จอร์แดน

JORDAN

สายการบิน โรยัล จอร์แดนเนียล
7 วัน 4 คืน
23 กิโลกรัม
มาตรฐานยุโรป
4 ดาว หรือเทียบเท่า

 

อัมมาน (AMMAN)   เมืองหลวงที่มีประวัติศาสตร์ยาวนาม และความเป็นมากว่า 6,000 ปี ผสมผสานความลงตัวของอารยธรรมยุคเก่า และความทันสมัยของโลกปัจจุบันอย่างลงตัว
เพตรา (PETRA)   มหานครศิลาทรายสีชมพู หรือนครสีดอกกุหลาบที่ถูกลืมหายไปจากความทรงจำของผู้คน จนกระทั่งถูกค้นพบโดยนักล่าสมบัติชาวสวิส นายจอห์น ลุควิดซ์ เบอร์คฮาร์ดท์ ค้นพบและนำออกมาเล่าเรื่องราวกล่าวขานถึงความสวยงาม และความมหัศจรรย์ของมหานครแห่งนี้ จนถูกโหวตให้เป็น 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์แห่งโลกใหม่เมื่อ 7 กรกฎาคม ค.ศ. 2007
เดดซี  ทะเลในฝันของใครหลายคนที่ครั้งหนึ่งต้องการมาทดลองว่า “ลอยตัวได้จริง”
เจราช  ฉายา “เมืองพันเสา” อดีต 1 ใน 10 หัวเมืองเอกของอาณาจักรโรมัน ชมความสมบูรณ์แบบของศิลปกรรม และสถาปัตยกรรมที่ยังคงหลงเหลืออย่างสมบูรณ์แบบที่สุดในโลก นอกเหนือจากกรุงโรม ประเทศอิตาลี
มาดาบา เมืองแห่งโมเสค ชมโบสถ์เซนต์จอร์จ ที่บนพื้นโบสถ์มีภาพโมเสคสีชิ้นใหญ่แสดงถึงดินแดนศักดิ์สิทธิ์ต่างๆ
เมาท์ เนโบ ดินแดนศักดิ์สิทธิ์ที่ถูกเชื่อว่าโมเสส ผู้นำชาวยิวผู้ที่รับบัญญัติ 10 ประการจากพระเจ้า ได้เสียชีวิตลง ณ ที่แห่งนี้

 

วันแรก    กรุงเทพฯ
เวลา  21.00 น.  :  คณะพร้อมกันที่สนามบินสุวรรณภูมิ ทางเข้าประตู 8 เคาน์เตอร์ Q สายการบิน โรยัล จอร์แดนเนียล
พร้อมเจ้าหน้าที่คอยให้การต้อนรับ

 

วันที่สอง    กรุงเทพฯ – อัมมาน – มาดาบา –  เมาท์ เนโบ – เพตรา
เวลา  00.20 น.  :  ออกเดินทางสู่กรุงอัมมาน โดยเที่ยวบินที่ RJ 183
เวลา 
04.50 น.  :  ถึงสนามบินควีน อาเลีย (QUEEN ALIA) กรุงอัมมาน ประเทศจอร์แดน นำท่านผ่านพิธีตรวจคนเข้าเมืองและรับสัมภาระ จากนั้นนำท่านรับประทานอาหารเช้าภายในสนามบิน
จากนั้นออกเดินทางสู่เมืองมาดาบา (MADABA) หรือเมืองแห่งโมเสก เข้าชมโบสถ์กรีก – ออโธดอกซ์แห่งเซนต์จอร์จ (GREEK ORTHODOX CHURCH OF ANTIOCH) สร้างขึ้นช่วงระหว่างศตวรรษที่ 6 ในยุคของไบแซนไทน์ ชมภาพแผนที่ดินแดนศักดิ์สิทธิ์แห่งเยรูซาเลม ที่อยู่บนพื้นโบสถ์แห่งนี้ และถูกตกแต่งโดยโมเสกสีต่างๆ ประมาณ 2.3 ล้านชิ้นแสดงถึงพื้นที่ดินแดนศักดิ์สิทธิ์ต่างๆ ในแถบรอบทะเลเมดิเตอร์เรเนียน,  เยรูซาเลม, จอร์แดน, ทะเลเดดซี, อียิปต์ ฯลฯ 
แล้วนำท่านเดินทางชม เมาท์ เนโบ (MOUNT NEBO) ดินแดนศักดิ์สิทธิ์ที่ตั้งอยู่บนเขาซึ่งเชื่อกันว่าน่าจะเป็นบริเวณที่เสียชีวิตและฝังศพของโมเสส ผู้นำชาวยิวส์เดินทางจากอิยิปต์มายังเยรูซาเลม ชมโบสถ์แห่งเมาท์เนโบ สันนิษฐานว่าสร้างขึ้นในราวปี ค.ศ.  300 – 400 ในช่วงยุคไบแซนไทน์ เพื่อเป็นที่ระลึกถึงโมเสส  ภายในโบสถ์ประกอบไปด้วยภาพโมเสกสีบนพื้นโบสถ์อันล้ำค่ำ แสดงถึงภาพชีวิตสัมพันธ์ระหว่างคน, สัตว์ และธรรมชาติ, รูปคน ฯลฯ และยังมีแท่นพิธี ม้านั่ง ตามรูปแบบของศาสนาคริสต์ไว้ประกอบพิธีต่างๆและอนุญาตให้ใช้ในปัจจุบัน, รูปภาพและรายละเอียดต่างๆ แสดงถึงการบูรณะ โบสถ์, บ่อศีลจุ่ม ฯลฯ ในปี  ค.ศ. 2000 โป๊ป จอห์น ปอลที่ 2 เสด็จมาแสวงบุญที่นี่และได้ประกาศให้เป็นดินแดนศักดิ์สิทธิ์ ชมอนุสรณ์ไม้เท้าศักดิ์สิทธ์แห่งโมเสส ออกแบบเป็นลักษณะเป็นไม้เท้าในรูปแบบไม้กางเขน โดยอุทิศเป็นสัญลักษณ์ของโมเสส และพระเยซู  อิสระบันทึกภาพบริเวณจุดชมวิว โดยในวันที่ท้องฟ้าแจ่มใส ท่านสามารถมองเห็น แม่น้ำจอร์แดน, ทะเลเดดซี, เมืองเบธเลเฮม และประเทศอิสราเอล ได้จากจุดนี้อย่างชัดเจน
เที่ยง  :  รับประทานอาหาร ณ ภัตตาคาร  
บ่าย  :  นำท่านเดินทางสู่เพตรา (PETRA) เมืองที่ได้รับสมญานาม นครศิลาสีกุหลาบ (THE ROAD CITY) เนื่องจากอาคารบ้านเรือนนั้นแกะสลักบนหินที่มีสีส้มและแดง คำว่าเพตราในภาษากรีกหมายความว่า หิน  
ค่ำ  :  รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
นำท่านเข้าที่พักโรงแรม BUBBLE LOXOTEL PETRA หรือระดับเดียวกัน 2 คืน

โรงแรมหรูระดับ 5 ดาว ตั้งอยู่บนเทือกเขาที่ให้บรรยากาศโรแมนติคของทุ่งทะเลทราย โอบล้อมด้วยวิวทิวทัศน์อันงดงาม

 

 

 

 

วันที่สาม    เพตรา
เช้า  :  รับประทานอาหารในโรงแรม  
นำท่านชมเมืองเพตรา (ได้รับการประกาศให้เป็นมรดกโลกจากองค์การยูเนสโกปี ค.ศ. 1985 และ 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของแห่งโลกใหม่ จากการตัดสินโดยการโหวตจากบุคคลนับล้านทั่วโลกในวันมหัศจรรย์ 07/ 07/ 07) มหานครสีดอกกุหลาบที่ซ่อนตัวอยู่ในหุบเขาแห่งโมเสส (WADI MUSA) มีประวัติศาสตร์อันยาวนานหลายพันปีเคยเป็นถิ่นที่อยู่อาศัยทั้งชาวอีโดไมท์ จวบจนกระทั่งถึงยุครุ่งเรืองเฟื่องฟูในการเข้ามาครอบครองดินแดนของชาวอาหรับเผ่าเร่ร่อนนาบาเทียน ในช่วงระหว่าง 100 ปี ก่อนคริสตกาล  ปี ค.ศ. 100 และได้เข้ามาสร้างอาณาจักร, บ้านเมือง ฯลฯ จนกระทั่งในปี ค.ศ. 106 นครแห่งนี้ตกอยู่ภายใต้การปกครองของอาณาจักรโรมันที่นำโดยกษัตริย์ทราจัน และได้ผนึกเมืองแห่งนี้ให้เป็นหนึ่งในอาณาจักรโรมันแห่งแหลมอาระเบียตะวันออกนครเพตราถึงคราวล่มสลายเมื่อหมดยุคของอาณาจักรโรมันทำให้ชาวเมืองนั้นละทิ้งบ้านเมืองจากกันไปหมดทิ้งให้เมืองแห่งนี้รกร้างไปพร้อมกับการพังทลายของเมืองหลังจากเกิดแผ่นดินไหวหลายครั้งจนสูญหายนับพันปีจวบจนในปี ค.ศ. 1812 นักสำรวจเส้นทางชาวสวิส นาย โจฮันน์ ลุดวิก เบิร์ก ฮาดท์ได้ค้นพบนครศิลาแห่งนี้และนำไปเขียนในหนังสือชื่อ “TRAVEL   IN  SYRIA”  จนทำให้เริ่มเป็นที่รู้จักกันอย่างแพร่หลายจนถึงปัจจุบัน
นำท่านขี่ม้า (รวมอยู่ในค่าบริการแล้ว แต่ไม่รวมค่าขี่ลา, ขี่อูฐ, รถม้าลาก ฯลฯ สนในกรุณาติดต่อที่หัวหน้าทัวร์) ประมาณ 800 เมตร บนถนนทรายเพื่อตรงเข้าสู่หน้าเมือง พร้อมชมทัศนียภาพรอบข้างที่เป็นภูเขาทั้งสองฝั่งนำท่านเดินเท้าเข้าสู่ถนนเข้าเมือง  SIQ เส้นทางมหัศจรรย์กว่า 1.5 กิโลเมตร ที่เกิดจากการแยกตัวของเปลือกโลกและการซัดเซาะของน้ำเมื่อหลายล้านปีก่อน เดินชมความสวยงามของผาหินสีชมพูสูงชันทั้ง 2 ข้างคล้ายกับแคนยอนน้อยๆ และสิ่งก่อสร้าง รูปปั้นแกะสลัก ต่างๆ เช่น รูปปั้นเทพเจ้าต่างๆ, รูปกองคาราวานอูฐ, รูปชาวนาบาเทียน, ท่อส่งลำเลียงน้ำเข้าสู่เมือง ฯลฯ สุดปลายทางของช่องเขาพบกับความสวยงามของมหาวิหารศักดิ์สิทธิ์เอล – คาซเนท์ ( EL- KHAZNEH / TREASURY) สันนิษฐานว่าจะสร้างในราวศตวรรษที่1- 2 โดยผู้ปกครองเมืองในเวลานั้นเป็นวิหารที่แกะสลักโดยเจาะเข้าไปในภูเขาสีชมพูทั้งลูก มีความสูง 40 เมตร และมีความกว้าง 28 เมตร วิหารแห่งนี้ได้ถูกออกแบบโดยได้รับอิทธิพลศิลปะของหลายชาติเข้าด้วยกัน เช่น อิยิปต์, กรีก, นาบาเทียน ฯลฯ ภายในประกอบด้วย 3 ห้อง คือ ห้องโถงใหญ่ตรงกลาง และ ห้องเล็กทางด้านซ้ายและขวาเดิมทีถูกเชื่อว่าเป็นที่เก็บขุมทรัพย์สมบัติของฟาโรห์อิยิปต์  แต่ภายหลังได้มีการขุดพบทางเข้าหลุมฝังศพที่หน้าวิหารแห่งนี้ ทำให้นักประวัติศาสตร์และนักโบราณคดีได้ลงความเห็นตรงกันว่า น่าจะสร้างขึ้นเพื่อเป็นการเฉลิมฉลองให้กับผู้ปกครองเมือง, ใช้เป็นสถานที่ทำพิธีกรรมทางศาสนา และเป็นสุสานฝังศพของผู้ปกครองเมืองและเครือญาติ  เดินชมสุสานต่างๆ ของชาวนาบาเทียน, สุสานกษัตริย์ ฯลฯ  ชมโรงละครโรมัน (ROMAN THEATRE) ที่แกะสลักจากภูเขาโดยมีแนวราบที่นั่งเท่ากันและมีความสมดุลได้อย่างน่าทึ่ง สันนิษฐานเดิมทีสร้างโดยชาวนาบาเทียน ต่อมาในสมัยที่โรมันเข้ามาปกครอง ได้ต่อเติมและสร้างเพิ่มเติม มีที่นั่ง 32 แถว จุผู้ชมได้ประมาณ 3,000 คน อิสระในการเดินชมและถ่ายรูปภายในเมืองเพตร้า
เที่ยง  :  รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารพื้นเมือง  
บ่าย  :  นำท่านสำรวจถ้ำน้อยใหญ่ ที่มีสีสันสวยงามในนครเพตรา ชมสถาปัตยกรรมที่ แกะสลักเข้าไปในภูเขาหินจนได้รับการขนานนามว่า “ปราสาทแห่งฟาโรห์” จากนั้นนำท่านกลับโรงแรมที่พัก ให้ท่านได้พักผ่อนอิริยาบถ และรอชมความงามของพระอาทิตย์ยามตกดิน ซึ่งจุดที่ตั้งของโรงแรมได้ขึ้นชื่อว่าเป็นจุดที่มองเห็นความงามของพระอาทิตย์อัสดงที่สวยงามอีกจุดหนึ่ง
ค่ำ  :  รับประทานอาหารค่ำภายในโรงแรม

 

 

 

 

วันที่สี่    เพตรา – วาดิรัม – เดดซี
เช้า  :  รับประทานอาหารในโรงแรม  
นำท่านเดินทางสู่ทะเลทรายวาดิรัม (WADI RUM) ทะเลทรายแห่งนี้ในอดีตเป็นเส้นทางคาราวานจากประเทศซาอุฯ เดินทางไปยังประเทศซีเรียและปาเสลไตน์ ในศึกสงครามอาหรับรีโวลท์ระหว่างปี ค.ศ. 1916 – 1918 ณ แห่งนี้ได้ถูกใช้เป็นฐานบัญชาการในการรบของทีอี ลอว์เรนซ์ และเจ้าชายไฟซาล และต่อมายังได้ถูกใช้เป็นสถานที่จริงในการถ่ายทำภาพยนต์เรื่อง “LAWRENCE OF ARABIA” นำท่านนั่งรถโฟร์วีลเปิดหลังคาท่องทะเลทรายที่ถูกกล่าวขานว่าสวยงามที่สุดของโลกแห่งหนี่ง ด้วยเม็ดทรายละเอียดสีส้มอมแดงอันเงียบสงบที่กว้างใหญ่ไพศาล ชมน้ำพุแห่งลอว์เรนซ์ สถานที่ในอดีตนายลอว์เรนซ์ ทหารชาวอังกฤษใช้เป็นสถานที่พัก และคิดแผนการรบ ชมภาพเขียนแกะสลักก่อนประวัติศาสตร์ที่ภูเขาคาซารี เป็นภาพแกะสลักของชาวนาบาเทียนที่แสดงถึงเรื่องราวในชีวิตประจำวันต่างๆ และผ่านชมเต็นท์ชาวเบดูอินที่อาศัยอยู่ในทะเลทราย เลี้ยงแพะเป็นอาชีพ
เที่ยง  :  รับประทานอาหาร ณ ภัตตาคารภายในแค้มป์ กับบรรยากาศแบบแคมปิ้งท่ามกลางทะเลทราย
บ่าย  :  นำท่านเดินทางสู่ทะเลน้ำเค็ม เดดซี (DEAD SEA) หรือทะเลตายไร้ซึ่งสิ่งมีชีวิตและทะเลที่มีความเข้มข้นกว่าน้ำทะเลธรรมดาถึง 9 เท่าและต่ำกว่าระดับน้ำทะเลถึง 394 เมตร ซึ่งถือว่าต่ำที่สุดในโลก เดดซีตั้งอยู่ระหว่างจอร์แดนและอิสราเอล และเป็นเมืองตากอากาศที่สำคัญของประเทศ นำท่านเข้าที่พักโรงแรม HILTON DEAD SEA หรือระดับเดียวกัน
ค่ำ  :  รับประทานอาหารค่ำในโรงแรม

 

 

 

 

วันที่ห้า    เดดซี – มาอิน ฮอตสปริง – อัมมาน
เช้า  :  รับประทานอาหารเช้าในโรงแรม
อิสระพักผ่อนตามอัธยาศัย ให้ท่านได้สัมผัสกับบรรยากาศอันสวยงามของทะเลเดดซี ทะเลที่ถูกบันทึกลงในหนังสือกินเนสส์ ว่าเป็นจุดที่ต่ำที่สุดในโลก มีความต่ำกว่าระดับน้ำทะเลถึง 400 เมตร และ มีความเค็มที่สุดในโลก มากกว่า 10 เปอร์เซ็นต์ของน้ำทะเลทั่วไป ทำให้ไม่มีสิ่งมีชีวิตใดเลยอาศัยอยู่ได้ในท้องทะเลแห่งนี้  อิสระให้ท่านได้แช่ตัวสบายๆ ในน้ำทะเล ผ่อนคลายความเมื่อยล้าจากการเดินทาง และพิสูจน์ความจริงว่าท่านลอยตัวได้จริงหรือไม่ และกิจกรรมที่น่าสนใจคือการพอกโคลนทะเลเดดซี ซึ่งเป็นโคลนธรรมชาติเพื่อสุขภาพและความงาม ซึ่งอุดมไปด้วยแร่ธาตุเกิดจากหิมะละลายบนเทือกเขาสูงจากประเทศซีเรียและจอร์แดนที่พาเอาดินโคลนบริสุทธิ์จากเทือกเขาไหลมารวมกันที่ทะเลเดดซีนี้นับพันๆ ปี  จากนั้นนำท่านเช็คเอาท์ออกจากโรงแรมที่พัก นำท่านสู่มาอิน ฮอตสปริง (MA’IN HOT SPRING) บ่อน้ำแร่ร้อนที่โด่งดังของจอร์แดน มีประวัติเก่าแก่มาตั้งแต่สมัยโรมัน โดยทหารชาวโรมันได้ค้นพบที่แห่งนี้ และได้ใช้น้ำแร่ที่นี่ในการรักษาอาการบาดเจ็บจากการสู้รบและผ่อนคลายความเมื่อยล้า
เที่ยง  :  รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารภายในมาอิน ฮอตสปริง
บ่าย  :  อิสระให้ท่านได้ผ่อนคลายกับการแช่น้ำพุร้อน ซึ่งมีสระว่ายน้ำกลางแจ้งและสปาซึ่งตั้งอยู่ใต้น้ำตกน้ำพุร้อนที่ล้อมรอบด้วยเทือกเขา ได้เวลาสมควรนำท่านเดินทางสู่กรุงอัมมาน (AMMAN) ตั้งอยู่บนภูเขาทั้ง 7 ลูก และมีประวัติศาสตร์เก่าแก่ยาวนานกว่า 6,000 ปี 
ค่ำ  :  รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร / นำเข้าที่พักโรงแรม GRAND HYATT AMMAN หรือระดับเดียวกัน

 

 

 

 

วันที่หก    อัมมาน – อัจลุน – เจราช – อัมมาน  
เช้า  :  รับประทานอาหารเช้าในโรงแรม
นำท่านเดินทางสู่เมืองอัจลุน (AJLOUN) ที่ตั้งอยู่ทางตอนเหนือของอัมมาน นำท่านชมปราสาทอัจลุน  (AJLOUN CASTLE) หรือป้อมอัจลุนซึ่งเป็นป้อมของชาวมุสลิมที่มีความสำคัญในยุคทำสงครามครูเสด ที่สร้างขึ้นโดยนักรบมุสลิม มีประวัติการสร้างที่ใกล้เคียงกับปราสาทเครัดที่ถูกตีแตกไปก่อนหน้านี้ เนื่องจากปราสาทอัจลุนตั้งอยู่บนเนินเขาทำให้ศัตรูโจมตีได้ยาก ให้ท่านได้ชมความสวยงามของปราสาทแห่งนี้และชมทัศนียภาพของเมืองอัจลุนได้อีกด้วย
จากนั้นนำท่านชมเมืองเจราช (JERASH CITY) เมืองพันเสา หรือ  ปอมเปอีแห่งตะวันออก เป็นเมืองโบราณยุคกรีก – โรมัน ถูกสร้างขึ้นราว 200 ปีก่อนคริสตศักราชอดีตเคยเป็นหนึ่งในสิบของหัวเมืองเอกของอาณาจักรโรมัน สิ่งก่อสร้างต่างๆ ที่ยังหลงเหลืออยู่ยังคงมีกลิ่นไอของความเจริญรุ่งเรืองของอาณาจักรโรมันและมีความสมบูรณ์แบบที่สุดแห่งหนึ่ง นำท่านสู่ถนนคาร์โด หรือ ถนนโคลอนเนด ถนนสายหลักอันเก่าแก่แห่งเมืองนี้ ซึ่งบนถนนยังคงถูกจารึกไว้ด้วยร่องรอยของรถม้า ชมน้ำพุใจกลางเมือง (NYMPHAEUM) ซึ่งสร้างใน ปี ค.ศ. 191 เพื่ออุทิศแด่เทพธิดาแห่งขุนเขา ซึ่งเป็นที่นับถือของชาวเมืองแห่งนี้ จากนั้นนำท่านสู่โอวัล  พลาซ่า (OVAL PLAZA) สถานที่พบปะสังสรรค์ของชาวเมืองเจราช เป็นสถาปัตยกรรมที่ล้อมรอบด้วยเสาคอรินเทียมกว่า 160 ต้น เสาเหล่านี้ได้กลายเป็นจุดถ่ายรูปที่ได้รับความนิยมมาก แล้วชมซุ้มประตูกษัตริย์เฮเดรียน หรือประตูแห่งชัยชนะ ถูกสร้างขึ้น 129 ปี หลังคริสตกาล เปรียบเสมือนเครื่องหมายแห่งจักรพรรดิเฮเดรียน โดยประตูอยู่ทางทิศใต้ของเขตเมืองใหม่ ชมโรงละครโรมันโบราณ ที่จุผู้ชมได้ถึง 5,000 คน พบความมหัศจรรย์ของการคิดค้นการวางจุดให้เกิดเสียงสะท้อนได้ ด้วยการพูดเบาๆ เท่านั้น เสียงก็จะย้อนกลับมาเข้าหูเราอย่างเหลือเชื่อ แล้วชมวิหารอาร์ทีมิส (TEMPLE OF ARTEMIS) สิ่งก่อสร้างอันสวยงามและมีความสำคัญ ตกแต่งด้วยหินอ่อน เมื่อต้นศตวรรษที่ 12 เทวสถานอาร์ทีมิสก็ถูกเปลี่ยนเป็นป้อมสำหรับกองทหาร สมเด็จพระเจ้าบอลวินด์ที่ 2 แห่งเยรูซาเล็มยึดและเผาป้อมในปี ค.ศ. 1121-1122 ผนังภายในยังแสดงร่องรอยจากความเสียหายที่เกิดจากไฟไหม้
เที่ยง  :  รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
บ่าย  :  นำท่านกลับกรุงอัมมาน ในอดีตสมัยยุคการปกครองของจักรวรรดิโรมัน เมืองอัมมานเคยมีชื่อว่า ฟิลาเดลเฟีย และปัจจุบันกลายเป็นเมืองหลวงของประเทศจอร์แดน นำท่านขึ้นชมป้อมปราการแห่งกรุงอัมมาน (AMMAN CITADEL) อันเป็นศูนย์กลางดั้งเดิมและเป็นที่ตั้งของสถานที่ที่สำคัญของเมืองอัมมาน นำท่านเข้าชมพิพิธภัณฑ์โบราณคดี (THE JORDAN ARCHAEOLOGICAL MUSEUM) ด้านในจัดแสดงสิ่งประดิษฐ์ เครื่องมือเครื่องใช้ รูปปั้น เมื่อครั้งสมัยก่อนประวัติศาสตร์จนถึงศตวรรษที่ 15 ที่มีความสำคัญทางด้านโบราณคดีในประเทศจอร์แดนจัดแสดงไว้ที่นี่ ชมวิหารเฮอร์คิวลิส (TEMPLE OF HERCULES) หรือรู้จักกันในชื่อซากเสาหินแห่งเฮอร์คิวลิสตั้งอยู่บนทำเลที่สวยมากของเมืองอัมมาน สร้างขึ้นในสมัยโรมัน ลักษณะเป็นเสาหินโรมันขนาดใหญ่ที่ตั้งตระหง่าน อันเป็นเอกลักษณ์ของวิหารแห่งนี้ จากนั้นนำท่านเข้าชมโรงละครโรมัน (ROMAN THEATER) ที่มีความเก่าแก่สมัยโรมัน มีประวัติศาสตร์ยาวนาน สร้างในศตวรรษที่ 2 ลักษณะเป็นอัฒจรรย์ครึ่งวงกลมที่สามารถจุคนได้ถึง 6,000 คน ปัจจุบันเป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจของชาวอัมมาน   
ค่ำ  :  รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร / นำท่านเดินทางสู่สนามบิน

 

 

วันที่เจ็ด    อัมมาน  –  กรุงเทพฯ
เวลา  02.25 น.  :  ออกเดินทางกลับกรุงเทพ โดยสายเที่ยวบินที่ RJ 180
เวลา  15.25 น.  :  ถึงสนามบินสุวรรณภูมิ โดยสวัสดิภาพ ชั้น 2 ผู้โดยสารขาเข้า

 

 

 

 

**อุณหภูมิประมาณ 20 – 30 องศาเซลเซียส**

วันเดินทาง         20-26 ก.ย., 4-10, 11-17, 18-24, 25-31 ต.ค.

อัตราค่าบริการ  

รายการ

ก.ย. – ต.ค.

ผู้ใหญ่ พักห้องคู่ ราคาท่านละ              

95,000

เด็กอายุ 2-11 ปี พักกับผู้ใหญ่ (มีเตียงเสริม)  ราคาท่านละ  

81,000

เด็กอายุ 2-5 ปี พักกับผู้ใหญ่ (ไม่มีเตียงเสริม) ราคาท่านละ

78,000

พักเดี่ยวเพิ่มท่านละ  ราคาท่านละ          

15,000

อัตราค่าบริการนี้รวม

– ค่าตั๋วเครื่องบินไป – กลับเป็นหมู่คณะ                                    
– ค่าอาหารตามรายการ     
– ค่าโรงแรมที่พักตามรายการ และค่าขนกระเป๋าขึ้น – ลงท่านละ 1 ใบ         
– ค่าเข้าชมสถานที่ตามรายการ                 
– ค่าภาษีสนามบินตามรายการ                                              
– ค่ามัคคุเทศก์ชำนาญงานอำนวยความสะดวก 
– ค่ารถ – รับส่งและนำเที่ยวตามรายการ                                    
– ค่าธรรมเนียมวีซ่า        
– ค่าน้ำหนักกระเป๋าขึ้นเครื่องบิน 1 ใบไม่เกิน 23 กก.                      
– ค่าทิปคนขับรถ           
– น้ำดื่มท่านละ 1 ขวด/วัน (ยกเว้นวันสุดท้ายไปสนามบิน)
– ค่าประกันอุบัติเหตุ ในวงเงินประกันท่านละ 1,000,000 บาท, ค่ารักษาพยาบาล 1,500,000 บาท (ไม่คุ้มครองโรคประจำตัว)

**ปกติแล้วทัวร์ทั่วไปจะใช้ประกันของตัวแทนที่ยุโรป ซึ่งคุ้มครองแต่อุบัติเหตุ เป็นประกันกลุ่มแบบเหมาเป็นหมื่นหัว และเบี้ยประกันประมาณคนละ 50-60 บาท แต่ของยูนิตี้เรามีซื้อประกัน ALLIANZ  เพิ่มให้ลูกค้าทุกท่านอีก 1 ฉบับ เจ็บป่วยจากการเดินทางจากอุบัติเหตุหรือสาเหตุอื่น ถ้าเข้ารักษาตัวในโรงพยาบาลจะคุ้มครองได้มากกว่าทัวร์ทั่วไป ยกเว้นโรคประจำตัวหรือโรคร้ายแรงที่แพทย์วินิจฉัยว่าเป็นมาก่อนเดินทาง

อัตราค่าบริการไม่รวม 
– ค่าใช้จ่ายส่วนตัว อาทิ ค่าซักรีด ค่าเครื่องดื่มพิเศษ , ค่าภาษีมูลค่าเพิ่ม
– ค่าสัมภาระที่มีน้ำหนักเกิน 23 กก.
– ค่าทิปหัวหน้าทัวร์จากบริษัท
– ค่าใช้จ่ายอันเกิดจากการทำหนังสือเดินทางหายทุกกรณี

จองทัวร์ ดาวน์โหลด เพิ่มเติม
ค้นหาทัวร์