โลโฟเทน B

EUROPE LOFOTEN B

สายการบินไทย
10 วัน 7 คืน
30 กิโลกรัม
มาตรฐานยุโรป
4 ดาว หรือเทียบเท่า

 

สายการบิน  :  การบินไทย / และสายการบิน SK ภายในประเทศ 2 ครั้ง
โรงแรม :  มาตรฐานยุโรป พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวก
อาหาร  :  เช้าแบบอเมริกัน เที่ยงและค่ำส่วนใหญ่แบบยุโรปและเอเชียเล็กน้อย 
รถโค้ช :  มาตรฐานยุโรป 40-48 ที่นั่ง         
มัคคุเทศก์ :  ชำนาญเส้นทางยุโรปแน่นอน

หมายเหตุ
        
– โอกาสที่จะได้ชมแสงเหนือได้มาก คือช่วงตุลาคม-เมษายน มีโอกาสเห็นมากกว่าช่วงอื่น
– มันเป็นปรากฏการณ์ธรรมชาติ ไม่มีใครรับรองได้ว่าจะมีเมื่อไหร่ โปรดอย่าหลงเชื่อคำโฆษณาว่าได้เห็นแน่ๆ
– กล้องจากโทรศัพท์มือถือไม่เหมาะกับการถ่ายรูปแสงเหนือ ควรเตรียมกล้องถ่ายรูปและขาตั้งกล้องไปด้วย
– การเดินทางไปโลโฟเทนโดยเครื่องบิน!!! LOFOTEN เป็นบริเวณปลายแหลมและหมู่เกาะเล็กๆ หลายๆ เกาะมารวมกันเป็นจังหวัด มีสนามบินเล็ก 2 แห่ง คือที่เมืองเลคเนส (LEKNES) และสโวลวาร์ (SVOLVAER) มีเมืองใกล้เคียงอีกเมืองคือโบโด (BODO) แต่ทั้ง 3 สนามบินนี้มีสายการบินที่บินเป็นหลักคือสายการบินภายในประเทศ ชื่อ สายการบินไวเดอโรว์ (WIDEROE) ทั้ง 3 สนามบินนี้ต้องใช้เครื่องบินขนาดเล็ก เป็นเครื่องใบพัดรุ่น DASH 8 ความจุ 39+1 ลูกเรือ (แอร์โฮสเตส) / นอกจากนี้แล้วที่สะดวกจะไปลง KIRUNA (สวีเดน) หรือ TROMSO (นอร์เวย์) เครื่องจะใหญ่ขึ้นเป็นเครื่องบินโบอิ้ง 737

** ยูนิตี้ บินเข้า KIRUNA ออก TROMSO
– หมู่บ้านที่สวยที่สุดในโลโฟเทน คือ หมู่บ้านฮัมนอยและเรนเน, หมู่บ้านออ (Å) คือหมู่บ้านสุดท้ายสุดถนน
– การไปพักหมู่บ้านประมงที่ทำเป็นโรงแรมแบบเป็นหลังๆ ปัญหาคือ 1 หลังมี 2-3 ห้อง แต่มีห้องน้ำ 1 ห้องเป็นห้องน้ำรวม ไม่เหมาะกับกรุ๊ปทัวร์ (บางบริษัท บอกแต่ข้อดี ไม่บอกข้อมูลทั้งหมดเพราะมันถูก)

วันแรก   กรุงเทพฯ
เวลา 22.00 น. : 
พร้อมคณะที่สนามบินสุวรรณภูมิ (ทางเข้าประตู 3) เคาน์เตอร์ D – E สายการบินไทย เจ้าหน้าที่จากบริษัทฯ คอยให้การต้อนรับ

 

วันที่สอง   กรุงเทพฯ – สต็อคโฮล์ม (สวีเดน)
เวลา 01.10 น. :   ออกเดินทางสู่สต็อคโฮล์ม โดยเที่ยวบินที่ TG 960
เวลา 07.00 น. :   ถึงสนามบินกรุงสต็อคโฮล์ม (STOCKHOLM) นครหลวงของสวีเดน นำท่านผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากร นำท่านขึ้นจุดชมวิวบนเนินเขาถนน FJALLGATAN เพื่อบันทึกภาพของกรุงสต็อคโฮล์มจากมุมที่สวยที่สุด ชมเมืองที่ได้รับสมญานามว่า “เวนิสแห่งยุโรปเหนือ” และยังได้รับการคัดเลือกให้เป็น “นครหลวงแห่งวัฒนธรรมของยุโรป” เช่นเดียวกับเอเธนส์, ปารีสและอัมสเตอร์ดัม ชมวิวสวยของตัวเมืองที่ตั้งอยู่บนเกาะใหญ่ 14 เกาะที่ห้อมล้อมด้วยทะเลสาบมาลาร์และทะเลบอลติก ผ่านชมสถานที่สำคัญ อาทิ โอเปร่าเฮ้าส์,        ที่ทำการรัฐบาลแห่งพระราชวังหลวง บนเกาะเมืองเก่ากมลาสตัน (GAMLASTAN) ซึ่งปัจจุบันใช้เป็นสถานที่รับรองแขกบ้านแขกเมือง นำท่านชมพิพิธภัณฑ์เรือรบโบราณวาซาร์ (VASA MUSEUM) ซึ่งสร้างขึ้นในสมัยกษัตริย์กุสสตาฟ อดอลฟที่ 2 ในช่วงปี ค.ศ.  1626 และถือว่าเป็นเรือรบที่มีอานุภาพร้ายแรงที่สุดในยุคนั้นกับระวางขับน้ำ 1,300 ตัน ปืนใหญ่ 64 กระบอก เพื่อแย่งชิงความเป็นเจ้าแห่งทะเลบอลติกซึ่งก็ต้องผิดหวังอย่างร้ายแรงเพราะจมลงใต้ทะเลเพียงลงสัมผัสน้ำทะเลเพียงไม่กี่นาที และได้รับการกู้ขึ้นมาหลังจมอยู่ใต้น้ำถึง 333 ปี ชมความยิ่งใหญ่ในอดีตที่ได้รับการซ่อมแซมปะติดปะต่อชิ้นส่วนจากเศษผุพังนับแสนชิ้นที่จมและกระจายไปทั่วท้องน้ำ
เที่ยง  :  รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
บ่าย :  นำชมศาลาว่าการเมืองสต็อคโฮล์ม ซึ่งใช้เป็นสถานที่จัดงานเลี้ยงฉลองผู้ที่ได้รับรางวัลโนเบลในทุกๆ สาขา  (ยกเว้นสาขาสันติภาพ) ภายในห้อง GOLDEN HALL ที่ประดับประดาด้วยโมเสคทองคำนับล้านชิ้น จากนั้นอิสระให้ท่านได้เดินเล่นชมเมือง เลือกซื้อสินค้าบนถนนช้อปปิ้งตามอัธยาศัย
ค่ำ  :  รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
นำเข้าที่พักโรงแรม RADISSON BLU ROYAL VIKING HOTEL หรือระดับเดียวกัน

 

 

 

วันที่สาม  สต็อคโฮล์ม คิรูนา – อบิสโก – นาร์วิก (นอร์เวย์)
เช้า  :  รับประทานอาหารเช้าในโรงแรม / นำท่านสู่สนามบิน
เวลา 08.35 น. :  ออกเดินทางสู่คิรูนา โดยเที่ยวบินที่ SK 1040
เวลา 10.00 น. :  ถึงสนามบินเมืองคิรูนา (KIRUNA) ชุมชนใหญ่ทางตอนเหนือของสวีเดนเมืองที่ร่ำรวยจากการทำเหมืองแร่เหล็ก จากนั้นเดินทางสู่อบิสโก (ABISKO) หมู่บ้านเล็กๆ ที่มีทิวทัศน์ธรรมชาติสวยงามของสวีเดน และเป็นที่ตั้งของอุทยานแห่งชาติอบิสโก (ABISKO NATIONAL PARK) ในเขตแลปแลนด์ (LAPLAND)
เที่ยง :  รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารพื้นเมือง / นำท่านสู่สถานีรถไฟ
เวลา 15.59 น. :  นำท่านนั่งรถไฟขบวนพิเศษเส้นทางสายอาร์กติกเซอร์เคิล หนึ่งในเส้นทางรถไฟที่ขึ้นชื่อว่าสวยที่สุด ให้ท่านเพลิดเพลินไปกับทัศนียภาพอันงดงามของป่าสนและทะเลสาบ
**รถไฟสายอาร์กติกเซอร์เคิล อาจมีการยกเลิกโดยมิได้แจ้งล่วงหน้า
เวลา 17.37 น. :  ถึงสถานีเมืองนาร์วิก (NARVIK) ทางตอนเหนือของประเทศนอร์เวย์ที่แวดล้อมไปด้วยภูเขาและทะเล อีกทั้งยังเป็นเมืองที่ล้นเกล้ารัชกาลที่ 5 พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงเสด็จประพาสมาทรงทอดพระเนตรการทำเหมืองแร่ของเมืองนี้ ซึ่งยังคงเปิดให้บริการจนถึงปัจจุบัน
ค่ำ  :  รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
นำท่านเข้าที่พักโรงแรม SCANDIC หรือระดับเดียวกัน

 

 

 

 

วันที่สี่  นาร์วิก – เฮนนิ่งสวาร์ – สโวลวาร์ (เกาะโลโฟเทน)
เช้า :   รับประทานอาหารเช้าในโรงแรม
ออกเดินทางสู่หมู่บ้านเฮนนิ่งสวาร์ (HENNINGSVAER) หมู่บ้านประมงที่มีความสวยงามตั้งแต่เส้นทางเลาะเลียบริมทะเลจนถึงตัวเกาะที่เป็นที่ตั้งของหมู่บ้าน เดินชมความงามของอาคารบ้านเรือนที่สวยงามริมน้ำ
เที่ยง  :   รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารแบบเอเชีย
บ่าย  :  นำท่านเดินทางสู่สโวลวาร์  (SVOLVAER) อีกหนึ่งเมืองเอกสำคัญบนเกาะโลโฟเทน ศูนย์กลางการเดินทางของหมู่เกาะแห่งนี้ ที่มีสนามบินท่าเรือ เฟอร์รี่เชื่อมเมืองต่างๆ อีกทั้งยังมีพิพิธภัณฑ์ ศูนย์ศิลปะ และแกลเลอรี่ที่สำคัญอีกด้วย นำท่านเข้าที่พักโรงแรม THON HOTEL SVOLVAER LOFOTEN หรือระดับเดียวกัน 2 คืน   
ค่ำ  :  รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารพื้นเมือง   

 

วันที่ห้า  สโวลวาร์ – เลคเนส – หมู่บ้านออ (Å) – หมู่บ้านฮัมนอย – หมู่บ้านเรนเน – สโวลวาร์
เช้า :  รับประทานอาหารเช้าในโรงแรม
นำท่านเดินทางสู่เลคเนส (LEKNES) อีกหนึ่งเมืองสวยบนเกาะโลโฟเทน แล้วนำท่านสู่ซอร์วาเก้น (SORVAGEN) ที่อยู่ใต้สุดของหมู่เกาะโลโฟเทน จนถึงจุดสิ้นสุดของถนนสาย E10 ที่หมู่บ้านออ (Å VILLAGE) เดินชมหมู่บ้านชาวประมง แล้วนำท่านสู่หมู่บ้านฮัมนอย (HAMNOY) หมู่บ้านขนาดเล็กแต่มีความสวยงามน่ารักถูกยกย่องว่าสวยงามที่สุดในโลโฟเทน ด้วยทัศนียภาพอันสวยงามจึงเป็นจุดที่นักท่องเที่ยวนิยมมาถ่ายภาพเก็บความประทับใจบนสะพานหน้าหมู่บ้านเพื่อเก็บภาพบ้านชาวประมงสีแดงริมทะเล และด้านหลังเป็นภูเขา FESTHELLTINDEN ที่ตั้งตระหง่าน
เที่ยง :  รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารพื้นเมือง
บ่าย :   นำท่านสู่หมู่บ้านเรนเน หรือรีน (REINE) หมู่บ้านชาวประมงบนเกาะมอสคาเนส (MOSKENESOY) ที่ได้ชื่อว่าเป็นหมู่บ้านที่สวยที่สุดในนอร์เวย์ ด้วยภูมิประเทศที่ล้อมรอบด้วยเทือกเขา โค้งอ่าว และฟยอร์ด กับสถาปัตยกรรมบ้านไม้ชาวประมงที่น่ารักเป็นระเบียบด้วยสีสันสดใส และวิถีชีวิตชาวประมงแบบดั้งเดิมที่ได้รับการอนุรักษ์ไว้เป็นอย่างดี จึงเป็นเสน่ห์ดึงดูดนักท่องเที่ยว ให้ท่านได้เดินชมความน่ารักและบันทึกภาพตามอัธยาศัย แล้วเดินทางกลับสโวลวาร์  
ค่ำ  :  รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
หมู่บ้านออ (Å) เป็นหมู่บ้านปลายสุดของถนนหมายเลข E.10 ไม่ใช่หมู่บ้านที่สวยที่สุด บางบริษัททัวร์ไม่เคยไปที่นี่ อ่านภาษาอังกฤษที่บรรยายและดูรูปแล้วสับสน บริษัทอื่นที่ไม่เคยไปก็ลอกกันมาแบบผิดๆ

 

 

 

วันที่หก   สโวลวาร์ – บาร์ดู (สวนสัตว์ POLAR PARK) – ทรุมเซอ
เช้า  :   รับประทานอาหารเช้าในโรงแรม
ออกเดินทางสู่เมืองบาร์ดู (BARDU) นำท่านสู่สวนสัตว์ POLAR PARK ที่นี่นอกจากจะเป็นสวนสัตว์ที่อยู่เหนือสุดของโลกแล้ว ยังเป็นศูนย์อนุรักษ์พันธุ์สัตว์ในแถบขั้วโลก และถือว่าเป็นบ้านขนาดใหญ่ของสัตว์สายพันธุ์นักล่า อาทิ หมี, หมาป่า, แมวป่า LYNX และรวมไปถึงสัตว์อื่นๆ อีกหลากสายพันธุ์ อาทิ พวกกวางมูซ, กวางเรนเดียร์, วัวมัสก์อ็อกซ์ อีกด้วย
เที่ยง  :  รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารพื้นเมือง
บ่าย  :  นำท่านสู่เมืองทรุมเซอ (TROMSO / 3 ชม.) ตั้งอยู่เหนือเส้นอาร์กติกเซอร์เคิล (ARCTIC CIRCLE) และได้ชื่อว่าเป็น THE CAPITAL OF THE ARCTIC มีความสำคัญคือทำให้เกิด MIDNIGHT SUN ในหน้าร้อน และ POLAR NIGHT ในหน้าหนาว และเป็นเมืองใหญ่ที่สุดในเขตภาคเหนือ เป็นเมืองสำคัญ ได้รับการขนานนามว่าเป็นปารีสแห่งยุโรปเหนือ ในอดีตทรุมเซอเป็นเมืองท่าที่สำคัญด้านการประมง และเส้นทางผ่านที่จะไปขั้วโลกเหนือ ทรุมเซอ ถูกเรียกจากนักท่องเที่ยวว่าเป็นประตูสู่ขั้วโลกเหนือ (GATEWAY TO THE ARCTIC) นำท่านเข้าที่พักโรงแรม RADISSON BLU HOEL TROMSO หรือระดับเดียวกัน 
ค่ำ  :  รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารแบบเอเชีย

 

วันที่เจ็ด   ทรุมเซอ – ออสโล
เช้า  :  รับประทานอาหารเช้าในโรงแรม
นำท่านชมอิสฮาฟส์คาเทดราล (ISHAVSKATEDRALEN) หรือ โบสถ์อาร์กติก (THE ARTIC CATHEDRAL) จากแรงบันดาลใจมาจากก้อนน้ำแข็ง สภาพภูมิทัศน์ทางตอนเหนือจากมหาสมุทรอาร์กติก สร้างขึ้นเมื่อปี ค.ศ. 1965 ซึ่งเป็นอาคารก่อสร้างวิหารแบบสมัยใหม่ที่มีความสวยงามน่าประทับใจ ออกแบบโดยสถาปนิกนามว่า ยาน อิงเกอ   ฮูวิค ส่วนผนังทางด้านตะวันออกของวิหารสูง 23 เมตร ประกอบด้วย Dalle ซึ่งเป็นเทคนิคการประดับชิ้นกระจกสีที่หน้าต่างผลงานของศิลปินวิคเตอร์ สปาร์เรอ นำท่านชมมหาวิหารทรุมเซอ (TROMSO CATHEDRAL) มหาวิหารไม้ที่ตั้งอยู่ย่านใจกลางเมือง มีความเก่าแก่ และเป็นโบสถ์ไม้ที่ใหญ่ที่สุดของนอร์เวย์ สร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1861 สไตล์โกธิคที่มีความงดงาม
เที่ยง  :  รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
บ่าย :  นำท่านนั่งกระเช้าเคเบิ้ลคาร์ FJELLHEISEN CABEL CAR ขึ้นสู่
ยอดเขาสโตรสไตเนิน ( STORSTEINEN MOUNTAIN) ซึ่งอยู่สูงจากระดับน้ำทะเล 420 เมตร ชมวิวแบบพาโนรามา ชมทัศนียภาพของเมืองทรุมเซอ ซึ่งมีลักษณะเป็นเกาะอยู่กลางฟยอร์ด มีเกาะใหญ่ๆ ล้อมรอบ  ทางด้านทิศตะวันออกมีอาณาเขตติดต่อกับประเทศสวีเดนและฟินแลนด์ ให้ท่านได้เพลิดเพลินกับการชมวิวและบันทึกภาพตามอัธยาศัย จากนั้นนำท่านสู่สนามบิน
เวลา 18.15 น. :  ออกเดินทางสู่ออสโล โดยเที่ยวบินที่ SK 4431
เวลา 19.05 น. :  ถึงสนามบินเมืองออสโล (OSLO) เมืองหลวงของนอร์เวย์
ค่ำ : รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
นำเข้าที่พักโรงแรม RADISSON BLU หรือระดับเดียวกัน 2 คืน

 

 

 

 

วันที่แปด   ออสโล
เช้า :  รับประทานอาหารเช้าในโรงแรม
นำท่านชมเมืองออสโล ชุมชนที่ยิ่งใหญ่มาตั้งแต่ยุคไวกิ้งเมื่อประมาณ 1,000 ปีเศษ ชมอุทยานฟรอกเนอร์ สวนประติมากรรมฝีมือกุสตาฟ    วิเกอแลนด์ประติมากรผู้มีชื่อเสียงที่สุดของนอร์เวย์ในช่วงศตวรรษที่ 20 ที่ทางการได้มอบพื้นที่เพื่อแสดงผลงานชิ้นโบว์แดง อาทิ น้ำพุวงจรชีวิตของมนุษย์และเสาหินโมโนลิท ซึ่งนับว่าเป็นสัญลักษณ์ของกรุงออสโลอีกอย่างหนึ่ง ผ่านชมสถานที่สำคัญๆ อาทิ พระราชวังหลวง, รัฐสภา, โรงละครโอเปร่าใหม่ ฯลฯ แวะชมศาลาว่าการเมืองออสโล สถานที่มอบรางวัลโนเบล สาขาสันติภาพ (สาขาอื่นๆ มอบที่สต็อคโฮล์ม)
เที่ยง  :  รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารแบบเอเชีย
บ่าย  :  นำท่านชมพิพิธภัณฑ์เรือไวกิ้งจุดพิสูจน์ความยิ่งใหญ่ในอดีต แล้วให้ท่านได้เดินเล่นชมเมือง หรือช้อปปิ้งบนถนนคาร์ล โจฮันส์ เกท (KARL JOHAN GAUSS) แหล่งช้อปปิ้งที่มีชื่อเสียงที่สุดของนอร์เวย์ ตั้งอยู่กลางกรุงออสโล อิสระกับการเดินเล่นและเลือกซื้อสินค้าตามอัธยาศัย
ค่ำ  :  รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร

 

 

วันที่เก้า  ออสโล – กรุงเทพฯ 
เช้า :  รับประทานอาหารเช้าในโรงแรม / นำท่านสู่สนามบิน
เวลา 14.15 น. :  ออกเดินทางกลับกรุงเทพฯ โดยเที่ยวบินที่ TG 955

 

วันที่สิบ  กรุงเทพฯ
เวลา 06.15 น. :  ถึงสนามบินสุวรรณภูมิ โดยสวัสดิภาพ (ชั้น 2 ผู้โดยสารขาเข้า)

 

 

 

กำหนดการเดินทาง     10-19 เม.ย. // 1-10, 22-31 พ.ค.

อัตราค่าบริการ 

รายการ

เม.ย.

พ.ค.

ผู้ใหญ่ ห้องคู่ ท่านละ

131,000

121,000

เด็กอายุ 2-11 ปี พักกับผู้ใหญ่ 2 ท่าน (มีเตียงเสริม) ท่านละ  

112,000

103,000

เด็กอายุ 2-5 ปี พักกับผู้ใหญ่ 2 ท่าน (ไม่มีเตียงเสริม) ท่านละ 

106,000

97,000

พักเดียวเพิ่มท่านละ                   

18,000

19,000

*บางโรงแรมเท่านั้นที่มีห้อง 3 เตียง หากเป็นผู้ใหญ่ 3 ท่าน เรียนแนะนำว่าเปิด 2 ห้องจะสะดวกกว่า
**ท่านที่จะไม่ใช้ตั๋วกรุ๊ป กรุณาแจ้งก่อนเดินทางอย่างน้อย 30 วัน มิฉะนั้นอาจมีค่าใช้จ่ายท่านละ 3,000-5,000 บาท / ตั๋วกรุ๊ปเมื่อออกตั๋วแล้วเลื่อนไม่ได้ทุกกรณี
อัตราค่าบริการนี้รวม
– ค่าตั๋วเครื่องบินไป-กลับเป็นหมู่คณะสายการบินไทย (TG)            
– ค่าอาหารตามรายการ   
– ค่าน้ำหนักกระเป๋าขึ้นเครื่องบิน 1 ใบไม่เกิน 30 กก. (เฉพาะการบินไทย)
– ค่าธรรมเนียมวีซ่า   
– ค่าโรงแรมที่พักตามรายการ และค่าขนกระเป๋าขึ้น-ลงท่านละ 1 ใบ      
– ค่ามัคคุเทศก์ชำนาญงานอำนวยความสะดวก
– ค่าเข้าชมสถานที่ตามรายการ                                             
– ค่าภาษีสนามบินตามรายการ               
– ค่ารถ-รับส่งและนำเที่ยวตามรายการ                                   
ค่าทิปคนขับรถ 2 ยูโร/คน/วัน     
– น้ำดื่มท่านละ 1 ขวด/วัน (ยกเว้นวันสุดท้ายจากโรงแรม-ไปสนามบิน)
– ค่าประกันอุบัติเหตุ ในวงเงินประกันท่านละ 1,000,000 บาท, ค่ารักษาพยาบาล 1,500,000 บาท (ไม่คุ้มครองโรคประจำตัว)

**ปกติแล้วทัวร์ทั่วไปจะใช้ประกันของตัวแทนที่ยุโรป ซึ่งคุ้มครองแต่อุบัติเหตุ เป็นประกันกลุ่มแบบเหมาเป็นหมื่นหัว และเบี้ยประกันประมาณคนละ 50-60 บาท แต่ของยูนิตี้เรามีซื้อประกัน ALLIANZ  เพิ่มให้ลูกค้าทุกท่านอีก 1 ฉบับ เจ็บป่วยจากการเดินทางจากอุบัติเหตุหรือสาเหตุอื่น ถ้าเข้ารักษาตัวในโรงพยาบาลจะคุ้มครองได้มากกว่าทัวร์ทั่วไป ยกเว้นโรคประจำตัวหรือโรคร้ายแรงที่แพทย์วินิจฉัยว่าเป็นมาก่อนเดินทาง

อัตราค่าบริการไม่รวม
-ค่าใช้จ่ายส่วนตัว อาทิ ค่าซักรีด, ค่าโทรศัพท์, ค่าเครื่องดื่มพิเศษ, ค่าภาษีมูลค่าเพิ่ม
-ค่าน้ำหนักกระเป๋าเกิน 30 ก.ก. (การบินไทยให้เป็นกรณีพิเศษจากเดิม 20 กก. เท่านั้น แต่หากการบินไทยมีการปรับลดลง บริษัทฯ จะปรับตามประกาศของการบินไทย) สายการบินอื่น (บินภายในยุโรป) ไม่เกิน 23 ก.ก.
-ค่าทิปหัวหน้าทัวร์จากบริษัท
-ค่าใช้จ่ายอันเกิดจากการทำหนังสือเดินทางหายทุกกรณี

 

 

จองทัวร์ ดาวน์โหลด เพิ่มเติม
ค้นหาทัวร์