MYANMAR

THE UNTOLD

ก้าวผ่านมายาคติสู่โลกแห่งศรัทธา
“เพราะพม่าที่คุณจะรู้จัก อาจไม่ใช่แบบที่คุณนั้นเคยรู้”

แม้ใกล้│ชิด แต่ก็เหมือนจะไกลห่าง...

คำกล่าวนี้อาจไม่เกินจริงไปสักทีเดียวสำหรับ “เมียนมา” หรือ “พม่า” ชื่อที่เราคนไทยมักคุ้นกันเป็นอย่างดี ไม่ว่าจะเป็น…

  • ความใกล้ชิดทางประวัติศาสตร์ ที่มีอยู่ร่วมกันอย่างลึกซึ้ง และยาวนานนับหลายร้อยปี
  • ความใกล้ชิดทางภูมิประเทศ ด้วยการมีเส้นแบ่งเขตแดนกับไทยยาวมากที่สุด กว่า 2,401 กิโลเมตร
  • ความใกล้ชิดทางเศรษฐกิจและแรงงาน ที่ชาวพม่าเข้ามามีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมไทยในหลากหลายภาคส่วน
  • ความใกล้ชิดทางจิตวิญญาณ ที่ทั้งสองประเทศต่างนับถือพระพุทธศาสนาเป็นหลักแห่งชีวิต ไม่ต่างกัน

แต่กระนั้น… ความ “ใกล้ชิด” ที่กล่าวมา ก็อาจไม่ได้ทำให้เรา “ชิดใกล้” กันสักทีเดียว เพราะมันเหมือนมีม่านหมอกอะไรบางอย่างที่ปกคลุมทัศนวิสัย และขวางกั้นเราไว้อยู่ จนทำให้เราไม่อาจชิดใกล้กับพม่าได้อย่างแท้จริง… 

ม่านหมอกมายาคติที่ถูกสร้างจากอดีต

ต้องยอมรับว่าแม้เวลาจะล่วงเลยมานับหลายร้อยปีก็ยังมีคนหลายกลุ่มที่ยังคงมองพม่า คือ “ศัตรูคู่แค้น” ผู้ที่เข้ามาเผาทำลายกรุงศรีอยุธยา จนทำให้บ้านเมืองเราต้องล่มสลาย แต่สิ่งที่น้อยคนเหล่านั้นจะตระหนักถึง ก็คือ เรื่องราวเหล่านั้นเกิดขึ้นในยุคที่ยังไม่มีคำว่า “ไทย” และ “พม่า” ไม่มีคำว่าพรมแดน หรือรัฐชาติ มีเพียงแค่อาณาจักรที่แย่งชิงความเป็นใหญ่ เหมือนที่เกิดขึ้นทั่วทุกมุมโลกในยุคเดียวกัน…

แต่ขณะเดียวกันเรากลับหยิบยกเรื่องราวในอดีตมาเล่าในบริบทปัจจุบันผ่านสื่อกระแสหลัก ไม่ว่าจะเป็น สื่อการเรียนการสอน ตลอดจนละคร หรือบทภาพยนต์ ก็ตามที แต่อย่างไรก็ตามเรากลับไม่ได้สร้างวิธีการรับรู้ หรือแยกแยะให้มากพอ
สิ่งที่ควรจะหลงเหลืออยู่หลังจากรับสารนั้น… จึงไม่ใช่ “การตกตะกอนทางความคิด” ผ่านบทเรียนทางประวัติศาสตร์ แต่กลับเป็น “ความรู้สึกที่เต็มไปด้วยอคติ”… และนี่จึงเป็นเหมือนม่านหมอกแห่งมายาคติ ที่ขวางกั้นความเข้าใจของเราที่จะมีต่อพม่าในยุคปัจจุบัน 

จนเราอาจลืมไปว่าภาพเบื้องหลังเหล่านั้น มันยังมีผู้คนที่ยังคงดำเนินชีวิตอยู่ มีแม่ค้าที่ตื่นแต่เช้ามาขายของ มีเด็กๆ ที่กำลังเล่นสนุกโดยปราศจากโลกอินเตอร์เน็ต มีพระที่ออกมาบิณฑบาตยามรุ่งสาง และมีผู้คนอีกมากมายที่ยังศรัทธาในความดี ความงาม และศาสนา ซึ่งไม่ต่างจากเราเลย

ก้าวผ่านมายาคติสู่โลกแห่งศรัทธา

การเดินทางไปพม่าในครั้งนี้จึงไม่ใช่การเดินทางที่เราจะพกเลนส์ หรือมุมมอง “ความเป็นอริศัตรูหรือความกลัว” ที่เรามีต่อพม่า แต่สิ่งที่เราจะพกไป ก็คือ “การเปิดใจ” เพื่อให้ม่านหมอกที่เคยบดบังภาพ “พม่า” ค่อย ๆ ลดเลือน จางลงไป… แล้วเมื่อนั้นเราจะได้พบ “ความเป็นธรรม” ของพม่าอย่างแท้จริง

ซึ่งผู้ที่จะพาเราก้าวผ่านม่านหมอกแห่งมายาคตินี้ก็ไม่ใช่ใครอื่นแต่คือ
“คุณ นิรุตต์ โลหะรังสี” สุดยอดแฟนพันธุ์แท้ประวัติศาสตร์กรุงศรีอยุธยา 4 สมัยซ้อน ผู้ที่เข้าใจทั้ง “ความเป็นไทย” และ “ความเป็นพม่า” อย่างเป็นธรรม ที่จะไม่ได้พาเราไปแค่ดูสถานที่ แต่จะพาเรามองให้ลึกลงไปถึง “สิ่งที่ซ่อนตัวอยู่ระหว่างบรรทัดของประวัติศาสตร์”…

เพราะแท้จริงแล้ว
“ความงามที่คุณไม่เคยรู้ อาจ(ซ่อน)อยู่ใกล้ตัวกว่าที่คิด”

MYANMAR

THE UNTOLD

ก้าวผ่านมายาคติสู่โลกแห่งศรัทธา

“เพราะพม่าที่คุณจะรู้จัก อาจไม่ใช่แบบที่คุณนั้นเคยรู้”

แม้ใกล้│ชิด แต่ก็เหมือนจะไกลห่าง...

คำกล่าวนี้อาจไม่เกินจริงไปสักทีเดียวสำหรับ “เมียนมา” หรือ “พม่า” ชื่อที่เราคนไทยมักคุ้นกันเป็นอย่างดี ไม่ว่าจะเป็น…

  • ความใกล้ชิดทางประวัติศาสตร์ ที่มีอยู่ร่วมกันอย่างลึกซึ้ง และยาวนานนับหลายร้อยปี
  • ความใกล้ชิดทางภูมิประเทศ ด้วยการมีเส้นแบ่งเขตแดนกับไทยยาวมากที่สุด กว่า 2,401 กิโลเมตร
  • ความใกล้ชิดทางเศรษฐกิจและแรงงาน ที่ชาวพม่าเข้ามามีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมไทยในหลากหลายภาคส่วน
  • ความใกล้ชิดทางจิตวิญญาณ ที่ทั้งสองประเทศต่างนับถือพระพุทธศาสนาเป็นหลักแห่งชีวิต ไม่ต่างกัน

แต่กระนั้น… ความ ใกล้ชิด ที่กล่าวมา ก็อาจไม่ได้ทำให้เรา ชิดใกล้ กันสักทีเดียว เพราะมันเหมือนมีม่านหมอกอะไรบางอย่างที่ปกคลุมทัศนวิสัย และขวางกั้นเราไว้อยู่ จนทำให้เราไม่อาจชิดใกล้กับพม่าได้อย่างแท้จริง… 

ม่านหมอกมายาคติที่ถูกสร้างจากอดีต

ต้องยอมรับว่าแม้เวลาจะล่วงเลยมานับหลายร้อยปีก็ยังมีคนหลายกลุ่มที่ยังคงมองพม่า คือ “ศัตรูคู่แค้น” ผู้ที่เข้ามาเผาทำลายกรุงศรีอยุธยา จนทำให้บ้านเมืองเราต้องล่มสลาย แต่สิ่งที่น้อยคนเหล่านั้นจะตระหนักถึง ก็คือ เรื่องราวเหล่านั้นเกิดขึ้นในยุคที่ยังไม่มีคำว่า “ไทย” และ “พม่า” ไม่มีคำว่าพรมแดน หรือรัฐชาติ มีเพียงแค่อาณาจักรที่แย่งชิงความเป็นใหญ่ เหมือนที่เกิดขึ้นทั่วทุกมุมโลกในยุคเดียวกัน…

แต่ขณะเดียวกันเรากลับหยิบยกเรื่องราวในอดีตมาเล่าในบริบทปัจจุบันผ่านสื่อกระแสหลัก ไม่ว่าจะเป็น สื่อการเรียนการสอน ตลอดจนละคร หรือบทภาพยนต์ ก็ตามที แต่อย่างไรก็ตามเรากลับไม่ได้สร้างวิธีการรับรู้ หรือแยกแยะให้มากพอ
สิ่งที่ควรจะหลงเหลืออยู่หลังจากรับสารนั้น… จึงไม่ใช่ “การตกตะกอนทางความคิด” ผ่านบทเรียนทางประวัติศาสตร์ แต่กลับเป็น “ความรู้สึกที่เต็มไปด้วยอคติ”… และนี่จึงเป็นเหมือนม่านหมอกแห่งมายาคติ ที่ขวางกั้นความเข้าใจของเราที่จะมีต่อพม่าในยุคปัจจุบัน 

จนเราอาจลืมไปว่าภาพเบื้องหลังเหล่านั้น มันยังมีผู้คนที่ยังคงดำเนินชีวิตอยู่ มีแม่ค้าที่ตื่นแต่เช้ามาขายของ มีเด็กๆ ที่กำลังเล่นสนุกโดยปราศจากโลกอินเตอร์เน็ต มีพระที่ออกมาบิณฑบาตยามรุ่งสาง และมีผู้คนอีกมากมายที่ยังศรัทธาในความดี ความงาม และศาสนา ซึ่งไม่ต่างจากเราเลย

ก้าวผ่านมายาคติสู่โลกแห่งศรัทธา

การเดินทางไปพม่าในครั้งนี้จึงไม่ใช่การเดินทางที่เราจะพกเลนส์ หรือมุมมอง “ความเป็นอริศัตรูหรือความกลัว” ที่เรามีต่อพม่า แต่สิ่งที่เราจะพกไป ก็คือ “การเปิดใจ” เพื่อให้ม่านหมอกที่เคยบดบังภาพ “พม่า” ค่อย ๆ ลดเลือน จางลงไป… แล้วเมื่อนั้นเราจะได้พบ “ความเป็นธรรม” ของพม่าอย่างแท้จริง

ซึ่งผู้ที่จะพาเราก้าวผ่านม่านหมอกแห่งมายาคตินี้ก็ไม่ใช่ใครอื่นแต่คือ
คุณ นิรุตต์ โลหะรังสี สุดยอดแฟนพันธุ์แท้ประวัติศาสตร์กรุงศรีอยุธยา 4 สมัยซ้อน ผู้ที่เข้าใจทั้ง ความเป็นไทย และ ความเป็นพม่า อย่างเป็นธรรม ที่จะไม่ได้พาเราไปแค่ดูสถานที่ แต่จะพาเรามองให้ลึกลงไปถึงสิ่งที่ซ่อนตัวอยู่ระหว่างบรรทัดของประวัติศาสตร์“…

เพราะแท้จริงแล้ว 
ความงามที่คุณไม่เคยรู้ อาจ(ซ่อน)อยู่ใกล้ตัวกว่าที่คิด

Grand

FRANCE A

Normandy - Brittany - Loire
10 Days

Grand

FRANCE B

Italy - Monaco - France
11 Days

MYANMAR

THE UNTOLD

ก้าวผ่านมายาคติสู่โลกแห่งศรัทธา

“เพราะพม่าที่คุณจะรู้จัก
อาจไม่ใช่แบบที่คุณนั้นเคยรู้”

แม้ใกล้│ชิด แต่ก็เหมือนจะไกลห่าง...

คำกล่าวนี้อาจไม่เกินจริงไปสักทีเดียวสำหรับ “เมียนมา” หรือ “พม่า” ชื่อที่เราคนไทยมักคุ้นกันเป็นอย่างดี ไม่ว่าจะเป็น…

  • ความใกล้ชิดทางประวัติศาสตร์ ที่มีอยู่ร่วมกันอย่างลึกซึ้ง และยาวนานนับหลายร้อยปี
  • ความใกล้ชิดทางภูมิประเทศ ด้วยการมีเส้นแบ่งเขตแดนกับไทยยาวมากที่สุด กว่า 2,401 กิโลเมตร
  • ความใกล้ชิดทางเศรษฐกิจและแรงงาน ที่ชาวพม่าเข้ามามีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมไทยในหลากหลายภาคส่วน
  • ความใกล้ชิดทางจิตวิญญาณ ที่ทั้งสองประเทศต่างนับถือพระพุทธศาสนาเป็นหลักแห่งชีวิต ไม่ต่างกัน

แต่กระนั้น… ความ “ใกล้ชิด” ที่กล่าวมา ก็อาจไม่ได้ทำให้เรา “ชิดใกล้” กันสักทีเดียว เพราะมันเหมือนมีม่านหมอกอะไรบางอย่างที่ปกคลุมทัศนวิสัย และขวางกั้นเราไว้อยู่ จนทำให้เราไม่อาจชิดใกล้กับพม่าได้อย่างแท้จริง…

ม่านหมอกมายาคติ ที่ถูกสร้างจากอดีต

ต้องยอมรับว่าแม้เวลาจะล่วงเลยมานับหลายร้อยปีก็ยังมีคนหลายกลุ่มที่ยังคงมองพม่า คือ “ศัตรูคู่แค้น” ผู้ที่เข้ามาเผาทำลายกรุงศรีอยุธยา จนทำให้บ้านเมืองเราต้องล่มสลาย แต่สิ่งที่น้อยคนเหล่านั้นจะตระหนักถึง ก็คือ เรื่องราวเหล่านั้นเกิดขึ้นในยุคที่ยังไม่มีคำว่า “ไทย” และ “พม่า” ไม่มีคำว่าพรมแดน หรือรัฐชาติ มีเพียงแค่อาณาจักรที่แย่งชิงความเป็นใหญ่ เหมือนที่เกิดขึ้นทั่วทุกมุมโลกในยุคเดียวกัน…

แต่ขณะเดียวกันเรากลับหยิบยกเรื่องราวในอดีตมาเล่าในบริบทปัจจุบันผ่านสื่อกระแสหลัก ไม่ว่าจะเป็น สื่อการเรียนการสอน ตลอดจนละคร หรือบทภาพยนต์ ก็ตามที แต่อย่างไรก็ตามเรากลับไม่ได้สร้างวิธีการรับรู้ หรือแยกแยะให้มากพอ
สิ่งที่ควรจะหลงเหลืออยู่หลังจากรับสารนั้น… จึงไม่ใช่ “การตกตะกอนทางความคิด” ผ่านบทเรียนทางประวัติศาสตร์ แต่กลับเป็น “ความรู้สึกที่เต็มไปด้วยอคติ”… และนี่จึงเป็นเหมือนม่านหมอกแห่งมายาคติ ที่ขวางกั้นความเข้าใจของเราที่จะมีต่อพม่าในยุคปัจจุบัน

จนเราอาจลืมไปว่าภาพเบื้องหลังเหล่านั้น มันยังมีผู้คนที่ยังคงดำเนินชีวิตอยู่ มีแม่ค้าที่ตื่นแต่เช้ามาขายของ มีเด็กๆ ที่กำลังเล่นสนุกโดยปราศจากโลกอินเตอร์เน็ต มีพระที่ออกมาบิณฑบาตยามรุ่งสาง และมีผู้คนอีกมากมายที่ยังศรัทธาในความดี ความงาม และศาสนา ซึ่งไม่ต่างจากเราเลย

ก้าวผ่านมายาคติ สู่โลกแห่งศรัทธา

การเดินทางไปพม่าในครั้งนี้จึงไม่ใช่การเดินทางที่เราจะพกเลนส์ หรือมุมมอง “ความเป็นอริศัตรูหรือความกลัว” ที่เรามีต่อพม่า แต่สิ่งที่เราจะพกไป ก็คือ “การเปิดใจ” เพื่อให้ม่านหมอกที่เคยบดบังภาพ “พม่า” ค่อย ๆ ลดเลือน จางลงไป… แล้วเมื่อนั้นเราจะได้พบ “ความเป็นธรรม” ของพม่าอย่างแท้จริง

ซึ่งผู้ที่จะพาเราก้าวผ่านม่านหมอกแห่งมายาคตินี้ก็ไม่ใช่ใครอื่นแต่คือ
“คุณ นิรุตต์ โลหะรังสี” สุดยอดแฟนพันธุ์แท้ประวัติศาสตร์กรุงศรีอยุธยา 4 สมัยซ้อน ผู้ที่เข้าใจทั้ง “ความเป็นไทย” และ “ความเป็นพม่า” อย่างเป็นธรรม ที่จะไม่ได้พาเราไปแค่ดูสถานที่ แต่จะพาเรามองให้ลึกลงไปถึง “สิ่งที่ซ่อนตัวอยู่ระหว่างบรรทัดของประวัติศาสตร์”…

เพราะแท้จริงแล้ว
"ความงามที่คุณไม่เคยรู้
อาจ(ซ่อน)อยู่ใกล้ตัวกว่าที่คิด"

Test

Grand

MYANMAR

Yangon - Syriam -
Bago - Kyaikto
4 Days

Test

Grand

MYANMAR

Yangon - Syriam - Bago - Kyaikto
4 Days