สแกนดิเนเวีย – ล่าแสงเหนือ

EUROPE SCANDINAVIA THE AURORA HUNTING

สายการบินฟินน์แอร์
10 วัน 7 คืน
23 กิโลกรัม
มาตรฐานยุโรป
4 ดาว หรือเทียบเท่า


สายการบิน  :
  ฟินแอร์ สายการบินเจ้าถิ่นแถบนี้
โรงแรม  :  มาตรฐานยุโรป พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวก / พัก ARCTIC SNOW HOTEL IGLOO
อาหาร :   เช้าแบบอเมริกัน เที่ยงและค่ำแบบยุโรปและเอเชีย
รถโค้ช  :   มาตรฐานยุโรป 40-48 ที่นั่ง         
มัคคุเทศก์  :   ชำนาญเส้นทางยุโรปแน่นอน

วันแรก   กรุงเทพฯ – เฮลซิงกิ (ฟินแลนด์)
เวลา 20.00 น. :  พร้อมคณะที่สนามบินสุวรรณภูมิ (ทางเข้าประตู 4) เคาน์เตอร์ G สายการบินฟินน์แอร์ เจ้าหน้าที่จากบริษัท คอยให้การต้อนรับและอำนวยความสะดวก
เวลา 23.05 น. :  เดินทางสู่เฮลซิงกิ โดยเที่ยวบินที่ AY 144

 

วันที่สอง  เฮลซิงกิ – โรวาเนียมี – หมู่บ้านซานตาคลอส – ฟาร์มสุนัขฮัสกี้
เวลา 05.20 น. :  ถึงสนามบินเฮลซิงกิ ผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมือง แล้วพักผ่อนรอเปลี่ยนเที่ยวบิน (กระเป๋ารับปลายทาง)
เวลา 07.45 น. :  ออกเดินทางสู่โรวาเนียมี โดยเที่ยวบินที่ AY 531
เวลา 09.05 น. :   ถึงสนามบินโรวาเนียมี (ROVANIEMI) นครหลวงของเขตแลปแลนด์ ดินแดนมหัศจรรย์บริเวณเส้นอาร์กติก นำท่านเยี่ยมชมหมู่บ้านซานตาคลอส (SANTACLAUS VILLAGE) ซึ่งได้รับการยอมรับว่าเป็นศูนย์กลางของซานตาคลอส ซึ่งทุกๆ ปี เด็กๆ จากทั่วโลกจะส่งไปรษณียบัตร หรือจดหมายมาหานับเป็นแสนฉบับต่อปี เลือกซื้อสินค้าของที่ระลึกจากหมู่บ้านซานตาคลอส หรือถ่ายรูปคู่กับคุณลุงซานต้าตัวจริงได้ที่นี่  (ไม่รวมอยู่ในค่าบริการ) ก่อนมีเวลาให้ท่านเดินเล่นช้อปปิ้งของที่ระลึกต่างๆ รวมทั้งเขียนไปรษณีย์ส่งให้เพื่อนหรือคนรัก จากนั้นนำท่านบันทึกภาพกับเส้นอาร์คติกเซอร์เคิล (ARCTIC CIRCLE) เส้นแบ่งเขตตามเส้นรุ้งและเส้นแวงเพื่อกำหนดขอบเขตของบริเวณซีกโลกเหนือ โดยเส้นอาร์คติกเซอร์เคิลจะอยู่ที่ 66 องศา 32 ลิปดา 44 ฟิลิปดาเหนือ เป็นตัวบ่งบอกจุดเหนือสุดที่ในเวลา 1 ปี คนที่อยู่แถบนี้จะไม่ได้พบกับพระอาทิตย์ขึ้นเลยอย่างน้อย 24 ชั่วโมง หรือพระอาทิตย์ไม่ตกเลยเป็นเวลาอย่างน้อย 24 ชั่วโมง
เที่ยง  :   รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
บ่าย  :  นำท่านเดินทางสู่ฟาร์มสุนัขฮัสกี้ (HUSKY FARM) เพิ่มประสบการณ์ด้วยการขับเคลื่อนสุนัขลากเลื่อน สุนัขฮัสกี้เป็นสุนัขที่มีมายาวนานกว่า 3,000 ปี เพื่อใช้ในการลากเลื่อนบรรทุกสิ่งของหรือเป็นพาหนะในพื้นที่ที่ปกคลุมไปด้วยน้ำแข็งและหิมะ ฮัสกี้จึงได้กลายมาเป็นสุนัขลากเลื่อนพันธุ์แท้ที่มีประสิทธิภาพในการลากเลื่อนสูงสุดในบรรดาสุนัขลากเลื่อนทั้งหมด ทั้งนี้เนื่องจากสุนัขมีน้ำหนักเบา, คล่องตัว, ว่องไว, แข็งแรงและอดทนต่อความหนาวเย็นและความอดอยากในฤดูหนาวได้ดี รวมทั้งมีความอดทนเป็นที่หนึ่ง จึงทำให้สามารถลากเลื่อนด้วยความเร็วเป็นเวลาติดต่อกันนานๆ ในอุณหภูมิที่ต่ำกว่าศูนย์องศา นอกจากนี้สุนัขลากเลื่อนยังเป็นกีฬายอดนิยม โดยมีมัชเชอร์ (MUSHER) เป็นผู้บังคับเลื่อนในการแข่งขันแต่ละครั้งจนแพร่หลายไปยังหลายประเทศแถบขั้วโลก จากนั้นนำท่านเข้าที่พักโรงแรมกระจกหรืออิกกลู ARCTIC SNOW HOTEL IGLOO หรือระดับเดียวกัน บ้านพักเรือนกระจกท่ามกลางบรรยากาศที่งดงามในเขตอาร์คติกเซอร์เคิล ให้ท่านได้พักผ่อนนอนชมดาวและแสงเหนือ (แสงออโรร่า) ปรากฏการณ์เหนือธรรมชาติที่หาชมได้ยากจากภายในที่พัก (ปรากฏการณ์แสงออโรร่า เป็นไปตามธรรมชาติ ขึ้นอยู่กับสภาพอากาศเป็นสำคัญ)
ค่ำ  :  รับประทานอาหารค่ำในโรงแรม

 

 

 

วันที่สาม   โรวาเนียมี – เลวี – สกีรีสอร์ท
เช้า  :  รับประทานอาหารเช้าในโรงแรม
นำท่านสู่เมืองเลวี (LEVI)  เมืองสกีรีสอร์ทชื่อดังที่เต็มไปด้วยเสน่ห์ของธรรมชาติ
เที่ยง  :  รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
บ่าย  :   นำท่านสู่สกีรีสอร์ท ให้ท่านได้มีประสบการณ์ในการเล่นสกีในเขตอาร์กติก โดยทางบริษัทฯได้จัดเตรียมครูผู้ฝึกสอนสำหรับผู้ที่เพิ่งหัดเล่น รวมถึงอุปกรณ์การเล่นสกีครบชุด จากนั้นมีเวลาให้ท่านได้ทดลองเล่นสกีไปตามทางเนินเขาที่แสนสนุกและปลอดภัย (ประมาณ 2 ชั่วโมง) จากนั้นนำท่านเข้าที่พักโรงแรม PANORAMA LEVI หรือระดับเดียวกัน
ค่ำ  :    รับประทานอาหารค่ำในโรงแรม

 

วันที่สี่   เลวี – คิรูนา (สวีเดน) – อบิสโก
เช้า :  รับประทานอาหารเช้าในโรงแรม
นำท่านเดินทางสู่เมืองคิรูนา (KIRUNA) ชุมชนใหญ่ทางตอนเหนือของสวีเดนเมืองที่ร่ำรวยจากการทำเหมืองแร่เหล็ก นำท่านชมเมืองคิรูนา (KIRUNA) เมืองที่เริ่มเจริญและเป็นชุมชนใหญ่มาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2243 เพราะการค้นพบสายแร่เหล็กจำนวนมหาศาลจนทำให้เกิดการลงทุนในการทำเหมืองแร่เหล็กใต้ดินขนาดใหญ่ที่สุดในโลกขึ้นมากับจำนวนแร่เหล็กร่วม 60,000 ตันทุกวัน โดยคนงานเหมืองกว่า 500 คน และเส้นทางถนนและรางรถไฟกว่า 500 กิโลเมตรที่ 850 เมตร ลึกลงไปใต้ดิน นำชมส่วนที่เปิดให้นักท่องเที่ยวชมวัฒนาการต่างๆ ในระยะ 100 ปี จนถึงเทคโนโลยีปัจจุบันที่กว่า 20 ล้านตันของแร่เหล็กที่ถูกขุดขึ้นมาใช้ในอุตสาหกรรมต่างๆ
เที่ยง  :   รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
บ่าย  :  ออกเดินทางสู่อบิสโก (ABISKO) หมู่บ้านเล็กๆ ที่มีทิวทัศน์ธรรมชาติสวยงามของสวีเดน และเป็นที่ตั้งของอุทยานแห่งชาติอบิสโก (ABISKO NATIONAL PARK) ในเขตแลปแลนด์ (LAPLAND) ซึ่ง LONELY PLANET ยกให้เป็นสถานที่ซึ่งแสงเหนือมีความสว่างไสวมากที่สุดในโลก จากนั้นนำท่านขึ้นกระเช้าสู่สถานีแสงเหนือ AURORA SKY STATION บนยอดเขานัวเลีย (NUOLJA) เพื่อชมปรากฏการณ์แสงเหนือซึ่งเป็นหนึ่งในปรากฏการณ์ธรรมชาติที่ตื่นตาตื่นใจที่สุดในโลก (ช่วงเวลาที่ดีที่สุดคือเดือนพฤศจิกายน-มีนาคม/ ฤดูหนาว บ่าย 4 โมงก็มืดแล้ว สว่างประมาณ 08.00 น.) จากนั้นนำท่านเข้าที่พักโรงแรม STF ABISKO MOUNTAIN STATION หรือระดับเดียวกัน
ค่ำ  :  รับประทานอาหารค่ำในโรงแรม
เริ่มปฏิบัติการล่าแสงเหนือ นำท่านสู่บริเวณริมทะเลสาบ TORNETRASK ภายในบริเวณอุทยานแห่งชาติอบิสโก ซึ่งเป็นจุดที่มีโอกาสในการเห็นแสงเหนือบนท้องฟ้าในยามค่ำคืน หากโชคดีฟ้าเปิด นอกจากจะสามารถถ่ายภาพแสงเหนือลอยบนท้องฟ้าแล้ว ท่านยังจะได้เห็นเงาสะท้อนสีเขียวมรกตพาดลงบนผืนน้ำอีกด้วย

 

 

 

วันที่ห้า    อบิสโก – สโวลวาร์ (นอร์เวย์) – เฮนนิ่งสวาร์ – สแตมซุนด์
เช้า  :   รับประทานอาหารเช้าในโรงแรม
นำท่านเดินทางสู่สโวลวาร์  (SVOLVAER) อีกหนึ่งเมืองเอกสำคัญบนเกาะโลโฟเทน ศูนย์กลางการเดินทางของหมู่เกาะแห่งนี้ ที่มีสนามบินท่าเรือ เฟอร์รี่เชื่อมเมืองต่างๆ อีกทั้งยังมีพิพิธภัณฑ์ ศูนย์ศิลปะ และแกลเลอรี่ที่สำคัญอีกด้วย
เที่ยง  :    รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
บ่าย  :   ออกเดินทางสู่เฮนนิ่งสวาร์ (HENNINGSVAER) หมู่บ้านประมงที่มีความสวยงามตั้งแต่เส้นทางเลาะเลียบริมทะเลจนถึงตัวเกาะที่เป็นที่ตั้งของหมู่บ้าน เดินชมความงามของอาคารบ้านเรือนที่สวยงามริมน้ำ แล้วนำท่านสู่เมืองสแตมซุนด์ (STAMSUND) หมู่บ้านชาวประมงเล็กๆ ตั้งอยู่ทางตอนใต้ของเกาะเวสต์วอกอย (Vestvågøy) นำท่านเข้าที่พักโรงแรม LIVE LOFOTEN HOTEL หรือ THON HOTEL SVOLVAER LOFOTEN หรือระดับเดียวกัน 2 คืน   
ค่ำ  :   รับประทานอาหารค่ำในโรงแรม

 

วันที่หก    สแตมซุนด์ – กิจกรรมจับปู – หมู่บ้านฮัมนอย – หมู่บ้านออ – พิพิธภัณฑ์หมู่บ้านชาวประมง – นัสฟยอร์ด – สแตมซุนด์   
เช้า  :  รับประทานอาหารเช้าในโรงแรม
นำท่านสัมผัสประสบการณ์สนุกสนานกับกิจกรรมการจับปู (CRAB SAFARI) โดยแต่งชุดกันน้ำ-กันลมนั่งเรือยางออกสู่ทะเลเพื่อทำการจับปู แล้วนำปูทะเลไปทำอาหารมื้อกลางวัน
เที่ยง :  รับประทานอาหารกลางวัน พร้อมลิ้มรสปูทะเลสดๆ
บ่าย  :   นำท่านสู่หมู่บ้านฮัมนอย (HAMNOY) หมู่บ้านขนาดเล็กแต่มีความสวยงามน่ารักถูกยกย่องว่าสวยงามที่สุดในโลโฟเทน ด้วยทัศนียภาพอันสวยงามจึงเป็นจุดที่นักท่องเที่ยวนิยมมาถ่ายภาพเก็บความประทับใจบนสะพานหน้าหมู่บ้านเพื่อเก็บภาพบ้านชาวประมงสีแดงริมทะเล และด้านหลังเป็นภูเขา FESTHELLTINDEN ที่ตั้งตะหง่าน แล้วนำท่านสู่หมู่บ้านออ VILLAGE) อีกหนึ่งหมู่บ้านที่มีความสวยงาม และยังเป็นบริเวณจุดสิ้นสุดของถนนสายหลัก E10 หรือถนน KING OLAV’S ถนนหลวงสายหลักสายเดียวของหมู่เกาะโลโฟเทน  แล้วนำท่านชมพิพิธภัณฑ์หมู่บ้านชาวประมงนอร์วีเจียน (NORWEGIAN FISHING VILLAGE MUSEUM) ที่นี่ท่านจะได้สัมผัสวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของชาวประมงที่อาศัยอยู่บนเกาะมายาวนานกว่า 250 ปี ชมนิทรรศการแสดงวิวัฒนาการประมงเรือนูร์ลันโบราณและอุปกรณ์การตกปลาชนิดต่างๆ ก่อนนำท่านสู่เมืองนัสฟยอร์ด (NUSFJORD) เมืองเล็กๆ ที่มีทัศนียภาพอันสวยงามอีกแห่งหนึ่งของหมู่เกาะโลโฟเทน ให้ท่านเดินเล่นชมหมู่บ้านนัสฟยอร์ด (NUSFJORD FISHERMAN VILLAGE) ที่ได้ชื่อว่าเป็นหมู่บ้านชาวประมงที่เก่าแก่ที่สุดและยังคงได้รับการอนุรักษ์ไว้อย่างดี โดยได้รับการขึ้นทะเบียนให้เป็นมรดกโลกจากองค์การยูเนสโก (UNESCO) ให้ท่านได้มีเวลาเก็บภาพความประทับใจ
ค่ำ  :   รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร

 

 

 

วันที่เจ็ด   สแตมซุนด์ – นาร์วิก
เช้า   :   รับประทานอาหารเช้าในโรงแรม
นำท่านหมู่บ้าน KABELVAG VILLAGE หมู่บ้านชาวประมงเล็กๆ น่ารัก เงียบสงบ ที่นี่มีกระท่อมของชาวประมงโบราณที่เรียกว่า rorbuer หลังแรก สร้างขึ้นที่นี่เมื่อปี พ.ศ. 1663 หมู่บ้านแห่งนี้จึงเหมาะแก่การเรียนรู้วิถีชีวิตของชาวพื้นเมืองโลโฟเทน แล้วนำท่านเข้าชมพิพิธภัณฑ์โลโฟเทน (LOFOTEN MUSEUM) ที่จัดแสดงเรื่องราวของหมู่บ้านชาวประมงตั้งแต่ในสมัยปี พ.ศ. 2343 ชมอาคารบ้านเรือน เรือประมง พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ (LOFOTEN AQUAIRIUM) โบสถ์ไม้เก่าแก่ประจำหมู่บ้าน (VAGAN CHURCH)
เที่ยง  :  รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
บ่าย  :  ออกเดินทางสู่
เมืองนาร์วิก (NARVIK) ทางตอนเหนือของประเทศนอร์เวย์ที่แวดล้อมไปด้วยภูเขาและทะเล อีกทั้งยังเป็นเมืองที่ล้นเกล้ารัชกาลที่ 5 พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงเสด็จประพาสมาทรงทอดพระเนตรการทำเหมืองแร่ของเมืองนี้ ซึ่งยังคงเปิดให้บริการจนถึงปัจจุบัน จากนั้นนำท่านขึ้นสู่ยอดเขา NORTHERN LIGHTS LODGE เพื่อชมวิวเมืองนาร์วิกจากมุมสูง ชมปรากฏการณ์แสงเหนือและดวงดาวนับร้อยที่ปรากฏเหนือเมืองนาร์วิก เป็นประสบการณ์อันน่าประทับใจ
ค่ำ  :  รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารภายใน NORTHERN LIGHTS LODGE / นำท่านเข้าที่พักโรงแรม SCANDIC หรือระดับเดียวกัน

 

วันที่แปด   นาร์วิก – ทรุมเซอ
เช้า  :  รับประทานอาหารเช้าในโรงแรม
นำท่านสู่เมืองทรุมเซอ (TROMSO) ตั้งอยู่เหนือเส้นอาร์กติกเซอร์เคิล (ARCTIC CIRCLE) และได้ชื่อว่าเป็น THE CAPITAL OF THE ARCTIC มีความสำคัญคือทำให้เกิด MIDNIGHT SUN ในหน้าร้อน และ POLAR NIGHT ในหน้าหนาว และเป็นเมืองใหญ่ที่สุดในเขตภาคเหนือ เป็นเมืองสำคัญ ได้รับการขนานนามว่าเป็นปารีสแห่งยุโรปเหนือ ในอดีตทรุมเซอเป็นเมืองท่าที่สำคัญด้านการประมง และเส้นทางผ่านที่จะไปขั้วโลกเหนือ ทรุมเซอถูกเรียกจากนักท่องเที่ยวว่าเป็นประตูสู่ขั้วโลกเหนือ (GATEWAY TO THE ARCTIC)
เที่ยง  :   รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
บ่าย  :  นำท่านนั่งกระเช้าเคเบิ้ลคาร์ FJELLHEISEN CABEL CAR ขึ้นสู่ยอดเขาสโตรสไตเนิน (STORSTEINEN MOUNTAIN) ซึ่งอยู่สูงจากระดับน้ำทะเล 420 เมตร ชมวิวแบบพาโนรามา ชมทัศนียภาพของเมืองทรุมเซอ ซึ่งมีลักษณะเป็นเกาะอยู่กลางฟยอร์ด มีเกาะใหญ่ๆ ล้อมรอบ ทางด้านทิศตะวันออกมีอาณาเขตติดต่อกับประเทศสวีเดนและฟินแลนด์ ให้ท่านได้เพลิดเพลินกับการชมวิวและบันทึกภาพตามอัธยาศัย จากนั้นนำท่านชมอิสฮาฟส์คาเทดราล (ISHAVSKATEDRALEN) หรือ โบสถ์อาร์กติก (THE ARTIC CATHEDRAL) จากแรงบันดาลใจมาจากก้อนน้ำแข็ง สภาพภูมิทัศน์ทางตอนเหนือจากมหาสมุทรอาร์กติก สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2508 ซึ่งเป็นอาคารก่อสร้างวิหารแบบสมัยใหม่ที่มีความสวยงามน่าประทับใจ ออกแบบโดยสถาปนิกนามว่า ยาน อิงเกอ ฮูวิค ส่วนผนังทางด้านตะวันออกของวิหารสูง 23 เมตร ประกอบด้วย Dalle ซึ่งเป็นเทคนิคการประดับชิ้นกระจกสีที่หน้าต่างผลงานของศิลปินวิคเตอร์ สปาร์เรอ
ค่ำ  :   รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
นำท่านเข้าที่พักโรงแรม RADISSON BLU HOEL TROMSO หรือระดับเดียวกัน  

 

 

 

วันที่เก้า   ทรุมเซอ – เฮลซิงกิ – กรุงเทพฯ 
เช้า :   รับประทานอาหารเช้าในโรงแรม / นำท่านสู่สนามบิน
เวลา 11.30 น. :   ออกเดินทางสู่เฮลซิงกิ โดยเที่ยวบินที่ AY 946
เวลา 14.25 น. :  ถึงสนามบินเฮลซิงกิ พักรอเปลี่ยนเที่ยวบิน
เวลา 16.50 น. :   ออกเดินทางกลับกรุงเทพฯ โดยเที่ยวบินที่ AY 141

 

วันที่สิบ  กรุงเทพฯ
เวลา 07.25 น. :   ถึงสนามบินสุวรรณภูมิ โดยสวัสดิภาพ (ชั้น 2 ผู้โดยสารขาเข้า)

 

 

 

กำหนดการเดินทาง         4-13 ธ.ค.

อัตราค่าบริการ 

รายการ

ราคา

ผู้ใหญ่ ห้องคู่ ท่านละ

162,000

เด็กอายุ 2-11 ปี พักกับผู้ใหญ่ 2 ท่าน (มีเตียงเสริม) ท่านละ  

137,000

เด็กอายุ 2-5 ปี พักกับผู้ใหญ่ 2 ท่าน (ไม่มีเตียงเสริม) ท่านละ 

130,000

พักเดียวเพิ่มท่านละ                   

27,000

*บางโรงแรมเท่านั้นที่มีห้อง 3 เตียง หากเป็นผู้ใหญ่ 3 ท่าน เรียนแนะนำว่าเปิด 2 ห้องจะสะดวกกว่า
**ท่านที่จะไม่ใช้ตั๋วกรุ๊ป กรุณาแจ้งก่อนเดินทางอย่างน้อย 30 วัน มิฉะนั้นอาจมีค่าใช้จ่ายท่านละ 3,000-5,000 บาท  / ตั๋วกรุ๊ปเมื่อออกตั๋วแล้วเลื่อนไม่ได้ทุกกรณี

อัตราค่าบริการนี้รวม
– ค่าตั๋วเครื่องบินไป-กลับเป็นหมู่คณะสายการบินฟินแอร์       
– ค่าน้ำหนักกระเป๋าขึ้นเครื่องบิน 1 ใบไม่เกิน 23 กก.
– ค่าโรงแรมที่พักตามรายการ และค่าขนกระเป๋าขึ้น-ลงท่านละ 1 ใบ      
– ค่าอาหารตามรายการ   
– ค่าเข้าชมสถานที่ตามรายการ                                             
– ค่าธรรมเนียมวีซ่า   
– ค่าภาษีสนามบินตามรายการ                                             
– ค่ามัคคุเทศก์ชำนาญงานอำนวยความสะดวก
– ค่ารถ-รับส่งและนำเที่ยวตามรายการ                                   
– ค่ามัคคุเทศก์ท้องถิ่น
     
– น้ำดื่มท่านละ 1 ขวด/วัน (ยกเว้นวันสุดท้ายจากโรงแรม-ไปสนามบิน)   
ค่าทิปคนขับรถ 2 ยูโร/คน/วัน
– ค่าประกันอุบัติเหตุ ในวงเงินประกันท่านละ 1,000,000 บาท, ค่ารักษาพยาบาล 1,500,000 บาท (ไม่คุ้มครองโรคประจำตัว)

**ปกติแล้วทัวร์ทั่วไปจะใช้ประกันของตัวแทนที่ยุโรป ซึ่งคุ้มครองแต่อุบัติเหตุ เป็นประกันกลุ่มแบบเหมาเป็นหมื่นหัว และเบี้ยประกันประมาณคนละ 50-60 บาท แต่ของยูนิตี้เรามีซื้อประกัน ALLIANZ  เพิ่มให้ลูกค้าทุกท่านอีก 1 ฉบับ เจ็บป่วยจากการเดินทางจากอุบัติเหตุหรือสาเหตุอื่น ถ้าเข้ารักษาตัวในโรงพยาบาลจะคุ้มครองได้มากกว่าทัวร์ทั่วไป ยกเว้นโรคประจำตัวหรือโรคร้ายแรงที่แพทย์วินิจฉัยว่าเป็นมาก่อนเดินทาง

อัตราค่าบริการไม่รวม
– ค่าใช้จ่ายส่วนตัว อาทิ ค่าซักรีด, ค่าโทรศัพท์, ค่าเครื่องดื่มพิเศษ, ค่าภาษีมูลค่าเพิ่ม
– ค่าทิปหัวหน้าทัวร์จากบริษัท
– ค่าใช้จ่ายอันเกิดจากการทำหนังสือเดินทางหายทุกกรณี

จองทัวร์ ดาวน์โหลด เพิ่มเติม
ค้นหาทัวร์