ยุโรปโลโฟเทน A

EUROPE LOFOTEN A

สายการบินไทย
11 วัน 8 คืน
30 กิโลกรัม
มาตรฐานยุโรป
4ดาว หรือเทียบเท่า

สายการบิน :  การบินไทย / และสายการบินภายในประเทศอีก 2 ครั้ง  
โรงแรม :  มาตรฐานยุโรป พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวก
อาหาร  เช้าแบบอเมริกัน เที่ยงและค่ำแบบยุโรปและเอเชีย
สายการบิน  :  การบินไทย / และสายการบินภายในประเทศอีก 2 ครั้ง  
โรงแรม  : มาตรฐานยุโรป พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวก
อาหาร :   เช้าแบบอเมริกัน เที่ยงและค่ำแบบยุโรปและเอเชีย
รถโค้ช :  มาตรฐานยุโรป 45-50 ที่นั่ง          
มัคคุเทศก์  :  ชำนาญเส้นทางยุโรปแน่นอน

หมายเหตุ         
– โอกาสที่จะได้ชมแสงเหนือได้มาก คือช่วงตุลาคม-เมษายน มีโอกาสเห็นมากกว่าช่วงอื่น
– มันเป็นปรากฏการณ์ธรรมชาติ ไม่มีใครรับรองได้ว่าจะมีเมื่อไหร่ โปรดอย่าหลงเชื่อคำโฆษณาว่าได้เห็นแน่ๆ                              
– กล้องจากโทรศัพท์มือถือไม่เหมาะกับการถ่ายรูปแสงเหนือ ควรเตรียมกล้องถ่ายรูปและขาตั้งกล้องไปด้วย
– การเดินทางไปโลโฟเทนโดยเครื่องบิน!!! LOFOTEN เป็นบริเวณปลายแหลมและหมู่เกาะเล็กๆ หลายๆ เกาะมารวมกันเป็นจังหวัด มีสนามบินเล็ก 2 แห่ง คือที่เมืองเลคเนส (LEKNES) และสโวลวาร์ (SVOLVAER)    มีเมืองใกล้เคียงอีกเมืองคือ โบโด (BODO) แต่ทั้ง 3 สนามบินนี้มีสายการบินที่บินเป็นหลักคือสายการบินภายในประเทศ ชื่อ WIDEROE ทั้ง 3 สนามบินนี้ต้องใช้เครื่องบินขนาดเล็ก เป็นเครื่องใบพัดรุ่น DASH 8 (100/200) ความจุ 39+1 ลูกเรือ (แอร์โฮสเตส) / นอกจากนี้แล้วที่สะดวกจะไปลง KIRUNA (สวีเดน) หรือ TROMSO (นอร์เวย์) เครื่องจะใหญ่ขึ้นเป็นเครื่องบินโบอิ้ง 737 (500, 600, 700, 800) 100 กว่าที่นั่ง
**  ยูนิตี้บินเข้า KIRUNA ออก TROMSO
– หมู่บ้านที่สวยที่สุดในโลโฟเทน คือ หมู่บ้านฮัมนอยและเรนเน่ บริษัททัวร์ไทยลอกข้อมูลกันผิดๆ ว่าหมู่บ้านที่สวยที่สุดคือหมู่บ้านออ (Åจริงๆ ที่นี่คือปลายสุดถนน E-10 ถนนสายหลักของเมือง
– การไปพักหมู่บ้านประมงที่ทำเป็นโรงแรมแบบเป็นหลังๆ ปัญหาคือ 1 หลังมี 2-3 ห้อง แต่มีห้องน้ำ 1 ห้องเป็นห้องน้ำรวม ไม่เหมาะกับกรุ๊ปทัวร์ (บางบริษัท บอกแต่ข้อดี ไม่บอกข้อมูลทั้งหมดเพราะมันถูก)

 

วันแรก  กรุงเทพฯ
เวลา 22.00 น. :    พร้อมคณะที่สนามบินสุวรรณภูมิ (ทางเข้าประตู 3) เคาน์เตอร์ D – E สายการบินไทย เจ้าหน้าที่จากบริษัทฯ คอยให้การต้อนรับ

 

วันที่สอง  กรุงเทพฯ – สต็อคโฮล์ม (สวีเดน)
เวลา 01.10 น. :   ออกเดินทางสู่สต็อคโฮล์ม โดยเที่ยวบินที่ TG 960
เวลา 07.00 น. :   ถึงสนามบินกรุงสต็อคโฮล์ม (STOCKHOLM) นครหลวงของสวีเดน นำท่านผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากร นำท่านขึ้นจุดชมวิวบนเนินเขาถนน FJALLGATAN เพื่อบันทึกภาพของกรุงสต็อคโฮล์มจากมุมที่สวยที่สุด ชมเมืองที่ได้รับสมญานามว่า “เวนิสแห่งยุโรปเหนือ” และยังได้รับการคัดเลือกให้เป็น “นครหลวงแห่งวัฒนธรรมของยุโรป” เช่นเดียวกับเอเธนส์, ปารีสและอัมสเตอร์ดัม ชมวิวสวยของตัวเมืองที่ตั้งอยู่บนเกาะใหญ่ 14 เกาะที่ห้อมล้อมด้วยทะเลสาบมาลาร์และทะเลบอลติก ผ่านชมสถานที่สำคัญ อาทิ โอเปร่าเฮ้าส์, ที่ทำการรัฐบาลแห่งพระราชวังหลวง บนเกาะเมืองเก่ากมลาสตัน (GAMLASTAN) ซึ่งปัจจุบันใช้เป็นสถานที่รับรองแขกบ้านแขกเมือง นำท่านชมพิพิธภัณฑ์เรือรบโบราณวาซาร์ (VASA MUSEUM) ซึ่งสร้างขึ้นในสมัยกษัตริย์  กุสสตาฟ อดอลฟที่ 2 ในช่วงปี 1626 และถือว่าเป็นเรือรบที่มีอานุภาพร้ายแรงที่สุดในยุคนั้นกับระวางขับน้ำ 1,300 ตัน ปืนใหญ่ 64 กระบอก เพื่อแย่งชิงความเป็นเจ้าแห่งทะเลบอลติกซึ่งก็ต้องผิดหวังอย่างร้ายแรงเพราะจมลงใต้ทะเลเพียงลงสัมผัสน้ำทะเลเพียงไม่กี่นาที และได้รับการกู้ขึ้นมาหลังจมอยู่ใต้น้ำถึง 333 ปี ชมความยิ่งใหญ่ในอดีตที่ได้รับการซ่อมแซมปะติดปะต่อชิ้นส่วนจากเศษผุพังนับแสนชิ้นที่จมและกระจายไปทั่วท้องน้ำ
เที่ยง  :   รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารแบบเอเชีย
บ่าย  :   นำชมศาลาว่าการเมืองสต็อคโฮล์ม ซึ่งใช้เป็นสถานที่จัดงานเลี้ยงฉลองผู้ที่ได้รับรางวัลโนเบลในทุกๆ สาขา ภายในห้อง GOLDEN HALL ที่ประดับประดาด้วยโมเสคทองคำนับล้านชิ้น จากนั้นอิสระให้ท่านได้เดินเล่นชมเมือง เลือกซื้อสินค้าบนถนนช้อปปิ้งตามอัธยาศัย
ค่ำ  :   รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
นำเข้าที่พักโรงแรม RADISSON BLU ROYAL VIKING HOTEL หรือระดับเดียวกัน

 

 

 

 

วันที่สาม    สต็อคโฮล์ม คิรูนา – โรงแรมน้ำแข็ง – อุทยานแห่งชาติอบิสโก
เช้า  :     รับประทานอาหารเช้าในโรงแรม / นำท่านสู่สนามบิน
เวลา 08.15 น. :   ออกเดินทางสู่คิรูนา โดยเที่ยวบินที่ SK 1040
เวลา 09.50 น. :   ถึงสนามบินเมืองคิรูนา (KIRUNA) ชุมชนใหญ่ทางตอนเหนือของสวีเดนเมืองที่ร่ำรวยจากการทำเหมืองแร่เหล็ก นำท่านสู่หมู่บ้านจูคาสจาวี (JUKKASJARVI) เพื่อนำชมโรงแรมน้ำแข็ง THE ICE HOTEL เดินชมโรงแรมน้ำแข็งที่ได้รับการบันทึกจากหนังสือกินเนสส์ บุ๊ค เรคคอร์ด ว่าเป็นถ้ำน้ำแข็งที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลกขนาดร่วม 4,000 ตารางเมตร แบ่งเป็นห้องพักราว 120 ห้องพัก ซึ่งเตียงนอน เก้าอี้ทำจากน้ำแข็ง มีการแกะสลักน้ำแข็งเป็นรูปร่างต่าง ๆ และ  แบ่งเป็นห้องต่างๆ มากมาย อาทิ โบสถ์สำหรับใช้ในการสวดมนต์ จัดพิธีแต่งงานหรือจัดงานในวันสำคัญๆ และ THE ABSOLUT ICE BAR ร้านขายเครื่องดื่มที่ทุกอย่างภายในร้านทำจากน้ำแข็งทั้งหมด ทั้งโต๊ะ เก้าอี้บาร์ ให้ท่านได้เดินเล่นบันทึกภาพตามอัธยาศัย
เที่ยง :    รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
บ่าย :    นำท่านสู่อุทยานแห่งชาติอบิสโก (ABISKO NATIONAL PARK / 1 ชม. 15 นาที) ในเขตแลปแลนด์ (LAPLAND) ซึ่ง LONELY PLANET ยกให้เป็นสถานที่ซึ่งแสงเหนือมีความสว่างไสวมากที่สุดในโลก จากนั้นนำท่านขึ้นกระเช้าสู่สถานีแสงเหนือ AURORA SKY STATION บนยอดเขานัวเลีย (NUOLJA) เพื่อชมปรากฏการณ์แสงเหนือซึ่งเป็นหนึ่งในปรากฏการณ์ธรรมชาติที่ตื่นตาตื่นใจที่สุดในโลก นำท่านเข้าที่พักโรงแรม HOTEL FJALLET หรือระดับเดียวกัน
ค่ำ  :    รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
**สถานีแสงเหนือเปิดเฉพาะธันวาคม-มีนาคมเท่านั้น และจำกัดการขึ้นชมคืนละ 80 คนเท่านั้น ในกรณีเต็ม บริษัทฯ     จะจัดรถนำท่านออกล่าแสงเหนือ หากมีปรากฏการณ์แสงเหนือก็จะได้เห็นเหมือนอยู่บนสถานี
**เนื่องจากอุทยานแห่งชาติอบิสโกมีโรงแรม 2 แห่ง (เกสท์เฮ้าส์เล็กๆ 8 แห่ง) หากโรงแรมเต็มจะพักเมืองใกล้เคียง

 

 

 

วันที่สี่  อุทยานแห่งชาติอบิสโก – รถไฟสายอาร์กติกเซอร์เคิล – นาร์วิก (นอร์เวย์) – เลคเนส (เกาะโลโฟเทน)
เช้า  :   รับประทานอาหารเช้าในโรงแรม
เวลา 11.14 น. :    นำท่านนั่งรถไฟขบวนพิเศษเส้นทางสายอาร์กติกเซอร์เคิล หนึ่งในเส้นทางรถไฟที่ขึ้นชื่อว่าสวยที่สุด ให้ท่านเพลิดเพลินไปกับทัศนียภาพอันงดงามของป่าสนและทะเลสาบ
**รถไฟสายอาร์กติกเซอร์เคิล อาจมีการยกเลิกโดยมิได้แจ้งล่วงหน้า
เวลา 12.52 น. :  ถึงสถานีเมืองนาร์วิก (NARVIK) ทางตอนเหนือของประเทศนอร์เวย์ที่แวดล้อมไปด้วยภูเขาและทะเล อีกทั้งยังเป็นเมืองที่ล้นเกล้ารัชกาลที่ 5 พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงเสด็จประพาสมาทรงทอดพระเนตรการทำเหมืองแร่ของเมืองนี้ ซึ่งยังคงเปิดให้บริการจนถึงปัจจุบัน
เวลา 13.00 น. :  รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารพื้นเมือง  
บ่าย  :    นำท่านเดินทางสู่เลคเนส (LEKNES) อีกหนึ่งเมืองสวยบนเกาะโลโฟเทน นำท่านเข้าที่พักโรงแรม SCANDIC หรือระดับเดียวกัน 2 คืน  
ค่ำ  :    รับประทานอาหารค่ำ
*รถไฟสายอาร์กติกเซอร์เคิล อาจมีการยกเลิกโดยมิได้แจ้งล่วงหน้า

 

 

 

 

วันที่ห้า    เลคเนส – หมู่บ้านออ (Å) – หมู่บ้านฮัมนอย – หมู่บ้านเรนเน – เลคเนส      
เช้า  :    รับประทานอาหารเช้าในโรงแรม
นำท่านเดินทางสู่ซอร์วาเก้น (SORVAGEN) ที่อยู่ใต้สุดของหมู่เกาะ  โลโฟเทน จนถึงจุดสิ้นสุดของถนนสาย E10 ที่หมู่บ้านออ (Å VILLAGE) เดินชมหมู่บ้านชาวประมง แล้วนำท่านสู่หมู่บ้านฮัมนอย (HAMNOY) หมู่บ้านขนาดเล็กแต่มีความสวยงามน่ารักถูกยกย่องว่าสวยงามที่สุดใน   โลโฟเทน ด้วยทัศนียภาพอันสวยงามจึงเป็นจุดที่นักท่องเที่ยวนิยมมาถ่ายภาพเก็บความประทับใจบนสะพานหน้าหมู่บ้านเพื่อเก็บภาพบ้านชาวประมงสีแดงริมทะเล และด้านหลังเป็นภูเขา FESTHELLTINDEN ที่ตั้งตระหง่าน
เที่ยง :   รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
บ่าย :   นำท่านสู่หมู่บ้านเรนเน หรือรีน (REINE) หมู่บ้านชาวประมงบนเกาะ  มอสคาเนส (MOSKENESOY) ที่ได้ชื่อว่าเป็นหมู่บ้านที่สวยที่สุดในนอร์เวย์มาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ด้วยภูมิประเทศที่ล้อมรอบด้วยเทือกเขา โค้งอ่าว และฟยอร์ด กับสถาปัตยกรรมบ้านไม้ชาวประมงที่น่ารักเป็นระเบียบด้วยสีสันสดใส และวิถีชีวิตชาวประมงแบบดั้งเดิมที่ได้รับการอนุรักษ์ไว้เป็นอย่างดี จึงเป็นเสน่ห์ดึงดูดนักท่องเที่ยว ให้ท่านได้เดินชมความน่ารักและบันทึกภาพตามอัธยาศัย
ค่ำ  :   รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร / โรงแรมที่พัก SCANDIC LEKNES หรือระดับเดียวกัน
**หมู่บ้านออ (Å) เป็นหมู่บ้านปลายสุดของถนนหมายเลข E.10 ไม่ใช่หมู่บ้านที่สวยที่สุด บางบริษัททัวร์ไม่เคยไปที่นี่ อ่านภาษาอังกฤษที่บรรยายและดูรูปแล้วสับสน บริษัทอื่นที่ไม่เคยไปก็ลอกกันมาแบบผิดๆ

 

 

 

วันที่หก   เลคเนส – พิพิธภัณฑ์ไวกิ้ง – สโวลวาร์
เช้า :   รับประทานอาหารเช้าในโรงแรม
นำท่านชมพิพิธภัณฑ์ไวกิ้ง (LOFOTEN VIKING MUSEUM) หมู่บ้านชาวไวกิ้งขนาดใหญ่ บนเกาะ VESTVAGOYA สร้างบนพื้นที่ที่มีการขุดค้นพบว่าเคยเป็นชุมชนไวกิ้งในอดีตเมื่อหนึ่งพันห้าร้อยปีก่อน ชมอาคารไม้ยาวประมาณ 83 เมตร จัดแสดงข้าวของเครื่องใช้ เรือไวกิ้ง วิถีชีวิตชาวไวกิ้งโบราณ ภายในมีการจัดแสดง อาทิ เรียนงานฝีมือ ยิงธนู ขี่ม้า ขว้างขวาน พายเรือไวกิ้ง  ให้ท่านได้เดินชมอาคารบ้านเรือนพร้อมสัมผัสวัฒนธรรมของชาวไวกิ้งดั้งเดิม
เที่ยง  :    รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
บ่าย :    ออกเดินทางสู่สโวลวาร์  (SVOLVAER) อีกหนึ่งเมืองเอกสำคัญบนเกาะโลโฟเทน ศูนย์กลางการเดินทางของหมู่เกาะแห่งนี้ ที่มีสนามบินท่าเรือ เฟอร์รี่เชื่อมเมืองต่างๆ อีกทั้งยังมีพิพิธภัณฑ์ ศูนย์ศิลปะ และแกลเลอรี่ที่สำคัญอีกด้วย ระหว่างทางแวะชมความงามของหมู่บ้านเฮนนิ่งสวาร์ (HENNINGSVAER) หมู่บ้านที่มีความสวยงามตั้งแต่เส้นทางเดินทางที่เลาะเลียบริมทะเลจนข้ามสะพานมาถึงเกาะนี้ และเดินทางต่อสู่สโวลวาร์ นำท่านเข้าที่พักโรงแรม THON HOTEL SVOLVAER LOFOTEN หรือระดับเดียวกัน
ค่ำ  :   รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร

 

 

 

วันที่เจ็ด    สโวลวาร์ – บาร์ดู (สวนสัตว์ POLAR PARK) – ทรุมเซอ
เช้า  :    รับประทานอาหารเช้าในโรงแรม
ออกเดินทางสู่เมืองบาร์ดู (BARDU) นำท่านสู่สวนสัตว์ POLAR PARK ที่นี่นอกจากจะเป็นสวนสัตว์ที่อยู่เหนือสุดของโลกแล้ว ยังเป็นศูนย์อนุรักษ์พันธุ์สัตว์ในแถบขั้วโลก และถือว่าเป็นบ้านขนาดใหญ่ของสัตว์สายพันธุ์นักล่า อาทิ หมี, หมาป่า, แมวป่า LYNX และรวมไปถึงสัตว์อื่นๆ อีกหลากสายพันธุ์ อาทิ พวกกวางมูซ, กวางเรนเดียร์, วัวมัสก์อ็อกซ์ อีกด้วย 
เที่ยง  :   รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
บ่าย  :   นำท่านสู่เมืองทรุมเซอ (TROMSO / 3 ชม.) ตั้งอยู่เหนือเส้นอาร์กติกเซอร์เคิล (ARCTIC CIRCLE) และได้ชื่อว่าเป็น THE CAPITAL OF THE ARCTIC มีความสำคัญคือทำให้เกิด MIDNIGHT SUN ในหน้าร้อน และ POLAR NIGHT ในหน้าหนาว และเป็นเมืองใหญ่ที่สุดในเขตภาคเหนือ เป็นเมืองสำคัญ ได้รับการ      ขนานนามว่าเป็นปารีสแห่งยุโรปเหนือ ในอดีตทรุมเซอเป็นเมืองท่าที่สำคัญด้านการประมง และเส้นทางผ่านที่จะไปขั้วโลกเหนือ ทรุมเซอ ถูกเรียกจากนักท่องเที่ยวว่าเป็นประตูสู่ขั้วโลกเหนือ (GATEWAY TO THE ARCTIC) นำท่านชมอิสฮาฟส์คาเทดราล (ISHAVSKATEDRALEN) หรือ โบสถ์อาร์กติก (THE ARTIC CATHEDRAL) จากแรงบันดาลใจมาจากก้อนน้ำแข็ง สภาพภูมิทัศน์ทางตอนเหนือจากมหาสมุทรอาร์กติก สร้างขึ้นเมื่อปี ค.ศ. 1965 ซึ่งเป็นอาคารก่อสร้างวิหารแบบสมัยใหม่ที่มีความสวยงามน่าประทับใจ ออกแบบโดยสถาปนิกนามว่า ยาน อิงเกอ ฮูวิค ส่วนผนังทางด้านตะวันออกของวิหารสูง 23 เมตร ประกอบด้วย Dalle ซึ่งเป็นเทคนิคการประดับชิ้นกระจกสีที่หน้าต่างผลงานของศิลปินวิคเตอร์ สปาร์เรอ นำท่านเข้าที่พักโรงแรม RADISSON BLU HOEL TROMSO หรือระดับเดียวกัน 2 คืน
ค่ำ  :   รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
จากนั้นนำท่านออกตามล่าแสงเหนือ หรือที่รู้จักกันในนาม “แสงออโรร่า” (โดยรถบัส) ทรุมเซอเป็นเมืองสวยชื่อดังของนอร์เวย์ เป็นส่วนหนึ่งของแลปแลนด์ และเป็นจุดยอดนิยมอีกแห่งหนึ่งในการล่าแสงเหนือ มีแคมป์ดูประมาณ 6 แคมป์ เพราะอยู่ตรงเส้นอาร์กติก และเป็นหนึ่งในเมืองวงแหวนแสงเหนือของโลก (การชมแสงเหนือ หรือแสงโอโรร่าในแต่ละครั้ง ขึ้นอยู่สภาพอากาศในวัน และเวลาดังกล่าว เนื่องจากเป็นปรากฏการณ์ทางธรรมชาติ)

 

 

 

วันที่แปด   ทรุมเซอ
เช้า  :    รับประทานอาหารเช้าในโรงแรม
นำท่านสัมผัสประสบการณ์ในการขับขี่รถ SNOWMOBILE พาหนะที่คล่องตัวที่สุดในการเดินทางบนหิมะหรือน้ำแข็ง เราจะนำท่านขับขี่สโนว์โมบิลลัดเลาะจากตัวเมืองท่องไปบนทุ่งน้ำแข็งกว้าง โดยท่านจะได้รับคำแนะนำในการขับขี่ที่ถูกต้อง สนุกสนานและปลอดภัยจากเจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญ และชำนาญเส้นทางในการเดินทางท่องเที่ยวแบบสโนว์โมบิลซาฟารี โดยทางบริษัทฯ จะมีการจัดเตรียมเครื่องกันหนาวให้ท่านอย่างครบถ้วนตั้งแต่ศีรษะจรดเท้า (กุมภาพันธ์-มีนาคม นำท่านชมโรงแรมน้ำแข็ง)
เที่ยง  :    รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
บ่าย :    นำท่านเก็บเกี่ยวประสบการณ์ด้วยการขับเคลื่อนสุนัขลากเลื่อน HUSKY SAFARI ฮัสกี้เป็นสุนัขที่มีประวัติยาวนานกว่า 3,000 ปีมาแล้ว เพื่อใช้ในการลากเลื่อนบรรทุกสิ่งของ หรือเป็นพาหนะในพื้นที่ที่ปกคลุมไปด้วยหิมะและน้ำแข็ง เนื่องจากสุนัขฮัสกี้มีน้ำหนักเบา คล่องตัว ว่องไว แข็งแรง และมีความอดทนต่อความสภาพอากาศหนาวเย็นได้เป็นอย่างดี นอกจากนี้สุนัขลากเลื่อนยังเป็นกีฬายอดนิยม โดยมีมัชเชอร์ (MUSHER) เป็นผู้บังคับเลื่อนการแข่งขันแต่ละครั้งจนแพร่หลายไปยังประเทศแถบขั้วโลก
เวลา 15.00 น. :   นำท่านเที่ยวชมเมืองทรุมเซอ เริ่มจากย่านใจกลางเมือง ให้ท่านได้ชื่นชมความงดงามของเหล่าสถาปัตยกรรมที่เป็นมรดกทางวัฒนธรรม โดยเฉพาะเหล่าอาคารบ้านไม้เก่าแก่ที่ถูกแต่งแต้มด้วยสีสันฉูดฉาด ซึ่งทรุมเซอเป็นเมืองที่มีบ้านเก่าทำจากไม้จำนวนมากที่สุดในนอร์เวย์เหนือ บ้านเก่าที่สุดสร้างตั้งแต่ปี ค.ศ. 1789 จากนั้นนำท่านนั่งกระเช้าเคเบิ้ลคาร์ FJELLHEISEN CABLE CAR ขึ้นสู่ยอดเขาสโตรสไตเนิน  ( STORSTEINEN MOUNTAIN) ซึ่งอยู่สูงจากระดับน้ำทะเล 420 เมตร ชมวิวแบบพาโนรามา ชมทัศนียภาพของเมืองทรุมเซอ ซึ่งมีลักษณะเป็นเกาะอยู่กลางฟยอร์ด มีเกาะใหญ่ๆ ล้อมรอบ  ทางด้านทิศตะวันออกมีอาณาเขตติดต่อกับประเทศสวีเดนและฟินแลนด์ ให้ท่านได้เพลิดเพลินกับการชมวิวและบันทึกภาพตามอัธยาศัย
ค่ำ  :    รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร

 

 

 

 

วันที่เก้า  ทรุมเซอ – ออสโล  
เช้า  :   รับประทานอาหารเช้าในโรงแรม / นำท่านสู่สนามบิน
เวลา 06.25 น.  :   ออกเดินทางสู่ออสโล โดยเที่ยวบินที่ SK 4403
เวลา 08.30 น. :   ถึงสนามบินกรุงออสโล (OSLO) นครหลวงแห่งนอร์เวย์ นำท่านชมเมืองออสโล ชุมชนที่ยิ่งใหญ่มาตั้งแต่ยุคไวกิ้งเมื่อประมาณ 1,000 ปีเศษ ผ่านชมป้อมกำแพงเมืองเก่า ARKHER HUSE ที่สร้างขึ้นตั้งแต่เมื่อครั้งออสโลเป็นเมืองหลวง และรอดพ้นจากการถูกไฟไหม้ครั้งใหญ่ เมื่อตอนศตวรรษที่ 17 มาได้ ชมอุทยานฟรอกเนอร์ สวนประติมากรรมฝีมือกุสตาฟ วิเกอแลนด์ประติมากรผู้มีชื่อเสียงที่สุดของนอร์เวย์ในช่วงศตวรรษที่ 20 ที่ทางการได้มอบพื้นที่เพื่อแสดงผลงานชิ้นโบว์แดง อาทิ น้ำพุวงจรชีวิตของมนุษย์และเสาหินโมโนลิท ซึ่งนับว่าเป็นสัญลักษณ์ของกรุงออสโลอีกอย่างหนึ่ง ผ่านชมสถานที่สำคัญๆ อาทิ พระราชวังหลวง, รัฐสภา, โรงละครโอเปร่าใหม่ ฯลฯ แวะชมศาลาว่าการเมืองออสโล สถานที่มอบรางวัลโนเบล สาขาสันติภาพ (สาขาอื่นๆ มอบที่สต็อคโฮล์ม)
เที่ยง :   รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
บ่าย  :   อิสระให้ท่านได้เดินเล่นชมเมือง หรือช้อปปิ้งบนถนนคาร์ล โจฮันส์ เกท (KARL JOHAN GAUSS) แหล่ง     ช้อปปิ้งที่มีชื่อเสียงที่สุดของนอร์เวย์ ตั้งอยู่กลางกรุงออสโล อิสระกับการเดินเล่นและเลือกซื้อสินค้าตามอัธยาศัย
ค่ำ  :    รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร

 

วันที่สิบ   ออสโล – กรุงเทพฯ  
เช้า  :   รับประทานอาหารเช้าในโรงแรม / นำท่านสู่สนามบิน
เวลา 13.30 น. :    ออกเดินทางกลับกรุงเทพฯ โดยเที่ยวบินที่ TG 955

 

วันที่สิบเอ็ด   กรุงเทพฯ
เวลา 06.20 น. :   ถึงสนามบินสุวรรณภูมิ โดยสวัสดิภาพ (ชั้น 2 ผู้โดยสารขาเข้า)

 

 

 

กำหนดการเดินทาง    5-15, 12-22, 19-29 มี.ค.

อัตราค่าบริการ 

รายการ

ราคา

ผู้ใหญ่ ห้องคู่ ท่านละ

148,000

เด็กอายุ 2-11 ปี พักกับผู้ใหญ่ 2 ท่าน (มีเตียงเสริม) ท่านละ  

126,000

เด็กอายุ 2-5 ปี พักกับผู้ใหญ่ 2 ท่าน (ไม่มีเตียงเสริม) ท่านละ 

119,000

พักเดียวเพิ่มท่านละ                   

21,000

*บางโรงแรมเท่านั้นที่มีห้อง 3 เตียง หากเป็นผู้ใหญ่ 3 ท่าน เรียนแนะนำว่าเปิด 2 ห้องจะสะดวกกว่า

**ท่านที่จะไม่ใช้ตั๋วกรุ๊ป กรุณาแจ้งก่อนเดินทางอย่างน้อย 30 วัน มิฉะนั้นอาจมีค่าใช้จ่ายท่านละ 3,000-5,000 บาท  / ตั๋วกรุ๊ปเมื่อออกตั๋วแล้วเลื่อนไม่ได้ทุกกรณี

อัตราค่าบริการนี้รวม
– ค่าตั๋วเครื่องบินไป-กลับเป็นหมู่คณะสายการบินไทย (TG)   
– ค่าน้ำหนักกระเป๋าขึ้นเครื่องบิน 1 ใบไม่เกิน 30 กก.
– ค่าโรงแรมที่พักตามรายการ และค่าขนกระเป๋าขึ้น-ลงท่านละ 1 ใบ      
– ค่าอาหารตามรายการ   
– ค่าเข้าชมสถานที่ตามรายการ                                             
– ค่าธรรมเนียมวีซ่า   
– ค่าภาษีสนามบินตามรายการ                                             
– ค่ามัคคุเทศก์ชำนาญงานอำนวยความสะดวก 
– ค่ารถ-รับส่งและนำเที่ยวตามรายการ                                   
ค่าทิปคนขับรถ 2 ยูโร/คน/วัน     
– น้ำดื่มท่านละ 1 ขวด/วัน (ยกเว้นวันสุดท้ายจากโรงแรม-ไปสนามบิน)
– ค่าประกันอุบัติเหตุ ในวงเงินประกันท่านละ 1,000,000 บาท, ค่ารักษาพยาบาล 1,500,000 บาท (ไม่คุ้มครองโรคประจำตัว)

**ปกติแล้วทัวร์ทั่วไปจะใช้ประกันของตัวแทนที่ยุโรป ซึ่งคุ้มครองแต่อุบัติเหตุ เป็นประกันกลุ่มแบบเหมาเป็นหมื่นหัว และเบี้ยประกันประมาณคนละ 50-60 บาท แต่ของยูนิตี้เรามีซื้อประกัน ALLIANZ  เพิ่มให้ลูกค้าทุกท่านอีก 1 ฉบับ เจ็บป่วยจากการเดินทางจากอุบัติเหตุหรือสาเหตุอื่น ถ้าเข้ารักษาตัวในโรงพยาบาลจะคุ้มครองได้มากกว่าทัวร์ทั่วไป ยกเว้นโรคประจำตัวหรือโรคร้ายแรงที่แพทย์วินิจฉัยว่าเป็นมาก่อนเดินทาง

อัตราค่าบริการไม่รวม
– ค่าใช้จ่ายส่วนตัว อาทิ ค่าซักรีด, ค่าโทรศัพท์, ค่าเครื่องดื่มพิเศษ, ค่าภาษีมูลค่าเพิ่ม
– ค่าน้ำหนักกระเป๋าเกิน 30 ก.ก. (การบินไทยให้เป็นกรณีพิเศษจากเดิม 20 กก. เท่านั้น แต่หากการบินไทยมีการปรับลดลง บริษัทฯ จะปรับตามประกาศของการบินไทย) สายการบินอื่น (บินภายในยุโรป) ไม่เกิน 23 ก.ก.
– ค่าทิปหัวหน้าทัวร์จากบริษัท
– ค่าใช้จ่ายอันเกิดจากการทำหนังสือเดินทางหายทุกกรณี

จองทัวร์ ดาวน์โหลด เพิ่มเติม
ค้นหาทัวร์