แกรนด์จอร์เจีย

GRAND GEORGIA

เตอร์กิช แอร์ไลน์
8 วัน 5 คืน
20 กิโลกรัม
มาตรฐานยุโรป
4 ดาว หรือเทียบเท่า

 

ดินแดนแห่งทะเลดำและเทือกเขาคอเคซัส
ทบิลิซี – มอสเคต้า – คาสเบกิ – หุบเขาคอเคซัส – โกรี – อัพลิสต์ชิเคห์
 บอร์โจมี – คูไทซึ – ถ้ำโพรมิธีอุส – บาทูมิ – ล่องทะเลดำ

สายการบิน :  เตอร์กิช แอร์ไลน์ AIRBUS รุ่นใหม่ / กลุ่มสตาร์อัลไลแอนซ์
โรงแรม :  มาตรฐานเดอลักซ์ 4 ดาวบวก – 5 ดาว
อาหาร :  เช้าแบบอเมริกัน กลางวัน-ค่ำแบบพื้นเมือง และเอเชียบ้างเล็กน้อย  
รถโค้ช  :  มาตรฐานยุโรป 30-40 ที่นั่ง 
มัคคุเทศก์  :  รับประกันชำนาญเส้นทาง
เรือ :  ใหญ่สะดวกปลอดภัย ล่องชมความงามทะเลดำ
มัคคุเทศก์   ชำนาญเส้นทางแน่นอน
หมายเหตุ  :  10 ท่านขึ้นไปออกเดินทาง

 

 

วันแรก   กรุงเทพฯ – อิสตันบูล 
เวลา 20.30 น.  :   พร้อมกันสนามบินสุวรรณภูมิ (เข้าประตู 9) เคาน์เตอร์ U สายการบินเตอร์กีช แอร์ไลนส์ เจ้าหน้าที่จากบริษัท คอยให้การต้อนรับ
เวลา 23.30 น. :   ออกเดินทางสู่อิสตันบูล โดยเที่ยวบินที่ TK 69

วันที่สอง    อิสตันบูล – ทบิลิซี
เวลา 06.25 น.  :   ถึงสนามบินอิสตันบูล พักรอเปลี่ยนเที่ยวบิน
เวลา 07.45 น. :  ออกเดินทางสู่ทบิลิซี โดยเที่ยวบินที่ TK 378
เวลา 11.10 น. :  ถึงสนามบินทบิลิซี (TBILISI) เมืองหลวงของจอร์เจีย นำท่านผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากร จากนั้นนำท่านเข้าสู่ตัวเมือง
เวลา 12.30 น. :  รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
บ่าย :  นำท่านชมเมืองทบิลิซี ซึ่งเป็นเมืองหลวงและเมืองใหญ่ที่สุดของจอร์เจีย ตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำคูรา (KURA) หรือ เรียกว่าแม่น้ำมตควารี (MTKVARI) ในภาษาท้องถิ่น กรุงทบิลิซีมีเนื้อที่ประมาณ 372 ตร.กม.และมีประชากรอาศัยอยู่ประมาณ 1,093,000 คน เมืองนี้ถูกสร้างโดยวาคตัง จอร์กาซาลี (VAKHTANG GORGASALI) กษัตริย์จอร์เจียแห่งคาร์ตลี (ไอบีเรีย) ได้ก่อตั้งเมืองนี้ขึ้นในคริสต์ศตวรรษที่ 4 นอกจากนั้นเมืองทบิลิซียังเป็นศูนย์กลางการทำอุตสาหกรรม สังคมและวัฒนธรรมในภูมิภาคคอเคซัส ในประวัติศาสตร์เมืองนี้อยู่ในเส้นทางสายหนึ่งของเส้นทางสายไหม และปัจจุบันยังมีบทบาทสำคัญในฐานะศูนย์กลางการขนส่งและการค้า เนื่องจากความได้เปรียบทางยุทธศาสตร์ในแง่ที่ตั้งที่เป็นจุดตัดระหว่างทวีปเอเชียกับทวีปยุโรป จากนั้นนำท่านไปชมโบสถ์เมเตห์คี (METEKHI CHURCH) ที่มีประวัติศาสตร์อยู่คู่บ้านคู่เมืองของทบิลิซี ตั้งอยู่บริเวณริมหน้าผาของแม่น้ำมทวารี เป็นโบสถ์แห่งหนึ่งที่สร้างอยู่ในบริเวณที่มีประชากรอาศัยอยู่ ซึ่งเป็นประเพณีโบราณที่มีมาแต่ก่อน กษัตริย์วาคตัง ที่ 1 แห่งจอร์กาซาลี ได้สร้างป้อมและโบสถ์ไว้ที่บริเวณนี้ต่อมาในปี ค.ศ.1278-1284  ได้มีการสร้างขยายโดยกษัตริย์ เซ็นต์ เดมิท  รีอัส ที่ 2 ให้มีโดมสูงเป็นสัญลักษณ์  ของโบสถ์ในนิกายออโธดอกซ์ ต่อมาได้ถูกทำลายและได้มีการก่อสร้างขึ้นอีกหลายครั้ง จนในปี ค.ศ. 1235 ได้ถูกพวกมองโกลบุกทำลายและได้มีการก่อสร้างขึ้นใหม่อีก แล้วนำท่านแวะบันทึกภาพสะพานสันติภาพ (THE BRIDGE OF PEACE) อีกหนึ่งงานสถาปัตยกรรมร่วมสมัยที่น่าสนใจของเมืองทบิลิซี ออกแบบโดยสถาปนิกชาวอิตาเลียน MICHELE DE LUCCHI สะพานมีความยาว 150 เมตร ตั้งอยู่เหนือแม่น้ำคูรา เปิดอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 6 พฤษภาคม ค.ศ. 2010  จากนั้นนำท่านขึ้นกระเช้าไฟฟ้าสู่ป้อมนาริคาล่า (NARIKALA FORTRESS) ชมป้อมปราการซึ่งเป็นป้อมโบราณที่ถูกสร้างในราวศตวรรษที่ 4 ในรูปแบบของชูริส ทซิเค อัน  หมายถึงรูปแบบที่ไม่มีความสม่ำเสมอกัน และต่อมาในราวศตวรรษที่ 7 สมัยของราชวงศ์อูมัยยาดได้มีการก่อสร้างส่วนต่อขยายออกไปอีก และต่อมาในสมัยของกษัตริย์เดวิด (ปี ค.ศ.1089-1125) ได้มีการสร้างเพิ่มเติมขึ้นอีก ซึ่งต่อมาเมื่อพวกมองโกลได้เข้ามายึดครอง ก็ได้เรียกชื่อป้อมแห่งนี้ว่า  นาริน กาลา (NARIN QALA) ซึ่งมีความหมายถึง ป้อมอันเล็ก (LITTLE FORTRESS) และต่อมาบางส่วนก็ได้พังทลายลงเพราะว่าเกิดแผ่นดินไหวและได้ถูกรื้อทำลายไป จากนั้นนำท่านสู่ถนนรุสทาเวลี (RUSTAVELI) ซึ่งเป็นถนนใหญ่ของเมืองที่มีชื่อเสียงและกลิ่นไอแบบยุโรป อาคารบ้านเรือนขนาดใหญ่ เต็มไปด้วยร้านค้าที่มีสินค้าแบรนด์เนมต่างๆ มากมาย และร้านขายของที่ระลึกและสินค้าพื้นเมือง ให้ท่านได้เดินเล่นและเลือกซื้อตามอัธยาศัย
ค่ำ  :   รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
นำท่านเข้าที่พักโรงแรม RADISSON BLU หรือระดับเดียวกัน

 

 

 

วันที่สาม   ทบิลิซี – มอสเคต้า – หุบเขาคอเคซัส – กูดาอูรี     
เช้า  :   รับประทานอาหารเช้าในโรงแรม
ออกเดินทางสู่มอสเคต้า (MTSKHETA) ตั้งอยู่ทางด้านเหนือห่างจากกรุงทบิลิซีประมาณ 20 กม.ในจังหวัดคาร์ทลี่ทางด้านตะวันออกของจอร์เจีย เป็นเมืองที่มีความเก่าแห่งหนึ่งของประเทศ และในปัจจุบันเป็นศูนย์กลางการปกครองของแคว้นมอสเคต้าและเทียนิตี้ เนื่องจากมีโบราณสถานทางด้านประวัติศาสตร์มากมายหลายแห่ง จึงได้รับการขึ้นทะเบียนให้เป็นมรดกโลกในปี ค.ศ. 1994   
นำท่านชมวิหารจวารี (JVARI MONASTERY) ซึ่งเป็นวิหารในรูปแบบของคริสต์ศาสนาออโธดอกซ์ที่ถูกสร้างขึ้นในราวศตวรรษที่ 6 วิหารแห่งนี้ตั้งอยู่บนภูเขาที่มีแม่น้ำสองสายไหลมาบรรจบกัน คือ แม่น้ำมิควารี และแม่น้ำอรักวี และถ้ามองข้ามเมืองมอสเคต้าไปยังบริเวณที่กว้างใหญ่ซึ่งในอดีตเคยเป็นอาณาจักรของไอบีเรีย (KINGDOM OF IBERIA) ซึ่งได้เคยปกครองดินแดนในบริเวณนี้ตั้งแต่ 400 ปีก่อนคริสตกาลจนถึงราวคริสต์ศตวรรษที่ 5 แล้วนำท่านไปชมวิหารสเวติสโคเวลี (SVETITSKHOVELI CATHEDRAL) ซึ่งเป็นโบสถ์อีกแห่งหนึ่งที่อยู่ในบริเวณของ  มอสเคต้าที่มีรูปแบบของจอร์เจียออโธดอกซ์ถูกสร้างขึ้นในราวศตวรรษที่ 11 โดยมีสถาปัตยกรรมของจอร์เจีย
เที่ยง  :   รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
บ่าย  :   ออกเดินทางสู่เมืองคาสเบกิ (KAZBEGI) หรือสเตปันสมินดา (STEPANTSMINDA) เมืองเล็กๆ ตั้งอยู่ริมแม่น้ำเทอร์กี้ และอยู่บริเวณใจกลางเทือกเขาคอเคซัส (CAUCASUS) จึงเป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวบนเทือกเขาคอเคซัสที่สำคัญของประเทศจอร์เจีย รวมทั้งเป็นจุดชมวิวยอดเขาคาสเบ็ค (MT. KAZBEG) หนึ่งในยอดเขาที่สวยที่สุดของเทือกเขาคอเคซัส จากนั้นนำท่านเปลี่ยนพาหนะขึ้นรถ 4WD (รถขับเคลื่อน 4 ล้อ) เพื่อเข้าสู่ใจกลางหุบเขาคอเคซัส เพื่อไปชมความสวยงามของโบสถ์เกอร์เกติ สเมบา (GERGETI SAMEBA CHURCH) หรือนิยมเรียกอีกชื่อว่า ทสมินดา ซามีบา (TSMINDA SAMEBA) สร้างขึ้นในสมัยคริสต์ศตวรรษที่ 14 ด้วยหินแกรนิตขนาดใหญ่ ตั้งอยู่บนหน้าผาริมแม่น้ำเชครี (CHKHERI) บนความสูง  2,170 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล มีฉากหลังเป็นเทือกเขาคอเคซัสสวยงาม (*การไปโบสถ์ เกอร์เกติสเมบา ขึ้นอยู่กับสภาพอากาศ ในกรณีที่ฝนตกหนักหรือถนนถูกปิดกั้นด้วยหิมะที่ปกคลุม ขอสงวนสิทธิ์เปลี่ยนแปลงสถานที่ท่องเที่ยวตามความเหมาะสม) จากนั้นเดินทางสู่เมืองกูดาอูรี (GUDAURI) ซึ่งเป็นเมืองสกีรีสอร์ทที่มีชื่อเสียง ตั้งอยู่บริเวณที่ราบเชิงเขาของเทือกเขาคอเคซัสใหญ่ที่มีความสูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 2,100 เมตร เมืองนี้จึงเป็นแหล่งที่พักผ่อนของนักท่องเที่ยวและเล่นสกีของชาวจอร์เจียที่จะนิยมมาเล่นในเดือนธันวาคมจนถึงเดือนเมษายน ซึ่งเป็นช่วงที่สวยงามและมีหิมะปกคลุมอยู่ตลอดเวลา
ค่ำ  :   รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
นำเข้าที่พักโรงแรม MARCO POLO GUDAURI หรือระดับเดียวกัน

 

 

 

วันที่สี่  กูดาอูรี – โกรี – อัพลิสต์ชิเคห์ – บอร์โจมี     
เช้า :   รับประทานอาหารเช้าในโรงแรม
นำท่านเดินทางสู่เมืองโกรี (GORI) อดีตเมืองอุตสาหกรรมและการเกษตรในยุคการปกครองโดยสหภาพโซเวียต ทั้งยังเป็นบ้านเกิดของโจเซฟ สตาลิน (JOSEPH STALIN) จอมเผด็จการที่ทรงอิทธิพลและอันตรายที่สุดคนหนึ่งของโลกในช่วงศตวรรษที่ 20 นำท่านแวะบันทึกภาพกับป้อมปราการอันนานูรี (ANANURI FORTRESS) สร้างขึ้นในสมัยศตวรรษที่ 13 เป็นหอคอยสูงมีความแข็งแกร่งเพื่อใช้เป็นที่หลบภัยในยามศึกสงคราม นับเป็นป้อมปราการของชาวคริสต์ในอดีตกาลที่อาศัยอยู่ในภูมิภาคคอเคซัส และไม่ยอมตกอยู่ภายใต้อิทธิพลของจักรวรรดิออตโตมันและเปอร์เซียซึ่งเป็นชาวมุสลิม จากนั้นนำท่านเข้าชมพิพิธภัณฑ์สตาลิน (STALIN MUSEUM) ตั้งอยู่บนถนนสตาลินใจกลางเมืองโกรี เรื่องราวของสตาลินมากมายที่ถูกเก็บรักษาไว้ที่นี่ ทั้งภาพถ่าย ภาพวาด ข้าวของเครื่องใช้ส่วนตัว ของขวัญ ของกำนัลจากบรรดามิตรประเทศ
เที่ยง  :   รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
บ่าย  :   นำท่านเดินทางสู่เมืองอัพลิสต์ซิเคห์ (UPLISTSIKHE) เพื่อชมถ้ำเก่าแก่และใหญ่ที่สุดของจอร์เจีย คือถ้ำวาร์ดเซีย (VARDZIA) บริเวณถ้ำถูกทำขึ้นเพื่อเป็นที่อยู่อาศัยของมนุษย์ในยุคการเริ่มต้นราวศตวรรษที่ 8-7 ก่อนคริสตกาล ซึ่งในอดีตเป็นเส้นทางการค้าขายสินค้าจากอินเดียสู่ทางด้านเหนือแถบหมู่บ้านมทวารี และหุบเขารีโอนีไปยังทะเลดำและต่อไปยังด้านตะวันตก ทำให้เกิดการพัฒนาการเป็นเมืองต่างๆ หลายเมือง และอัพลิสต์ซิเคห์ก็เป็นเมืองหนึ่งที่เป็นศูนย์กลางการค้าได้ถูกสร้างขึ้นในราวพันปีก่อนคริสตกาล และต่อมาก็ได้ถูกขยายออกไปจนกว้างขวาง ให้  ท่านได้ชมหมู่บ้านที่ถูกสร้างจากถ้ำโดยมีเนื้อที่กว้างประมาณ 50 ไร่ ได้ถูกแบ่งออกเป็น 3 ส่วน คือ ส่วนใต้ ส่วนกลางและส่วนเหนือ ซึ่งส่วนกลางจะมีบริเวณใหญ่ที่สุด ประกอบไปด้วยสถาปัตยกรรมการสร้างตัดหินและเจาะลึกเข้าไปเป็นที่อยู่อาศัย นอกจากนั้นยังถูกสร้างให้ต่อไปยังส่วนใต้โดยผ่านอุโมงค์และทางแคบๆ และบางแห่งก็จะมีบันไดจากศูนย์กลางกระจายออกไปยังส่วนต่างๆ ถ้ำส่วนมากจะไม่มีการตกแต่งใดๆ ภายในเลย ถึงแม้ว่าบางแห่งจะเจาะเป็นถ้ำใหญ่โตก็จะมีเพดานห้องที่ทำเป็นที่หลบซ่อนอีกทีหนึ่ง และบางแห่งถึงแม้จะใหญ่โตแต่ก็ได้เจาะห้องเล็กๆ ทางด้านหลังหรือทางด้านข้างอีกด้วย ซึ่งบางที่อาจจะใช้ในการประกอบพิธีต่างๆ ได้ด้วย ในราวศตวรรษที่ 9-10 ที่ด้านบนของสถานที่แห่งนี้ได้ถูกสร้างเป็นยอดโดมด้วยหินและก่ออิฐ ซึ่งต่อมานักโบราณคดีได้ค้นพบสิ่งต่างๆ มากมาย รวมทั้งเครื่องทอง เครื่องเงินและอัญมณีต่างๆ และยังมีเครื่องเซรามิคและการแกะสลักที่สวยงาม ซึ่งสิ่งของต่างๆ เหล่านี้ได้ถูกนำไปไว้ที่ในพิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติที่กรุงทบิลิซี  จากนั้นเดินทางสู่บอร์โจมี (BORJOMI) เมืองตากอากาศเล็กๆ ในหุบเขาตอนใต้ของประเทศจอร์เจีย ตัวเมืองตั้งอยู่กลางหุบเขาคอเคซัส ล้อมรอบด้วยป่าไม้และแหล่งต้นน้ำที่อุดมสมบูรณ์ อีกทั้งยังมีชื่อเสียงด้านสถาปัตยกรรมแบบรัสเซียและความร่มรื่นอีกด้วย
ค่ำ  :   รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารพื้นเมือง
นำเข้าที่พักโรงแรม LIKANI หรือระดับเดียวกัน

 

 

 

 

วันที่ห้า  บอร์โจมี – คูไทซึ     
เช้า  :   รับประทานอาหารเช้าในโรงแรม
นำชมเมืองบอร์โจมี เมืองที่มีชื่อเสียงในเรื่องน้ำแร่ โดยน้ำแร่ยี่ห้อบอร์โจมีที่ได้บรรจุจากธารน้ำแร่บริสุทธิ์ที่ไหลจากยอดเขาบาคุเรียนี (BAKURIANI MOUNTAIN) และได้ทำการส่งออกขายกว่า 40 ประเทศทั่วโลก ในอดีตชาวเมืองเชื่อกันว่าการดื่มน้ำแร่จะทำให้สุขภาพแข็งแรงและสามารถรักษาโรคร้ายได้ แล้วนำท่านเข้าชมสวนบอร์โจมี (BORJOMI CITY PARK) สถานที่ท่องเที่ยวและพักผ่อนของชาวเมืองที่นิยมมาเดินเล่นและผ่อนคลายด้วยการแช่น้ำแร่ แล้วนำท่านนั่งกระเช้าไฟฟ้าขึ้นสู่จุดชมวิวบนหน้าผาเหนือสวนบอร์โจมี อิสระให้ท่านได้ชมวิวอันสวยงามของเมือง และบันทึกภาพตามอัธยาศัย
เที่ยง  :   รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
บ่าย :  ออกเดินทางสู่คูไทซึ (KUTAISI) เมืองใหญ่อันดับสองของประเทศจอร์เจีย ตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกของประเทศ นำท่านชมอารามเกลาติ (GELATI MONASTERY) อารามหลวงของเมือง สร้างขึ้นตามพระประสงค์ของกษัตริย์เดวิดที่ 4 ผู้ปกครองประเทศจอร์เจียในช่วงศตวรรษที่ 10-11 อารามประกอบด้วยโบสถ์ 2 แห่ง คือโบสถ์พระแม่มารี และโบสถ์เซนต์จอร์จ/เซนต์นิโคลัส ภายในตัวโบสถ์มีภาพเขียนเฟรสโกสวยงามมากมาย นอกจากนี้อารามเกลาติยังเป็นสถาบันชั้นนำของประเทศที่ผลิตนักวิทยาศาสตร์, นักเทววิทยา และนักปราชญ์ชื่อดังหลายท่าน และองค์การยูเนสโกได้ประกาศให้อารามแห่งนี้ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลเมื่อปี ค.ศ. 1944
ค่ำ  :   รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
นำเข้าที่พักโรงแรม TSKATUBO SPA RESORT หรือระดับเดียวกัน

 

 

 

วันที่หก  คูไทซึ – ถ้ำโพรมิธีอุส – บาทูมิ       
เช้า  :   รับประทานอาหารเช้าในโรงแรม
นำท่านเข้าชมถ้ำโพรมิธีอุส (PROMETHEUS CAVE) หนึ่งในถ้ำอันน่าอัศจรรย์ของประเทศจอร์เจีย ถูกค้นพบเมื่อปี ค.ศ. 1984 และได้ทำการตกแต่งปรับปรุงใหม่ในปี ค.ศ. 2012 เพื่อรองรับนักท่องเที่ยวที่เข้ามาเยี่ยมชมมากมายในแต่ละปี ชมความสวยงามของหินงอกหินย้อยที่สะท้อนแสงตระการตาภายในตัวถ้ำ แล้วนำท่านล่องเรือในแม่น้ำใต้ดินภายในถ้ำแห่งนี้ ชมน้ำตกใต้ดินและทะเลสาบอันสวยงาม
เที่ยง  :   รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารพื้นเมือง
บ่าย  :  ออกเดินทางสู่เมืองบาทูมิ (BATUMI) เมืองท่าชายทะเลและหนึ่งในเศรษฐกิจที่สำคัญของประเทศ ตัวเมืองตั้งอยู่ติดกับทะเลดำทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ของประเทศ และเป็นเมืองติดกับชายแดนระหว่างประเทศจอร์เจียและตุรกี เมืองบาทูมิยังเป็นจุดหมายปลายทางสำหรับการพักผ่อนสุดพิเศษ เส้นทางริมน้ำที่บอกเล่าเรื่องราวการผสมผสานของโรงแรมเก่าแก่กับสมัยใหม่ อาคารบ้านเรือนเมืองเก่าและหอคอยร่วมสมัยสูงเสียดฟ้า จากนั้นนำท่านล่องเรือในทะเลดำชมอ่าวเมืองบาทูมิ เหตุที่ได้ชื่อว่าทะเลดำเพราะดินโคลนชายฝั่ง ดินทรายชายหาดของทะเลแห่งนี้เป็นสีดำอันเนื่องมาจากสารไฮโดรเจนซัลไฟด์สะสมอยู่
ค่ำ  :   รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
นำท่านเข้าที่พักโรงแรม RADISSON BLU หรือระดับเดียวกัน

 

 

 

 

วันที่เจ็ด  บาทูมิ – อิสตันบูล – กรุงเทพฯ         
เช้า  :   รับประทานอาหารเช้าในโรงแรม
นำท่านสู่จัตุรัสปิอาซซ่า (PIAZZA SQUARE) หนึ่งในจัตุรัสสำคัญของเมืองบาทูมิรายล้อมไปด้วยร้านค้า ร้านอาหาร และโรงแรมมากมายบนเนื้อที่กว่า 5,700 ตารางเมตรใกล้ริมอ่าวทะเลดำ สถาปัตยกรรมโดยรอบนับว่าได้แรงบันดาลใจจากประเทศอิตาลี สังเกตได้จากภาพโมเสกและงานกระจกสีที่หาดูได้ตามอาคารรอบจัตุรัส บันทึกภาพกับรูปปั้นอาลีและนีโน่ (ALI AND NINO MOVING SCOLPTURES) รูปปั้นสูง 8 เมตรริมทะเลดำที่สามารถเคลื่อนไหวได้ทุกๆ 10 นาที เพื่อแสดงถึงความรักของหนุ่มสาวต่างเชื้อชาติ ศาสนา และ  ยังแสดงถึงสันติภาพระหว่างประเทศจอร์เจียและอาร์เซอไบจานด้วย จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ป้อมโกนีโอ้ (GONIO FORTRESS) ป้อมปราการโบราณชายฝั่งทะเลดำใกล้กับประเทศตุรกี สร้างขึ้นเพื่อป้องกันการรุกรานของอาณาจักรออตโตมันในอดีต นอกจากนี้ยังถูกเชื่อว่าเป็นสถานที่ฝังร่างของนักบุญมัทธีอัส 1 ใน 12 อัครสาวกของพระเยซู แต่ไม่ได้มีการขุดเจาะสถานที่เพื่อพิสูจน์แต่อย่างใด เนื่องจากคำสั่งห้ามของรัฐบาลจอร์เจียเกรงว่าจะเป็นการทำลายโบราณสถานให้ทรุดโทรมลง แล้วนำท่านนั่งรถชมเขตชายแดนเชื่อมต่อระหว่างประเทศจอร์เจียและตุรกี
เที่ยง  :   รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารแบบเอเชีย
บ่าย  :   เดินเล่นชมเมืองหรือเลือกซื้อของก่อนกลับ / เดินทางไปสนามบิน
เวลา 17.45 น. :  ออกเดินทางสู่อิสตันบูล โดยเที่ยวบินที่ TK 393
เวลา 19.10 น. :  ถึงสนามบินอิสตันบูล พักรอเปลี่ยนเที่ยวบิน
เวลา 20.55 น. :  ออกเดินทางกลับกรุงเทพฯ โดยเที่ยวบินที่ TK 064

วันที่แปด  กรุงเทพฯ
เวลา 10.10 น. :  ถึงสนามบินสุวรรณภูมิ โดยสวัสดิภาพ (ชั้น 2 ผู้โดยสารขาเข้า)

 

 

 

วันเดินทาง    7-14, 14-21, 21-28 มี.ค. 

อัตราค่าบริการ  **คนไทยไม่ต้องวีซ่า

รายการ

มี.ค.

ผู้ใหญ่ ห้องคู่ ท่านละ

66,000

เด็ก 2-11 ปี พักกับผู้ใหญ่ 2 ท่าน (มีเตียงเสริม) ท่านละ         

56,000

เด็ก 2-5 ปี พักกับผู้ใหญ่ 2 ท่าน (ไม่มีเตียงเสริม) ท่านละ 

52,000

พักห้องเดียว เพิ่มท่านละ                    

13,000

อัตราค่าบริการรวม                                                                                               

– ค่าตั๋วเครื่องบินไป-กลับเป็นหมู่คณะ                  
– ค่าที่พักโรงแรมตามรายการ
– ค่าอาหารตามรายการ                                  
– ค่าภาษีสนามบินตามรายการ               
– ค่ามัคคุเทศก์ชำนาญงานอำนวยความสะดวก                  
– ค่าเข้าชมสถานที่ตามรายการ
– ค่ารถรับ-ส่งและนำเที่ยวตามรายการ                  
– ค่าน้ำหนักกระเป๋าใบใหญ่ 1 ใบ ไม่เกิน 20 กก
– น้ำดื่มท่านละ 1 ขวด/วัน                                        
– ค่าขนกระเป๋าขึ้น-ลงท่านละ 1 ใบ
– ค่าประกันอุบัติเหตุ ในวงเงิน 1,000,000.-บาท, ค่ารักษาพยาบาล 1,500,000 บาท (ไม่คุ้มครองโรคประจำตัว)

**ปกติแล้วทัวร์ทั่วไปจะใช้ประกันของตัวแทนที่ยุโรป ซึ่งคุ้มครองแต่อุบัติเหตุ เป็นประกันกลุ่มแบบเหมาเป็นหมื่นหัว และเบี้ยประกันประมาณคนละ 50-60 บาท แต่ของยูนิตี้เรามีซื้อประกัน ALLIANZ  เพิ่มให้ลูกค้าทุกท่านอีก 1 ฉบับ เจ็บป่วยจากการเดินทางจากอุบัติเหตุหรือสาเหตุอื่น ถ้าเข้ารักษาตัวในโรงพยาบาลจะคุ้มครองได้มากกว่าทัวร์ทั่วไป ยกเว้นโรคประจำตัวหรือโรคร้ายแรงที่แพทย์วินิจฉัยว่าเป็นมาก่อนเดินทาง

อัตราค่าบริการไม่รวม
-ค่าใช้จ่ายส่วนตัว อาทิ ค่าซักรีด ค่าเครื่องดื่มพิเศษ , ค่าภาษีมูลค่าเพิ่ม
-ค่าสัมภาระที่มีน้ำหนักเกิน 20 กก. และใบเล็กถือขึ้นเครื่องเกิน 8 กก. (ชั้นธุรกิจไม่เกิน 32 กก. 2 ใบ)
-ค่าใช้จ่ายอันเกิดจากการทำหนังสือเดินทางหายทุกกรณี
-ค่าทิปหัวหน้าทัวร์จากบริษัท

จองทัวร์ ดาวน์โหลด เพิ่มเติม
ค้นหาทัวร์