โปแลนด์ – บอลติก

EUROPE POLAND - BALTIC

ฟินน์แอร์
10 วัน 8 คืน
23 กิโลกรัม
มาตรฐานยุโรป
4ดาว หรือเทียบเท่า

 

โปแลนด์ – ลิทัวเนีย – ลัตเวีย – เอสโตเนีย 10 วัน

แบบเดอลักซ์ รับประกันคุณภาพ

ชมพระราชวังลาเซียนกี้ ชมเมืองวอร์ซอ โตรัน ชมพระราชวังมาลบอร์ก ชมเมืองกดั๊งค์ ทะเลสาบมาซูเลียน ชมปราสาททราไกและเมืองเก่า ชมเมืองวิลนีอุส ชมพระราชวังรุนดาเล  ชมเมืองริก้า พาร์นู ชมพระราชวังคาดริออร์ก ชมเมืองทาลลินน์

วันแรก  กรุงเทพฯ – วอร์ซอ (โปแลนด์)
เวลา 06.00 น. :  พร้อมคณะที่สนามบินสุวรรณภูมิ (ทางเข้าประตู 4) เคาน์เตอร์ G สายการบินฟินน์แอร์
เวลา 08.55 น. :  ออกเดินทางสู่เฮลซิงกิ โดยเที่ยวบินที่ AY 142/1145 (แวะเปลี่ยนเครื่องที่เฮลซิงกิ 15.15/17.50 น.)
เวลา 18.35 น. :  ถึงสนามบินสู่กรุงวอร์ซอ (WARSAW) นครหลวงแห่งสาธารณรัฐโปแลนด์ ซึ่งองค์การยูเนสโกประกาศให้เป็นเมืองมรดกโลก ในปี ค.ศ. 1980 นำท่านผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากร
ค่ำ  :  รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
นำเข้าที่พักโรงแรม WESTIN
หรือระดับเดียวกัน 2 คืน

 

วันที่สอง   วอร์ซอ
เช้า :  รับประทานอาหารเช้าในโรงแรม
นำท่านชมกรุงวอร์ซอ ชมพระราชวังลาเซียนกี้ (LAZIENKI PALACE) หรือ PALACE ON THE WATER ซึ่งเป็นที่ประทับของพระมหากษัตริย์และเป็นพระราชวังทางประวัติศาสตร์ ที่มีสวนอันงดงามล้อมรอบ ตั้งอยู่ใจกลางเมืองวอร์ซอ ในปัจจุบันได้กลายเป็นสถานที่เดินเล่นพักผ่อนหย่อนใจสำหรับประชาชนทั่วไป และนอกจากนี้เป็นจุดดึงดูดนักท่องเที่ยวที่เป็นที่รู้จักของชาวต่างชาติเมื่อมาถึงโปแลนด์ (พระราชวังแห่งนี้ได้เคยเป็นที่ประทับของ  พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 เมื่อครั้งเสด็จประพาสวอร์ซอ ในปี ค.ศ. 1897) จากนั้นนำท่านถ่ายรูปกับอนุสาวรีย์เฟเดอริค ฟรองซัวร์ โชแปง นักดนตรีระดับโลก ผู้ได้รับสมญานามว่า กวีแห่งเปียนโน ด้วยนิ้วที่พลิ้วไหว และเสียงดนตรีจากเปียนโนที่แสนโรแมนติก จนกระทั่งครั้งหนึ่งพระเจ้าซาร์แห่งรัสเซียถึงกับประทานแหวนเพชรให้เป็นรางวัล ชมปราสาทเบลเวแดร์ ที่ซึ่งในสมัยยังเป็นเด็กของโชแปง ได้ใช้แสดงคอนเสิร์ตตามคำเชิญของแกรนด์ ดยุคคอนสแตนตี้ จากนั้นผ่านชมความงามของแม่น้ำวิสทูล่าสายน้ำสำคัญที่หล่อเลี้ยงกรุงวอร์ซอ
หมายเหตุ  พระราชวังลาเซียนกี้จะเปิดเฉพาะเดือนพฤษภาคม-กันยายน (หน้าร้อนเท่านั้น) ช่วง ตุลาคม-เมษายน จะนำชมพระราชวังวิลานอฟ (WILANOW PALACE) ที่มีความงามไม่แพ้กันการเข้าชมพระราชวังในแต่ละวันมีการจำกัดจำนวนเข้าชม และไม่มีการให้จองล่วงหน้า หากเข้าไม่ได้จะคืนค่าเข้าชมท่านละ 10 ยูโร และชมอย่างอื่นแทน (หัวหน้าทัวร์จะประสานกับไกด์ท้องถิ่น)
เที่ยง  :  รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
บ่าย  :  นำท่านชมเขตเมืองเก่า (STARE MIASTO) ซึ่งสถาปัตยกรรมต่างๆ ในย่านนี้ได้ถูกสร้างขึ้นในราวปลายศตวรรษที่ 13 และถูกบูรณะจนเสร็จสมบูรณ์ภายหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ได้สิ้นสุดลง (เพราะเมืองถูกระเบิดพังพินาศหมด) เป็นที่ตั้งบ้านเรือน โบสถ์ และพระราชวังหลวง  (ROYAL CASTLE) ที่ภายในมีการตกแต่งอย่างวิจิตรพิสดารด้วยศิลปวัตถุ และเครื่องประดับเก่าแก่อันเป็นสมบัติล้ำค่าและมีภาพเขียนที่สำคัญคือ ภาพกรุงวอร์ซอ 22  มุมมองโดยจิตรกรเอกชาวอิตาเลียน  เบอร์นาโด คานาเล็ตโต ที่ชาว    โปลิชใช้เป็นต้นแบบในการบูรณะกรุงวอร์ซอจนกลับมาเป็นเมืองหลวงที่สวยงามอีกครั้ง บันทึกภาพกับอนุสาวรีย์ของกษัตริย์ซิกิมุนด์ที่ 3 ผู้ย้ายเมืองหลวงของโปแลนด์จากเมืองคราคอฟ มากรุงวอร์ซอร์เมื่อ ค.ศ. 1596 อนุสาวรีย์ของนิโคลัส โคเปอร์นิคัส นักดาราศาสตร์เอกชาวโปล เจ้าของทฤษฎีว่าด้วยดวงอาทิตย์เป็นศูนย์กลางของสุริยจักรวาล โดยมีโลกและดาวเคราะห์ต่างๆ โครจรรอบดวงอาทิตย์ อิสระให้ท่านได้เดินชมจัตุรัสเมืองเก่า หรือ OLD TOWN SQUARE เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สวยงามมาก ด้วยสีสันของตึกในแบบยุโรปตะวันออกแท้ๆ ซึ่งเป็นที่ตั้งของร้านรวงเล็กๆ  ร้านขายของที่ระลึก มีรถม้าคอยอำนวยความสะดวกกับนักท่องเที่ยว และยังมีจิตรกรผู้มีความสามารถในการวาดภาพเหมือน เพื่อให้นักท่องเที่ยวที่สนใจ แวะเข้ามาใช้บริการ จากนั้นอิสระให้ท่านได้เดินเล่น ช้อปปิ้งสินค้าในย่านถนน NOWY SWIAT หนึ่งในถนนที่ทันสมัย และหลากหลายไปด้วยร้านค้านานาชนิด
ค่ำ  :  รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารพื้นเมือง

 

 

 

 

วันที่สาม  วอร์ซอ – โตรัน – มาลบอร์ก – กดั๊งค์
เช้า :   รับประทานอาหารเช้าในโรงแรม
ออกเดินทางสู่โตรัน (TORUN) เมืองมรดกโลกที่สำคัญอีกแห่งหนึ่งของโปแลนด์ นำชมจัตุรัสเมืองเก่าขนาดใหญ่ที่สวยงาม และศาลาว่าการเมือง, กำแพงเมืองเก่ายุคติวตานิค, บ้านเกิดนิโคลัสคอเปอร์นิคุส บิดาแห่ง   ดาราศาสตร์ ผู้ค้นพบว่าดวงอาทิตย์เป็นศูนย์กลางของจักรวาล, มหาวิหารเซนต์จอห์น ฯลฯ
เที่ยง :  รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารพื้นเมือง
บ่าย  :  นำท่านออกเดินทางสู่มาลบอร์ก (MALBORK) ระหว่างทางเพลิดเพลินกับทัศนียภาพของ ป่าเบญจพรรณที่อุดมสมบูรณ์ที่สุดในยุโรป (ช่วงปลายมีนาคม-ต้นพฤษภาคม เป็นฤดูใบไม้ผลิสวยแบบหนึ่ง และช่วงเดือนตุลาคมเป็นฤดูใบไม้เปลี่ยนสีสวยอีกแบบหนึ่ง) นำท่านเข้าชมปราสาทมาลบอร์ก (MALBORK CASTLE) ปราสาทอิฐแดงของอัศวินติวตานิค (TEUTANIC KNIGHT) ที่ใหญ่ที่สุดในทวีปยุโรป สร้างขึ้นเพื่อเป็นฐานทัพของเหล่าอัศวินเมื่อครั้งที่มาลบอร์กมีสถานะเป็นเมืองหลวงของ TEUTANIC ORDER ในช่วงปี ค.ศ. 1308-1457 และได้รับการยกย่องให้เป็นมรดกโลกในปี ค.ศ. 1997 นำชมห้องประชุมใหญ่ ห้องอาหาร ห้องครัว ห้องนอนของเหล่าอัศวินที่ยังคงความสมบูรณ์เอาไว้ได้ จนเป็นตันแบบให้กับการสร้างปราสาทในยุคต่อมา จากนั้นออกเดินทางสู่เมืองกดั๊งค์ (GDANSK) เมืองท่าที่สำคัญที่สุดของประเทศโปแลนด์ และเป็นเมืองท่าที่สวยงามที่สุดแห่งหนึ่งของโลก
ค่ำ :  รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
นำท่านเข้าที่พักโรงแรม QUBUS HOTEL หรือ HILTON หรือระดับเดียวกัน

 

 

 

 

 

วันที่สี่  กดั๊งค์ – ทะเลสาบมาซูเรียน
เช้า :   รับประทานอาหารเช้าในโรงแรม
นำท่านชมเมืองกดั๊งค์ เมืองที่ได้รับการยกย่องว่าเป็นเมืองที่สวยที่สุดแห่งหนึ่งในยุโรปเหนือ ตัวเมืองเก่ามีการก่อสร้างมาตั้งแต่ศตวรรษ 12 และเป็นส่วนหนึ่งของฮันเซติก ลีก ในปี ค.ศ. 1361 ถึงแม้ว่าตัวเมืองเกือบทั้งหมดจะถูกทำลายไปในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 เมื่อปี ค.ศ. 1945 แต่ก็ได้มีการบูรณะขึ้นมาใหม่ทั้งเมืองในปี ค.ศ. 1949-1969 โดยใช้เวลาทั้งหมด 20 ปี จนทำให้กดั๊งค์กลับมาสวยงามดังเดิม ชมเขตท่าเรือเก่า GDANKS SHIPYARD ที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์เมื่อครั้งที่นายเลคธ์วาไลซ่าได้ก่อตั้งพรรค SOLIDARTY ขึ้น และทำการประท้วงต่อต้านรัสเซียเมื่อวันที่ 14 สิงหาคม 1980  เพื่อเรียกร้องให้รัสเซียเลิกแทรกแซงโปแลนด์ จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ปากแม่น้ำวิสลา เพื่อบันทึกภาพป้อม WESTERY PLATTE  ซึ่งเป็นจุดที่เสียงปืนนัดแรกอันเป็นชนวนเริ่มต้นของการเกิดสงครามโลกครั้งที่ 2  เมื่อวันที่ 1 กันยายน 1939 เมื่อเรือรบเยอรมนี SCHLESWIG HOLLSTEIN ยิงปืนเข้าใส่กองกำลังโปแลนด์ที่รักษาการณ์คลังสินค้าปากแม่น้ำ แล้วเดินทางกลับเข้าสู่ย่านเมืองเก่า ชมประตูเมือง (UPLAND GATE) ที่สร้างขึ้นเพื่อเป็นเส้นทางใช้เสด็จพระราชดำเนินของกษัตริย์ หอคอยเรือนจำ (PRISON TOWER) ถนนโรแยลเวย์ ตลาดกลางเมืองที่ยาวที่สุดในยุโรป  น้ำพุเนปจูน ศาลาว่าการเมืองเก่า ฯลฯ เข้าชม ST. MARY BASILICA เพชรน้ำเอกแห่งกดั๊งค์ เป็นโบสถ์ที่สร้างด้วยอิฐแดงที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในยุโรป จากนั้นมีเวลาให้ท่านช้อปปิ้งบนถนนสายน่ารักมาเรียสก้า สตรีทย่านการค้าอำพันราคาถูกและสินค้าพื้นเมืองเก๋ๆ
เที่ยง  :  รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
บ่าย  :   นำท่านเดินทางสู่เขตทะเลสาบมาซูเรียน (MASURIAN LAKE DISTRIC) อยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศโปแลนด์ ซึ่งเป็นภูมิภาคที่มีพื้นที่ส่วนใหญ่ประกอบด้วยทะเลสาบถึง 9,300 แห่ง และมีทัศนียภาพที่มีความโดดเด่นแห่งหนึ่งของทวีปยุโรป
ค่ำ  :  รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารพื้นเมือง
นำท่านเข้าที่พักโรงแรม MRONGOVIA หรือระดับเดียวกัน

 

 

 

วันที่ห้า   ทะเลสาบมาซูเรียน – ทราไก (ลิทัวเนีย) – วิลนีอุส       
เช้า :  รับประทานอาหารเช้าในโรงแรม
ออกเดินทางสู่เมืองทราไก (TRAKAI) เมืองเล็กๆ ที่มีความสำคัญทางด้านประวัติศาสตร์ และอดีตเมืองหลวงเก่าของลิทัวเนียก่อนที่จะมีการสร้างกรุงวิลนีอุส ตัวเมืองถูกล้อมรอบด้วยทะเลสาบ ชมชุมชนเมืองทราไกที่ประกอบด้วยคนหลายเชื้อชาติโดยเฉพาะคนเผ่าเคริมซึ่งเป็นชนพื้นเมืองแถบบอลข่านที่อพยพมาทำงานเป็นทหารรับจ้างตั้งแต่เมื่อห้าร้อยปีก่อน ปัจจุบันชนเผ่านี้ยังคงมีหลงเหลืออยู่ประมาณ 500 คน และยังคงนับถือศาสนาและภาษาเดิมเหมือนเมื่อครั้งอดีตกาล ก่อนมีเวลาให้ท่านเลือกซื้อสินค้าพื้นเมืองราคาถูกจากชาวท้องถิ่น
เที่ยง  :  รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารพื้นเมือง
บ่าย  :  นำท่านเดินทางสู่ปราสาททราไก (TRAKAI CASTLE) ปราสาทอัศวินยุคกลาง ที่ตั้งอยู่ระหว่างสามทะเลสาบ ซึ่งได้รับการขนานนามว่า LITTLE MARIENBURG อีกด้วย ตัวปราสาททั้งหมดได้มีการบูรณะขึ้นมาใหม่ตั้งแต่ช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่สอง นับว่าเป็นปราสาทยุคกลางที่สมบูรณ์ที่สุดแห่งหนึ่งในยุโรป ปัจจุบันนิยมใช้เป็นสถานที่ถ่ายทำภาพยนตร์มากมาย เช่น DRAGON AND DUNGEON, DRACULA ฯลฯ  นำท่านเข้าชมห้องเก็บสมบัติ เหรียญโบราณ ท้องพระโรงและคุกใต้ดิน จากนั้นออกเดินทางสู่วิลนีอุส (VILNIUS) เมืองหลวงประเทศลิทัวเนีย และเป็นเมืองใหญ่ที่สวยงามที่สุดของประเทศ อยู่ทางตะวันออก    เฉียงใต้ของประเทศลิทัวเนีย ประเทศลิทัวเนียตั้งอยู่ทางฝั่งตะวันออกของทะเลบอลติก ทิศเหนือจรดประเทศลัทเวีย ทิศตะวันออกและทิศใต้จรดประเทศเบลารุส และทิศตะวันตกเฉียงใต้จรดประเทศโปแลนด์และรัสเซีย (แคว้นคาลีนินกราด)     นำท่านชมเมืองเก่าวิลนีอุส เจ้าของสมญานาม  “กรุงโรมแห่งบอลติก” เพราะเป็นศูนย์กลางของศาสนาคริสต์นิกายโรมันคาทอลิก เมื่อครั้งยังเป็นส่วนหนึ่งของโปแลนด์ ชม GATE OF DAWN ประตูเมืองเก่าที่ยังหลงเหลือมาตั้งแต่ศตวรรษที่ 15 ด้านบนของประตูเป็นที่ประดิษฐานภาพวาดของพระแม่มารีอันศักดิ์สิทธิ์เป็นที่สักการะของชาวเมือง โบสถ์แห่งพระจิตของรัสเซียออโธดอกซ์, มหาวิทยาลัยแห่งวิลนีอุส, หอระฆังเก่าแก่ส่วนหนึ่งของกำแพงเมือง, มหาวิหารประจำเมืองที่ก่อสร้างในสไตล์    นีโอคลาสสิค, อนุสาวรีย์ดุ๊ค กาดิมินุสผู้ก่อตั้งเมืองวิลนีอุส ผ่านชมย่านชุมชนชาวยิวที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่ง, จัตุรัสจอห์นพอลที่ 2 สร้างขึ้นเพื่อเป็นที่ระลึกเมื่อครั้งที่โป๊บจอห์นพอลที่ 2 เสด็จมาเยือนเมื่อปี ค.ศ. 1993 (ท่านเป็นชาวโปล) ชมภายในโบสถ์ปีเตอร์แอนด์พอลที่เป็นแบบบารอคที่สวยที่สุดในประเทศ จากนั้นเข้าชมพิพิธภัณฑ์อำพัน (AMBER MUSEUM) หนึ่งในอัญมณีที่มีอยู่มากมายในภูมิภาคบอลติกที่มีการจัดแสดงรูปแบบของเครื่องประดับทำจากอำพันในหลากหลายดีไซน์ ซึ่งท่านสามารถเลือกซื้อได้ตามอัธยาศัย
ค่ำ  :   รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
นำเข้าที่พักโรงแรม NOTOVEL CENTRUM หรือระดับเดียวกัน

 

 

 

วันที่หก   วิลนีอุส – รุนดาเล (ลัตเวีย) – ริก้า
เช้า  :   รับประทานอาหารเช้าในโรงแรม
ออกเดินทางสู่พรมแดนลิทัวเนีย-ลัตเวีย เพื่อเดินทางสู่เมืองรุนดาเล (RUNDALE)
เที่ยง  :   รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตาคารพื้นเมือง 
บ่าย :    นำท่านเข้าชมพระราชวังรุนดาเล (RUNDALE PALACE) ที่สร้างในสมัยของจักรพรรดินีแอนอิวาโนวา แห่งรัสเซียเพื่อมอบให้กับชู้รักคนโปรด เคาน์ทไบรอนแห่งเคอร์แลนด์ ตัวพระราชวังออกแบบโดยบาโธเลมิว ราสเตลลี สถาปนิกชื่อดังชาวอิตาเลียน ที่รับใช้ราชสำนักรัสเซียในการออกแบบพระราชวังเฮอร์มิเทจที่นครเซนต์  ปีเตอร์สเบิร์ก ทำให้พระราชวังแห่งนี้มีความงดงามไม่แพ้ที่ใดในยุโรป นอกจากนี้พระราชวังรุนดาเลยังได้รับยกย่องให้เป็นสุดยอดของการออกแบบสถาปัตยกรรมที่เป็นการประยุกต์ของสองวัฒนธรรมระหว่างเยอรมนีและรัสเซียได้อย่างลงตัวที่สุด จากนั้นมีเวลาให้ท่านเดินชมสวนบริเวณด้านหลังพระราชวังที่งดงามร่มรื่นตามแบบฉบับสวนสวยในยุโรปทั่วไป แล้วออกเดินทางสู่กรุงริก้า (RIGA) เมืองหลวงของประเทศลัตเวีย / นำเข้าที่พักโรงแรม RADISSON BLU ELIZABETE  หรือระดับเดียวกัน
ค่ำ  :  รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารแบบเอเชีย  

 

 

 

 

 

วันที่เจ็ด   ริก้า – พาร์นู – ทาลลินน์ (เอสโตเนีย)
เช้า :   รับประทานอาหารเช้าในโรงแรม
นำท่านชมเมืองริก้า เมืองหลวงแห่งศิลปะอาร์ตนูโวที่เฟื่องฟูที่สุดในเขตบอลติก ผ่านชมย่านถนนอัลเบิร์ตและเอลิซาเบธที่ยังคงความงดงามของสถาปัตยกรรมในยุคนั้นได้อย่างสมบูรณ์ที่สุด จากนั้นพาท่านเข้าสู่เขต OLD RIGA ชมย่านจัตุรัสกลางเมือง OLD TOWN SQUARE บันทึกภาพอาคาร HOUSE OF BLACK HEAD อนุสาวรีย์โรแลนด์ โบสถ์เซนต์ปีเตอร์ จัตุรัสโดมสแควร์ที่ตั้งของมหาวิหารที่ใหญ่ที่สุดในกลุ่มประเทศบอลติก ก่อนพาท่านสู่ตลาดกลางที่ขายสินค้าการเกษตร เช่น ผัก, ผลไม้ประจำฤดูกาลราคาถูก โดยที่อาคารแห่งนี้ดัดแปลงมาจากสถานีจอดเรือเหาะ (ZEPPELIN) ที่เคยเปิดให้บริการในช่วงต้นศตวรรษที่ 20 นอกจากนี้ยังถือว่าอาคารสามหลังนี้ยังเป็นสัญลักษณ์ของกรุงริก้าอีกด้วย
เที่ยง  :  รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารพื้นเมือง
บ่าย  :  นำท่านเดินทางสู่เมืองพาร์นู (PARNU) เมืองตากอากาศริมฝั่งทะเลบอลติกที่เป็นที่นิยมอันดับหนึ่งของประเทศ ระหว่างทางท่านจะได้สัมผัสกับอาคารบ้านเรือนที่ก่อสร้างในแบบเอสโตเนียนดั้งเดิมซึ่งไม่เหมือนที่ใดในยุโรป ถึงพาร์นู มีเวลาให้ท่านเดินเล่นย่านตัวเมืองที่มีถนนช้อปปิ้งสายสั้นๆ แต่เป็นเสน่ห์เอกลักษณ์เฉพาะตัวเพราะสร้าง  ด้วยศิลปะในยุคอาร์ตนูโว จากนั้นนำท่านสู่เมืองทาลลินน์ (TALLINN) เป็นเมืองหลวงและเมืองท่าสำคัญของประเทศเอสโตเนีย ตั้งอยู่บนชายฝั่งทะเลบอลติกทางด้านเหนือของประเทศ ประเทศเอสโตเนียมีพรมแดนติดกับประเทศลัทเวียทางทิศใต้ และประเทศรัสเซียทางตะวันออก มีประเทศเพื่อนบ้านทางทิศเหนือคือประเทศฟินแลนด์ โดยมีอ่าวฟินแลนด์คั่นกลาง และประเทศสวีเดนทางตะวันตกคั่นกลางโดยทะเลบอลติก เอสโตเนียประกาศเอกราชครั้งแรกในปี ค.ศ. 1918 ก่อนจะถูกยึดครองโดยสหภาพโซเวียต นาซีเยอรมนี และสหภาพโซเวียตอีกครั้งหลังจากสงครามโลกครั้งที่สอง เอสโตเนียกลับมาเป็นรัฐเอกราชอีกครั้งหลังจากการล่มสลายของสหภาพโซเวียต เอสโตเนียเข้าร่วมองค์การนาโตและสหภาพยุโรปในปี ค.ศ. 2004
ค่ำ  :  รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
นำท่านเข้าที่พักโรงแรม RADISSON BLU TALLINN
หรือระดับเดียวกัน 2 คืน

 

 

 

 

วันที่แปด  ทาลลินน์ – คาดริออร์ก –  ทาลลินน์
เช้า  :   รับประทานอาหารเช้าในโรงแรม
ออกเดินทางสู่คาดริออร์ก (KADRIORG) หมู่บ้านเล็กๆ ชานกรุงทาลลินน์ ซึ่งเป็นที่ตั้งของพระราชวังคาดริออร์ก ที่สร้างขึ้นในสมัยพระเจ้าปีเตอร์มหาราชแห่งรัสเซีย ปัจจุบันได้รับการดัดแปลงให้เป็นพิพิธภัณฑ์ศิลปะแห่งเอสโทเนีย บันทึกภาพด้านหน้าอาคารและบริเวณสวนโดยรอบที่นับว่าเป็นภูมิสถาปัตย์แบบบารอคที่สวยงามที่สุดในประเทศ นำท่านนั่งรถเลียบชายฝั่งทะเลบอลติกสู่ย่านพิริต้าชายหาดตากอากาศที่อยู่ใกล้เมืองหลวงที่สุด ระหว่างทางแวะชมสถานที่จัดงานเทศกาลดนตรีแห่งชาติที่มีการจัดต่อเนื่องกันมากว่า 130 ปี ชมสำนักคอนแวนต์ (ST BRIDGET’S CONVENT) ที่สร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1407 แต่ถูกกองทัพรัสเซียทำลายลงในศตวรรษที่ 16 เหลือไว้เพียงโครงสร้างของโบสถ์และด้านหน้าที่สูงถึง 35 เมตร และใช้เป็นจุดสังเกตของ      นักเดินเรือในอดีต
เที่ยง  :   รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารพื้นเมือง
บ่าย  :  นำท่านเข้าชมภายในเขตเมืองเก่าของทาลลินน์ (TALLINN OLD TOWN SQUARE) ที่ได้รับการยกย่องว่าเป็นเมืองแห่งยุคกลางที่สวยที่สุดในยุโรปเหนือ เดินชมย่านทุมเปีย TOOMPEA (เมืองบน) ซึ่งเป็นที่ตั้งของปราสาททุมเปีย ปัจจุบันได้ใช้เป็นอาคารรัฐสภาและหน่วยงานราชการ, โบสถ์อเล็กซานเดอร์ เนฟสกี้ (ALEXANDER NEVSKY CATHEDRAL) โบสถ์รัสเซียนออโธดอกซ์ที่ใหญ่ที่สุดในเอสโตเนีย บันทึกภาพตัวเมืองเก่าแบบพาโนรามาจากจุดชมวิว แล้วเดินลัดเลาะแนวกำแพงเมืองสู่จัตุรัสกลางเมืองอันเป็นที่ตั้งของศาลาว่าการเมืองทาลลินน์รายล้อมด้วยอาคารที่ต่างยุคสมัยกันตั้งแต่ศตวรรษที่ 15-17 ให้ท่านอิสระช้อปปิ้งบนถนนวีรู (VIRU STREET) หรือเดินสำรวจตามตรอกซอกซอยที่เต็มไปด้วยอาคารยุคกลางที่ยังคงความงดงามแบบคลาสสิคได้ตามอัธยาศัย
ค่ำ  :   รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารแบบเอเชีย  

 

 

 

 

วันที่เก้า   ทาลลินน์ – เฮลซิงกิ (ฟินแลนด์) – กรุงเทพฯ
เช้า  :  รับประทานอาหารเช้าในโรงแรม
นำรถบัสลงเรือเฟอร์รี่ข้ามสู่เฮลซิงกิ (1 ชม. เศษ) ถึงแล้วนำท่านชมเมืองเฮลซิงกิ นครหลวงของฟินแลนด์ บันทึกภาพกับน้ำพุธิดาแห่งทะเลบอลติก สัญลักษณ์ประจำเมือง แล้วนำท่านสู่จัตุรัสแห่งวุฒิสภา (SENATE SQUARE) ซึ่งสร้างขึ้นมาในรูปแบบสถาปัตยกรรมของรัสเซีย ชมโบสถ์เทมโป ลิโอ คิโอ (TEMPPELIAUKIO ROCK CHURCH) ซึ่งเป็นโบสถ์ที่มีสถาปัตยกรรมแปลกกว่าที่อื่นโดยสร้างเข้าไปในภูเขาหินแกรนิตทั้งลูกและมีระบบเสียงที่ดีที่สุด หนุ่มสาวชาวเฮลซิงกินิยมมาจัดงานแต่งงานกันที่โบสถ์แห่งนี้ แล้วนำท่านชมวิหารอุสเพนสกี้ (USPENSKI CATHEDRAL) ศาสนสถานของชาวคริสต์นิกายออร์โธดอกซ์ที่งดงามที่สุดแห่งหนึ่งในยุโรปเหนือ ชมอนุสาวรีย์เซบิลุสที่สร้างขึ้นเป็นเกียรติแก่ท่านยาห์น เซบิลุส ผู้ประพันธ์เพลง FINLANDIA
เวลา 13.00 น. :  รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร / แล้วเดินทางไปสนามบิน
เวลา 17.30 น. :  บินตรงกลับกรุงเทพฯ โดยเที่ยวบินที่ AY 141

 

วันที่สิบ  กรุงเทพฯ
เวลา 07.15 น. :  ถึงสนามบินสุวรรณภูมิ โดยสวัสดิภาพ (ชั้น 2 ผู้โดยสารขาเข้า)

 

 

 

กำหนดการเดินทาง       20-29 มี.ค. //  11-20 เม.ย. // 1-10, 8-17, 15-24 พ.ค.

อัตราค่าบริการ   **กรุณารีบจองและส่งสำเนาพาสปอร์ตเพื่อจองคิววีซ่า เพราะคิวแน่นมาก **

รายการ

มี.ค.

เม.ย.

พ.ค.

ผู้ใหญ่ พักห้องคู่  ท่านละ 

110,000

117,000

113,000

เด็ก อายุ 2-11 ปี พักกับผู้ใหญ่ 2 ท่าน (มีเตียงเสริม)ท่านละ 

94,000

100,000

96,000

เด็ก อายุ 2-5 ปี พักกับผู้ใหญ่ 2 ท่าน (ไม่มีเตียงเสริม) ท่านละ     

89,000

94,000

90,000

พักเดี่ยวเพิ่มท่านละ

18,000

19,000

20,000

*บางโรงแรมเท่านั้นที่มีห้อง 3 เตียง หากเป็นผู้ใหญ่ 3 ท่าน เรียนแนะนำว่าเปิด 2 ห้องจะสะดวกกว่า
**ท่านที่จะไม่ใช้ตั๋วกรุ๊ป กรุณาแจ้งก่อนเดินทางอย่างน้อย 30 วัน มิฉะนั้นอาจมีค่าใช้จ่ายท่านละ 3,000-5,000 บาท  / ตั๋วกรุ๊ปเมื่อออกตั๋วแล้วเลื่อนไม่ได้ทุกกรณี

อัตราค่าบริการนี้รวม   
– ค่าตั๋วเครื่องบินไป-กลับแบบหมู่คณะ          
– ค่าโรงแรมที่พักตามรายการและค่าขนกระเป๋าขึ้น-ลงท่านละ 1 ใบ
– ค่าอาหารตามรายการ
– ค่าธรรมเนียมวีซ่า                                  
– ค่าภาษีสนามบินตามรายการ
– ค่ารถรับ-ส่งตามรายการ                          
– ค่ามัคคุเทศก์ชำนาญงานจากบริษัท ฯ
ค่าทิปคนขับรถ 2 ยูโร/คน/วัน                
– ค่าน้ำหนักกระเป๋าขึ้นเครื่องบิน 1 ใบ ไม่เกิน 23 กก.
– น้ำดื่มท่านละ 1 ขวด/วัน                     
– ค่าเข้าชมสถานที่ตามรายการ
– ค่าประกันอุบัติเหตุ วงเงินท่านละ 1,000,000 บาท ค่ารักษาพยาบาล 1,500,000 บาท (ไม่คุ้มครองโรคประจำตัว)

**ปกติแล้วทัวร์ทั่วไปจะใช้ประกันของตัวแทนที่ยุโรป ซึ่งคุ้มครองแต่อุบัติเหตุ เป็นประกันกลุ่มแบบเหมาเป็นหมื่นหัว และเบี้ยประกันประมาณคนละ 50-60 บาท แต่ของยูนิตี้เรามีซื้อประกัน ALLIANZ  เพิ่มให้ลูกค้าทุกท่านอีก 1 ฉบับ เจ็บป่วยจากการเดินทางจากอุบัติเหตุหรือสาเหตุอื่น ถ้าเข้ารักษาตัวในโรงพยาบาลจะคุ้มครองได้มากกว่าทัวร์ทั่วไป ยกเว้นโรคประจำตัวหรือโรคร้ายแรงที่แพทย์วินิจฉัยว่าเป็นมาก่อนเดินทาง
* ตั๋วชั้นทัศนาจรกระเป๋า 1 ใบ น้ำหนักไม่เกิน 23 กก. / ตั๋วชั้นธุรกิจกระเป๋า 2 ใบ น้ำหนักไม่เกินใบละ 23 กก.

อัตราค่าบริการไม่รวม
– ค่าใช้จ่ายส่วนตัว อาทิ ค่าซักรีด, ค่าโทรศัพท์, ค่าเครื่องดื่มพิเศษ, ค่าภาษีมูลค่าเพิ่ม
– ค่าใช้จ่ายอันเกิดจากการทำหนังสือเดินทางหายทุกกรณี
– ค่าทิปหัวหน้าทัวร์จากบริษัท
– ค่าสัมภาระที่มีน้ำหนักเกิน 23 ก.ก. สำหรับชั้นทัศนาจร

 

 

จองทัวร์ ดาวน์โหลด เพิ่มเติม
ค้นหาทัวร์