แกรนด์อิตาลี 2

GRAND ITALY 2 (ROMANTIC NOTHERN ITALY)

สายการบินไทย
11 วัน 8 คืน
30 กิโลกรัม
มาตรฐานยุโรป
4 ดาว หรือเทียบเท่า

 

ที่สุดของรายการเที่ยวอิตาลี ประเทศที่หลากหลายด้วยประวัติศาสตร์ อารยธรรม ศิลปกรรม ศูนย์รวมแห่งศิลปินที่มีชื่อเสียงและผลงานที่โด่งดังก้องโลก ท่องเที่ยวเส้นเมืองสวยในแคว้นทัสคานี ชมบรรยากาศของเทือกเขาโดโลไมท์ เที่ยวหมู่บ้านสวยๆ เมืองเก่าแก่อันสวยงามและเมืองมรดกโลก สัมผัสประเทศแห่งผู้นำแฟชั่นสุดยอดของยุโรป เต็มไปด้วยดีไซเนอร์ชื่อดังมากมาย ยูนิตี้ 2000 ทัวร์ ขอเชิญชวนท่านสู่รายการท่องเที่ยวดีๆ ที่เราเลือกสรรมาเฉพาะคุณๆ ที่มั่นใจในความชำนาญของเรา

 

 

วันแรก   กรุงเทพฯ
เวลา 21.00 น.  :  พร้อมคณะที่สนามบินสุวรรณภูมิ (ทางเข้าประตู 3) เคาน์เตอร์ D – E สายการบินไทย

 

 

วันที่สอง   กรุงเทพฯ โรม ปิเอนซา – มอนตัลชิโน – เซียน่า    
เวลา 00.20 น.  : บินตรงสู่กรุงโรม โดยเที่ยวบินที่ TG 944
เวลา 06.50 น. :   ถึงสนามบินกรุงโรม (ROME) หลังผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากรแล้ว จากนั้นนำท่านสู่เมืองปิเอนซา (PIENZA / 2 ชม. 30 นาที) หรือนครประวัติศาสตร์ ตั้งอยู่ระหว่างเมืองมอนตัลชิโน (MONTALCINO) และเมืองมอนเตปูลเซียโน (MONTEPULCIANO) ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกทางด้านวัฒนธรรม ในปี ค.ศ. 1996 และในปี ค.ศ. 2004  บริเวณเขตหุบเขาทั้งหมด Val d’Orcia ได้ถูกประกาศให้ติดอันดับขององค์การยูเนสโกให้เป็น World Cultural Landscapes ที่นี่เคยเป็นสถานที่ถ่ายทำภาพยนตร์ Hollywood ที่ได้รับรางวัลมามากมายเช่นเรื่อง “The English Patient” อีกด้วย นำชมเมืองปิเอนซา เดิมปิเอนซา เป็นหมู่บ้านที่ใครๆ ก็หลงใหล มีชื่อว่า “CORSIGNANO” และเป็นเมืองเกิดของ Pope Pius II ซึ่งเป็นผู้นำด้านการศึกษาเรื่องมนุษยชาติ นักวิชาการ และนักปรัชญา ได้รับคัดเลือกให้เป็นสันตะปาปาในปี ค.ศ. 1458 หลังจากการได้รับตำแหน่ง เมืองนี้ได้ถูกสร้างขึ้นใหม่เกือบทั้งหมด และเปลี่ยนชื่อมาเป็นปิเอนซา ชมบริเวณจตุรัสเปียซซาปีโอที่ 2 (Piazza Pio II) จตุรัสที่สร้างขึ้นอย่างหรูหรา ล้อมรอบด้วยศาลากลางจังหวัด โบสถ์ หอระฆัง และพระราชวัง
เที่ยง  :   รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารพื้นเมือง
บ่าย  :  นำท่านสู่เมืองมอนตัลชิโน (MONTALCINO / 30 นาที) เมืองที่แวดล้อมด้วยความสมบูรณ์ของป่าไม้และอากาศบริสุทธิ์ เป็นชุมชนใหญ่ที่อยู่บนเนินเขา และเป็นเมืองที่มีชื่อเสียงในการผลิตไวน์ของอิตาลี “ไวน์บรูเนลโล่” ไวน์ชื่อดังของแคว้นทัสคานี  นำชมกำแพงเมืองมอนตัลชิโน ที่สร้างขึ้นโดยรอบตั้งแต่ศตวรรษที่ 14 ที่ท่าน  จะมองเห็นทัศนียภาพอันสวยงาม     ของเมืองในแบบพาโนรามา ชมอาคารสถานที่ต่างๆ  โบสถ์ซานต์ อานติโม (Sant’Agostino) ในสมัยศตวรรษที่ 14, หอระฆังอิฐแดง Palazzo Communale บนลานสาธารณะ Piazza del Popolo ที่ตั้งเป็นแท่งสูง เดินเล่นชมเมืองตามอัธยาศัย จากนั้นนำท่านสู่เมืองเซียน่า  (SIENA / 45 นาที) เมืองแห่งสถาปัตยกรรมโกธิค และมีจตุรัสเดลเคมโป้ ที่เป็นรูปทรงเกือกม้าที่สวยงาม
ค่ำ  :   รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
นำท่านเข้าที่พักโรงแรม NH HOTEL หรือระดับเดียวกัน

 

 

วันที่สาม   เซียน่า – ซานจิมิญาโน – ลา สเปเซีย    
เช้า  :   รับประทานอาหารเช้าในโรงแรม
นำท่านชมเมืองเซียน่า เมืองแห่งสถาปัตยกรรมโกธิค หนึ่งในเมืองที่สวยที่สุดแห่งแคว้นทัสคานี ได้รับการขึ้นทะเบียนให้เป็นเมืองมรดกโลกจากองค์การยูเนสโก ในปี ค.ศ. 1995 นำชมมหาวิหารแห่งเซียน่า (SIENA CATHEDRAL) หรือดูโอโมเซียน่า (DUOMO DI SIENA) ที่ทำจากหินอ่อนสีชมพูอันยิ่งใหญ่ในรูปแบบสถาปัตยกรรมแบบโกธิค และเรเนซองส์ สร้างในระหว่างปี ค.ศ. 1215-1263 ถือได้ว่าเป็นโบสถ์ที่สวยที่สุดอีกแห่งหนึ่งของอิตาลี นำท่านสู่จัตุรัสเปียสซ่า เดลเคมโป้ (PIAZZA DEL CAMPO) ที่เป็นรูปทรงเกือกม้าที่สวยงาม ถือเป็นจัตุรัสยุคกลางที่ยังคงสมบูรณ์ที่สุดแห่งหนึ่งในยุโรป เป็นที่ตั้งของสถานที่สำคัญๆ ชมปาลาซโซ พับลิคโค (PALAZZO PUBBLICO) พระราชวังในรูปแบบโรมาเนสก์ที่มีความสวยงาม สร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1297 เพื่อเป็นสถานที่ทำงานของรัฐบาล ชมหอระฆัง  มานเจีย (TORRE DEL MANGIA) หอระฆังเก่าแก่ ที่ถือเป็นสิ่งก่อสร้างที่สูงที่สุดในอิตาลี ให้ท่านได้เดินเล่นชมเมืองเก่าตามอัธยาศัย
เที่ยง :    รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารพื้นเมือง
บ่าย  :   นำท่านออกเดินทางสู่เมืองซานจิมิญาโน (SAN GIMIGNANO) เมืองโบราณเล็กๆ ในยุคกลาง ว่ากันว่าเป็นเมืองโรแมนติกที่สุดเมืองหนึ่งของอิตาลี เมืองแห่งสิ่งก่อสร้างด้วยสถาปัตยกรรมยุคกลาง และรายล้อมไปด้วยกำแพงเก่า เอกลักษณ์ของเมืองนี้คือกลุ่มหอคอยโบราณที่ตระหง่านอยู่ในเมืองถึง 72 หอคอย จนได้รับสมญานามว่าเป็น MANHATTAN OF ANCIENT CITY ปัจจุบันเหลือเพียง 14 หลัง นำท่านชมหอคอย GREAT  TOWER หรือ TORRE GROSSA ซึ่งสูงที่สุดของเมืองนี้ เมืองเซียน่าได้รับการขึ้นทะเบียนให้เป็นมรดกโลก ในปี ค.ศ. 1990 นำชมเปียสซา เดลลา ซิสเทอนา (PIAZZA DELLA CISTERNA) จัตุรัสเก่าแก่และย่านเมืองเก่าที่สร้างขึ้นในรูปสามเหลี่ยม ชมโบสถ์เซนต์ออกัสติน (ST AUGUSTINE CHURCH) โบสถ์ใหญ่อันดับ 2 ของเมือง        สร้างในช่วงศตวรรษที่ 13 ชมปาลาสโซโคมูนาเล (PLAAZZO COMUNALE) อาคารที่ตั้งของเทศบาลเมืองซานจิมิญาโน ปัจจุบันถูกใช้เป็นพิพิธภัณฑ์และห้องจัดแสดงผลงานของเหล่าศิลปินที่มีชื่อเสียง แล้วอิสระเดินเล่นชมเมืองตามอัธยาศัย จากนั้นนำท่านสู่เมืองลา สเปเซีย (LA SPEZIA) เมืองท่าสำคัญในแคว้นลิกูเรีย (LIGURIA) บนชายฝั่งที่งดงามที่สุดแห่งหนึ่งของอิตาลี
ค่ำ  :   รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
นำท่านเข้าที่พักโรงแรม NH HOTEL หรือระดับเดียวกัน 2 คืน  

 

 

 

วันที่สี่    ลา สเปเซีย – ซิงเคว่ เทอร์เร – ลา สเปเซีย    
เช้า  :   รับประทานอาหารเช้าในโรงแรม
นำท่านสู่สถานีรถไฟเพื่อเที่ยวหมู่บ้านมรดกโลกในเขตชิงเคว่ เทอร์เร (CINQUE TERRE) ซึ่งแปลว่า 5 หมู่บ้าน นำท่านสู่หมู่บ้านมองเตรอสโซ่ (MONTEROSSO) เป็นเมืองที่ใหญ่ที่สุดของทั้ง 5 เมือง เต็มไปด้วยของที่ระลึก, ไวน์ท้องถิ่น    เป็นต้น ให้ท่านได้เดินเล่นชมเมืองและเลือกซื้อของที่ระลึกตามอัธยาศัย
เที่ยง  :   รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารพื้นเมือง
บ่าย  :   นำท่านสู่หมู่บ้านมานาโรล่า (MANAROLA) หมู่บ้านที่ตั้งอยู่ริมหน้าผาสูงชันบนฝั่งริเวียร่าที่มีความเก่าแก่ที่สุดในบรรดาหมู่บ้านทั้ง 5 ของซิงเคว่ เทอร์เร สร้างขึ้นตั้งแต่ปี ค.ศ. 1338 ให้ท่านได้เดินเล่นชมความงามของหมู่บ้านแห่งนี้ แล้วนำท่านแวะหมู่บ้านริโอมาจิออเร่ (RIOMAGGIORE) เมืองที่ค้นพบตั้งแต่ศตวรรษที่ 12 มาจากชื่อ RIWSMAYOR หรือธารน้ำที่อยู่ใต้เมืองจนถึงทุกวันนี้ นำท่านชม CASE TORRI อาคารหลากสีสันที่ตั้งอยู่บนถนนเล็กๆ สองข้างทางมีร้านขายของที่ระลึกมากมายบนถนน VIA DELL MORE หรือ PATH OF LOVE ก่อนขึ้นรถไฟกลับสู่เมืองลา สเปเซีย (LA SPEZIA)
ค่ำ  :    รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารพื้นเมือง
หมายเหตุ  รถไฟที่นี่เป็นรถไฟที่ใช้กันโดยทั่วไป ไม่รับจองหรือล็อคโบกี้ ตู้ไหนว่างก็เชิญขึ้น

 

 

 

วันที่ห้า    ลา สเปเซีย – ฟลอเร้นซ์ – เมสเตร้ (ฝั่งแผ่นดินใหญ่เวนิส)
เช้า  :    รับประทานอาหารเช้าในโรงแรม
ออกเดินทางสู่ฟลอเร้นซ์ (FLORENCE) เมืองถิ่นกำเนิดศิลปะยุคเรเนซองส์ นครโบราณซึ่งครั้งหนึ่งมั่งคั่งร่ำรวยยิ่งกว่ากรุงโรม และยังเป็นที่กำเนิดของศิลปินมีชื่อหลายท่าน อาทิ  ลีโอนาร์โด ดาวินชี, ไมเคิล แองเจลโล นำท่านเข้าสู่ตัวเมือง เดินเล่นชมเมือง ตื่นตาตื่นใจกับความงดงามของโบสถ์ประจำเมืองซานตามาเรียเดลฟิออเร หรือ DUOMO ที่ก่อสร้างด้วยหินอ่อนหลากสีและนับเป็นหนึ่งในโบสถ์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก ชมหอระฆังและประตู “PARADISE GATE” ฝีมือลอเรนโซ กิแบร์ติ ชมจตุรัสซินญอเรีย ซึ่งเปรียบเสมือนพิพิธภัณฑ์กลางแจ้งที่มีการจัดแสดงงานปฏิมากรรมที่มีชื่อเสียง เช่น รูปแกะเดวิดจำลอง น้ำพุเนปจูน และรูปหล่อสำริดเปอร์ซีอุสถือหัวเมดูซา เดินผ่านพิพิธภัณฑ์อุมฟิซี่ ชมสถาปัตยกรรมที่งดงามของสิ่งก่อสร้างในตัวเมือง ช้อปปิ้งสินค้าเครื่องหนังที่มีมากมายหลากหลายให้ท่านเลือก
เที่ยง :   รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารพื้นเมือง
บ่าย :   นำท่านสู่เวนิสเมสเตร้ (VENICE MESTRE) เมืองเวนิสบนฝั่งแผ่นดินใหญ่ ย่านเมสเตร้มีความสวยงามและยังเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจ จัตุรัสเฟอร์เน็ตโต้ ศูนย์กลางของเมสเตร้ วิหารเซนต์ลอว์เรนส์ที่งดงามสร้างมาตั้งแต่ศตวรรษที่ 17 หอสังเกตการณ์โบราณ TORRE DELL’OROLOGIO สิ่งก่อสร้างยุคกลางที่ยังคงหลงเหลือ ปราสาท PODESTARILE ปัจจุบันเป็นที่ทำการของรัฐบาล และอาคารสำคัญที่เป็นสถาปัตยกรรมแบบอิตาเลี่ยนเก่าแก่มากมาย และบริเวณนี้ยังมีร้านค้า ร้านอาหาร และยังเป็นแหล่งช้อปปิ้งแบรนด์เนมดังมากมายให้ท่านได้เดินเล่นช้อปปิ้งตามอัธยาศัย
ค่ำ  :    รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
นำท่านเข้าที่พักโรงแรม DOUBLETREE BY HILTON หรือระดับเดียวกัน 2 คืน  

 

 

 

วันที่หก  เมสเตร้ – เวนิส – เมสเตร้  
เช้า  :   รับประทานอาหารเช้าในโรงแรม
นำท่านล่องเรือสู่เวนิส (VENICE) เมืองที่ใช้เท้าและเรือในการเดินทางข้ามสู่เกาะซานมาร์โค นำท่านล่องเรือกอนโดล่าชมเมือง   เวนิส ชมเกาะรีอัลโต้ (เกาะซานมาร์โค) ที่แสนโรแมนติค ผ่านชมโบสถ์เซนต์มาร์ค, คุกมืด ที่เคยขังคาสโนว่า นักรักผู้ยิ่งยง, พระราชวังดอร์จ สะพานสะอื้น, บ้านมาร์โคโปโล ฯลฯ มีเวลาเดินเล่นสบายๆ ชมจตุรัสซานมาร์โค และสะพานริอัลโต (RIALTO) ชมโรงงานเป่าแก้วมูราโน โดยช่างผู้ชำนาญจะสาธิตการเป่าแก้วโดยกรรมวิธีแบบโบราณให้ท่านได้ชม
เที่ยง  :  รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารพื้นเมือง
บ่าย  :  เดินเล่นชมเมือง และเลือกซื้อสินค้าตามอัธยาศัย ได้เวลานำท่านล่องเรือกลับสู่แผ่นดินใหญ่
ค่ำ  :  รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารแบบเอเชีย

**ทัวร์เราไม่ไปเกาะบูราโน่ เพราะทัวร์ที่พาไปคือพวกขอเรือฟรีจากร้านแก้ว เพื่อนำลูกค้าไปปล่อยทิ้งที่     ร้านแก้วร้านขายของเป็นนานสองนาน

 

 

 

วันที่เจ็ด   เมสเตร้ – เทือกเขาโดโลไมท์ – คอร์ติน่า ดิ แอมเปซโซ่
เช้า  :   รับประทานอาหารเช้าในโรงแรม
นำท่านสู่เทือกเขาโดโลมิตี้ (DOLOMITI) หรือที่เรียกกันง่ายๆ ตามภาษาอังกฤษว่าโดโลไมท์ (DOLOMITES) เป็นส่วนหนึ่งของเทือกเขาแอลป์ที่ทอดตัวอยู่ในเขตตะวันออกเฉียงเหนือของอิตาลี ครอบคลุมอาณาบริเวณของแคว้นทิโรลใต้ (SOUTH TIROL) ของออสเตรีย และแคว้นเวเนโต้ (VENETO) ของอิตาลี เทือกเขาแห่งนี้ได้ชื่อว่าเป็นแนวเขาที่งดงามที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ยอดเขาหินปูนสูงตระการตาตัดกับขอบฟ้า สร้างความสวยงามแปลกตา เกิดจากการกัดกร่อนของธารน้ำแข็งและเกล็ดน้ำค้าง เกิดรูปทรงต่างๆ พื้นที่แห่งนี้จึงได้รับการรับรองให้เป็นมรดกโลกทางธรรมชาติที่มีความงดงามอีกหนึ่งที่ ด้วยพื้นที่ขนาดใหญ่ของเทือกเขาแห่งนี้มีพื้นที่มากกว่า 140,000 เฮกตาร์ และเทือกเขาแห่งนี้ยังเป็นแหล่งอนุรักษ์ฟอสซิลที่สำคัญอีกแห่งของโลก จึงเป็นแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมจากนักท่องเที่ยวที่มีความสำคัญอันดับต้นๆ ของอิตาลี ในช่วงหน้าร้อนเมื่อหิมะละลายจะมีทุ่งหญ้าและดอกไม้สีสวยปรากฏขึ้นตลอดแนวภูเขา ตลอดทางจะเป็นไร่ผลไม้ อาทิ แอปเปิล ลูกแพร์ เชอร์รี่ ฯลฯ แล้วนำท่านเดินทางสู่ทะเลสาบมิซูลิน่า (MISURINA LAKE) ทะเลสาบแสนสวยขนาดใหญ่ที่ซ่อนตัวอยู่ในหุบเขา อยู่สูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 1,754 เมตร ให้ท่านได้เดินเล่นชมความงามของทะเลสาบที่สะท้อนภาพราวกระจกใสโดยมีฉากหลังเป็นเทือกเขาอันสวยงาม
เที่ยง  :   รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
บ่าย  :  นำท่านสู่ทะเลสาบเบรียส (LAKE BRAIES) อยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติ FANES SENNES BRAIES เทือกเขาโดโลไมท์ ชมความสวยงามของทะเลสาบสีเขียวมรกตสวยงาม ให้ท่านได้เพลิดเพลินกับเดินเล่นชมทะเลสาบและบันทึกภาพตามอัธยาศัย แล้วนำท่านสู่เมืองคอร์ตินา        ดิ แอมเปซโซ (CORTINA D’AMPEZZO) เมืองที่ตั้งอยู่เชิงเขาโดโลไมท์ ก่อนสงครามโลกครั้งที่ 1 ดินแดนแถบนี้ได้เป็นอาณาจักรของออสเตรีย-ฮังการี หลังสงครามอาณาจักรออสเตรีย-ฮังการีล่มสลาย ดินแดนแห่งนี้ได้ตกมาอยู่ในประเทศอิตาลี แต่วัฒนธรรม  ประเพณี ภาษายังคงเป็นเอกลักษณ์ของออสเตรีย มีการบริหาร การจัดการ ระบบภาษีของตนเอง นำชมเมืองอันทรงเสน่ห์ที่ซ่อนตัวอยู่ในหุบเขาโดโลไมท์ที่สูงชัน เมืองนี้มีชื่อเสียงในด้านสกีรีสอร์ท แฟชั่นล้ำสมัยและเป็นเมืองตากอากาศที่บรรดาผู้นำเทรนด์ชื่นชอบ ถนนสายหลักคอร์โซ ที่คลาคลำไปด้วยร้านค้าแฟชั่นและแบรดน์ดังมากมาย มีร้านค้าขายของและโบสถ์ประจำเมืองอันสวยงาม
ค่ำ  :   รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
นำท่านเข้าที่พักโรงแรม ANCORA หรือระดับเดียวกัน

 

 

 

วันที่แปด      คอร์ติน่า ดิ แอมเปซโซ่ – ออร์ติเซ่ – ยอดเขาอัลเป ดิ ซิอูซี – โบลซาโน่
เช้า  :   รับประทานอาหารเช้าในโรงแรม
นำท่านสู่ออร์ติเซ่ (ORTISEI) เมืองเล็กๆ น่ารักในหุบเขา และเป็นเมืองท่องเที่ยวเล่นกีฬาสกีในฤดูหนาว        นำท่านนั่งกระเช้าไฟฟ้า (CALBE CAR) ขึ้นสู่ยอดเขาอัลเป ดิ ซิอูซี (ALPE DI SIUSI) หนึ่งในภูเขาแสนสวยของเทือกเขาโดโลไมท์ เป็นทุ่งหญ้าราบเลียบบนภูเขาที่ได้ขึ้นชื่อว่ากว้างใหญ่ที่สุดในยุโรป กลายเป็นเหมือนดินแดนขนาดใหญ่ที่มีความสวยงามแปลกตา มีความกว้างประมาณ 56 ตารางกิโลเมตร เทือกเขาโดโลไมท์ได้รับการยกย่องให้เป็น UNESCO WORLD HERITAGE ในปี ค.ศ. 2009 ให้ท่านมีเวลาเก็บภาพสวยๆ อันประทับใจกับบรรยากาศสุดที่จะบรรยาย อิสระให้ท่านเดินเล่น ถ่ายรูปตามอัธยาศัย จากนั้นนำท่านนั่งกระเช้ากลับลงสู่ด้านล่าง 
เที่ยง  :   รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารพื้นเมือง
บ่าย  :    นำท่านสู่ออร์ติเซ่ (ORTISEI) เมืองเล็กๆ น่ารัก ในเขตเทือกเขาโดโลไมท์ ให้ท่านได้เดินเล่นชมเมืองตามอัธยาศัย แล้วนำท่านสู่โบลซาโน่ (BOLZANO) เมืองในหุบเขา เป็นส่วนหนึ่งของเทือกเขาแอลป์ที่พาดผ่านตอนเหนือของอิตาลี เมืองนี้เป็นแหล่งปลูกผลไม้ใหญ่ที่สุดของยุโรปแหล่งหนึ่ง  
ค่ำ  :    รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
นำท่านเข้าที่พักโรงแรม PARK หรือระดับเดียวกัน

 

 

 

 

 

 

วันที่เก้า      โบลซาโน่ – เวโรนา – มิลาน  
เช้า  :  รับประทานอาหารเช้าในโรงแรม
นำท่านสู่เมืองเวโรนา (VERONA / 2 ชม.) เมืองต้นกำเนิดนิยายรักอมตะ “โรมิโอและจูเลียต” ซึ่งประพันธุ์โดย วิลเลียม เช็คสเปียร์กวีเอกจากอังกฤษ นำท่านชมเมืองเวโรนา ชมบ้านจูเลียตและระเบียงที่ทั้งสองใช้เป็นที่พลอดรัก ถ่ายรูปกับรูปหล่อของจูเลียต ชมโรงละครกลางแจ้งแบบโรมัน “AMPHITHEATRE” ที่ได้รับอิทธิพลการสร้างมาจากกรีกโบราณ เดินเล่นชมเมือง เลือกซื้อสินค้าบนถนนที่คลาคล่ำไปด้วยร้านค้ามากมาย
เที่ยง  :   รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
บ่าย  :  ออกเดินทางสู่เมืองมิลาน (MILAN / 2 ชม.) เมืองใหญ่สุดทางภาคเหนือของอิตาลี เมืองผู้นำด้านแฟชั่น เศรษฐกิจ อุตสาหกรรม และการเดินทางของประเทศด้วย นำชมมหาวิหารแห่งมิลาน หรือ   ดูโอโม อันมีขนาดใหญ่โตมโหฬาร สร้างขึ้นด้วยหินอ่อนสีขาวในศิลปะแบบโกธิค ใช้เวลาสร้างนานกว่า 500 ปี ชมอาคารแกลเลอเรีย วิตตอริโอ เอ็มมานูเอลที่สอง ที่เป็นอาคารศูนย์การค้าทรงโบราณ ตั้งชื่อตามพระนามกษัตริย์ที่ทรงรวบรวมอาณาจักรต่างๆ ให้เป็นประเทศอิตาลีทุกวันนี้ ชมอนุสาวรีย์ลีโอนาโด ดาร์วินชี่ และโรงละครสกาล่า และช้อปปิ้งที่มิลาน เป็นแหล่งช้อปปิ้งดีที่สุดในอิตาลี
ค่ำ  :  รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
นำเข้าที่พักโรงแรม DOUBLETREE BY HILTON หรือระดับเดียวกัน

 

วันที่สิบ     มิลาน – กรุงเทพฯ   
เช้า  :    รับประทานอาหารเช้าในโรงแรม
นำท่านเดินทางสู่สนามบินมิลาน
เวลา 14.05 น.  :  บินตรงกลับกรุงเทพฯ โดยเที่ยวบินที่ TG 941

 

วันที่สิบเอ็ด    กรุงเทพฯ
เวลา 05.55 น. :  ถึงสนามบินสุวรรณภูมิ โดยสวัสดิภาพ (ชั้น 2 ผู้โดยสารขาเข้า)

 

 

 

 

กำหนดการเดินทาง      19-29 ก.ย. // 3-13,10-20, 17-27 ต.ค.

อัตราค่าบริการ **กรุณารีบจอง และส่งสำเนาพาสปอร์ต เพื่อจองคิววีซ่าเพราะคิวแน่นมาก **   

รายการ

ก.ย.

ต.ค.

ผู้ใหญ่ พักห้องคู่ ราคาท่านละ

104,000

107,000

เด็กอายุ 2-11 ปี  พักกับผู้ใหญ่ 2 ท่าน (มีเตียงเสริม) ราคาท่านละ  

89,000

92,000

เด็กอายุ 2-5 ปี  พักกับผู้ใหญ่ 2 ท่าน (ไม่มีเตียงเสริม) ราคาท่านละ  

84,000

87,000

พักห้องเดี่ยวเพิ่มท่านละ

20,000

21,000

หมายเหตุ        

*บางโรงแรมเท่านั้นที่มีห้อง 3 เตียง หากเป็นผู้ใหญ่ 3 ท่าน เรียนแนะนำว่าเปิด 2 ห้องจะสะดวกกว่า
**ท่านที่จะไม่ใช้ตั๋วกรุ๊ป กรุณาแจ้งก่อนเดินทางอย่างน้อย 25-30 วัน มิฉะนั้นอาจมีค่าใช้จ่ายท่านละ 3,000 บาท (เทศกาล 5,000) / ตั๋วกรุ๊ปเมื่อออกตั๋วแล้วเลื่อนไม่ได้ทุกกรณี

หมายเหตุ (เกี่ยวกับประเทศอิตาลี)
– คิววีซ่ายื่นอิตาลีค่อนข้างน้อย ต้องใช้ชื่อและนามสกุลจริงตามหนังสือเดินทาง (PASSPORT) เท่านั้นจึงจะจองได้ (ช่วงเทศกาลคิวหมดก่อนเป็นเดือนๆ) กรุณาจองทัวร์แต่เนิ่นๆ
– ในเขตเมืองเก่าของทุกเมืองในอิตาลี ไม่อนุญาตให้รถทัศนาจรเข้าไปและทางราชการได้กำหนดจุดรับ-ส่ง ไว้เฉพาะแห่งซึ่งอาจจะไกลบ้าง หากท่านจะชมของดี-ของสวยงามที่มีชื่อเสียงของประเทศนี้จึงหลีกเลี่ยงการเดินไม่ได้ (อากาศดี เดินเพลินๆ)
– เนื่องจากความหนาแน่นของประชากรมีมาก หากเปรียบเทียบกับพื้นที่ของประเทศอิตาลีดังนั้น โรงแรมและห้องอาหารอาจจะคับแคบบ้างในความรู้สึกของคนไทย และอาจดูเก่าๆ ไม่เหมือนในเอเชีย โปรดทำความเข้าใจ
-ในเขตเมืองเก่าไม่อนุญาตให้รถใหญ่เข้า และสถานที่เที่ยวต่างๆ หลายแห่ง ต้องใช้การเดินเท้า เป็นทัวร์ที่เดินเยอะพอสมควร
-อาหารเช้าในโรงแรมของอิตาลีไม่มีให้เลือกมากมายเหมือนในเมืองไทย โปรดทำความเข้าใจ (โรงแรมระดับ 4 ดาว)

* หากท่านเข้าใจและอยากไป กรุณาส่งใบจองและมัดจำ  ** หากท่านยังไม่เข้าใจ กรุณาพิจารณาโปรแกรมทัวร์อื่น
*บริษัทต้องกราบขออภัยท่านที่จะต้องแจ้งข้อมูลอย่างตรงไป-ตรงมาแก่ท่าน เพื่อความชัดเจนและถูกต้อง

อัตราค่าบริการนี้รวม
– ค่าตั๋วเครื่องบินไป-กลับเป็นหมู่คณะสายการบินไทย                           
– ค่าน้ำหนักกระเป๋าขึ้นเครื่องบิน 1 ใบไม่เกิน 30 กก.
– ค่าโรงแรมที่พักตามรายการ และค่าขนกระเป๋าขึ้น-ลงท่านละ 1 ใบ       
– ค่าอาหารตามรายการ                         
– ค่าธรรมเนียมวีซ่า                                                                      
– ค่าเข้าชมสถานที่ตามรายการ
– ค่าภาษีสนามบินตามรายการ                                               
– ค่ามัคคุเทศก์ชำนาญงานอำนวยความสะดวก  
– ค่ารถ-รับส่งและนำเที่ยวตามรายการ                                                       
ค่าทิปคนขับรถ 2 ยูโร/คน/วัน                    
น้ำดื่มท่านละ 1 ขวด/วัน (ยกเว้นวันสุดท้ายจากโรงแรม-ไปสนามบิน)
– ค่าประกันอุบัติเหตุ ในวงเงินประกันท่านละ 1,000,000 บาท, ค่ารักษาพยาบาล 1,500,000 บาท (ไม่คุ้มครองโรคประจำตัว)

**ปกติแล้วทัวร์ทั่วไปจะใช้ประกันของตัวแทนที่ยุโรป ซึ่งคุ้มครองแต่อุบัติเหตุ เป็นประกันกลุ่มแบบเหมาเป็นหมื่นหัว และเบี้ยประกันประมาณคนละ 50-60 บาท แต่ของยูนิตี้เรามีซื้อประกัน ALLIANZ  เพิ่มให้ลูกค้าทุกท่านอีก 1 ฉบับ เจ็บป่วยจากการเดินทางจากอุบัติเหตุหรือสาเหตุอื่น ถ้าเข้ารักษาตัวในโรงพยาบาลจะคุ้มครองได้มากกว่าทัวร์ทั่วไป ยกเว้นโรคประจำตัวหรือโรคร้ายแรงที่แพทย์วินิจฉัยว่าเป็นมาก่อนเดินทาง

อัตราค่าบริการไม่รวม 
– ค่าใช้จ่ายส่วนตัว อาทิ ค่าซักรีด ค่าเครื่องดื่มพิเศษ , ค่าภาษีมูลค่าเพิ่ม
– ค่าสัมภาระที่มีน้ำหนักเกิน 30 กก. (การบินไทยให้เป็นกรณีพิเศษจากเดิม 20 กก. เท่านั้น แต่หากการบินไทยมีการปรับลดลง บริษัทฯ จะปรับตามประกาศของการบินไทย)
– ค่าทิปหัวหน้าทัวร์จากบริษัท
– ค่าใช้จ่ายอันเกิดจากการทำหนังสือเดินทางหายทุกกรณี

 

จองทัวร์ ดาวน์โหลด เพิ่มเติม
ค้นหาทัวร์