนแนะนำว่าเปิด 2 ห้องสะดวกกว่า (เพราะโรงแรมไม่ค่อยมีห้อง 3 เตียง)
**ท่านที่มีวีซ่านักเรียนยังไม่หมดอายุ ไม่สามารถใช้เดินทางท่องเที่ยวได้
**เด็กต่ำกว่า 15 ปี หากไม่ได้เดินทางไปกับบิดา-มารดา ต้องมีหนังสือยินยอมและมอบอำนาจการดูแลกับญาติที่ไป พร้อมเอกสารของเด็กทุกอย่าง เช่น ใบเกิด เอกสารการเรียน

อัตราค่าบริการนี้รวม
– ค่าตั๋วเครื่องบินชั้นทัศนาจรไป-กลับ ตามรายการ                   
– ค่าที่พักโรงแรมตามรายการ
ค่าอาหารตามรายการ (เมนูเดอลักซ์)                                
–  ค่าพาหนะรับส่งตลอดรายการ
– ค่าเข้าชมสถานที่ตามรายการ                                            
–  ค่ามัคคุเทศก์ชำนาญงานจากบริษัท
– ค่าขนกระเป๋าเดินทางท่านละ 1 ใบๆ ละ ไม่เกิน 23 ก.ก. / ชั้นธุรกิจ ได้ 2 ใบๆ ละ 23 ก.ก.
– ค่าภาษีสนามบิน                                                           
– ค่าวีซ่าแคนาดา                                                 
– 
ค่าทิปคนขับรถ                                                  
– น้ำดื่มท่านละ 1 ขวด/วัน
– ค่าประกันอุบัติเหตุในวงเงิน ท่านละ 1,000,000 บาท, ค่ารักษาพยาบาลวงเงิน 1,500,000 บาท(ไม่คุ้มครองโรคประจำตัว)
**ปกติแล้วทัวร์ทั่วไปจะใช้ประกันของตัวแทนที่ยุโรป ซึ่งคุ้มครองแต่อุบัติเหตุ เป็นประกันกลุ่มแบบเหมาเป็นหมื่นหัว และเบี้ยประกันประมาณคนละ 50-60 บาท แต่ของยูนิตี้เรามีซื้อประกัน ALLIANZ  เพิ่มให้ลูกค้าทุกท่านอีก 1 ฉบับ เจ็บป่วยจากการเดินทางจากอุบัติเหตุหรือสาเหตุอื่น ถ้าเข้ารักษาตัวในโรงพยาบาลจะคุ้มครองได้มากกว่าทัวร์ทั่วไป ยกเว้นโรคประจำตัวหรือโรคร้ายแรงที่แพทย์วินิจฉัยว่าเป็นมาก่อนเดินทาง

อัตราค่าบริการนี้ไม่รวม
– ค่าเครื่องดื่มทุกชนิด ตลอดจนค่าใช้จ่ายส่วนตัวอื่น ๆ อาทิเช่น ค่าโทรศัพท์ทางไกล เป็นต้น
– ค่าทิปหัวหน้าทัวร์จากบริษัท

 

 

จองทัวร์ ดาวน์โหลด เพิ่มเติม
ค้นหาทัวร์