สัมผัสแสงเหนือ และธรรมชาติที่ไม่เหมือนใครในไอซ์แลนด์
ที่รวมความมหัศจรรย์ของโลกไว้มากมาย ถือกำเนิดจากการปะทุของภูเขาไฟใต้พิภพมหาสมุทรแอตแลนติกแล้วดันสันเขาที่แบ่ง 2 ทวีป ยุโรป และอเมริกา จากใต้สมุทรขึ้นมาเป็นเกาะเมื่อ 20 ล้านปีก่อน
ถึงภูมิประเทศที่เกิดขึ้นจะอยู่ใกล้ขั้วโลกเหนือ และถูกปกคลุมไปด้วยน้ำแข็ง แต่ไอซ์แลนด์กลับมีสภาพอากาศ ไม่หนาวจัดจนเกินไป และยังอุ่นกว่าในแถบสแกนดิเนเวียด้วยซ้ำ เพราะกระแสน้ำอุ่น (Gulf stream) ที่ไหลวนรอบเกาะจากความร้อนใต้พิภพ
หนึ่งในสิ่งมหัศจรรย์ของไอซ์แลนด์ที่ดึงดูดนักเดินทางจากทั่วโลกคือ แสงเหนือ หรือ Aurora Borealis ปรากฏการณ์ธรรมชาติที่เกิดจากพายุสุริยะที่พุ่งเข้าสู่ชั้นบรรยากาศโลก ทำปฏิกิริยากับก๊าซต่างๆ และถูกดึงเข้าสู่ขั้วแม่เหล็กโลก จนก่อเกิดแสงสีเขียว ชมพู และม่วงระยิบระยับกลางท้องฟ้ายามค่ำคืน การชมแสงเหนือให้เห็นเต็มตายังต้องอาศัยหลายปัจจัย
ไม่ว่าจะเป็นช่วงเวลาที่มืดสนิท (ระหว่างเดือนกันยายนถึงเมษายน) ท้องฟ้าที่ปลอดโปร่ง และค่าดัชนีสนามแม่เหล็ก (KP Index) ที่ยิ่งสูงก็ยิ่งเห็นแสงได้ชัดเจนขึ้น แสงเหนือเปรียบดั่งสาวน้อยขี้อาย ไม่ปรากฏตัวง่ายๆ การรอคอยแสงเหนือจึงกลายเป็นเสน่ห์ในตัวเอง
เพื่อเติมเต็มช่วงเวลาระหว่างการรอแสงเหนือ นักเดินทางสามารถออกสำรวจธรรมชาติที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็น น้ำตก ขนาดมหึมา ธารน้ำแข็ง ที่ตระการตา หาดทรายดำ ที่แปลกตา หรือ ทุ่งลาวาสุดสายตา ที่ปกคลุมด้วยมอสเขียวขจี กิจกรรมอย่าง
ดินแดนแห่งหินที่มีชีวิต ไอซ์แลนด์ยังขึ้นชื่อเรื่องหินที่น่าทึ่ง ทั้ง หินลาวา หินบะซอลต์ และหินอัคนี ซึ่งธรรมชาติได้หล่อหลอมจนเกิดรูปร่างแปลกตา หินบางชนิด เช่น หินพัมมิช (Pumice) ถูกนำมาใช้ในวัฒนธรรมการดื่ม ด้วยคุณสมบัติในการรักษาความเย็น หินชนิดนี้จึงกลายเป็นที่มาของเครื่องดื่ม ในตำนานอย่าง “On the Rock”
มหัศจรรย์ที่ไม่เหมือนใคร
ที่รวมความมหัศจรรย์ของโลกไว้มากมาย ถือกำเนิดจากการปะทุของภูเขาไฟใต้พิภพมหาสมุทรแอตแลนติก แล้วดันสันเขาที่แบ่ง 2 ทวีป ยุโรป และอเมริกา จากใต้สมุทรขึ้นมาเป็นเกาะเมื่อ 20 ล้านปีก่อน
ไอซ์แลนด์เป็นมากกว่าดินแดนแห่งธรรมชาติ เพราะที่นี่คือการผสมผสานระหว่างความงดงามที่หาได้ยาก และปรากฏการณ์ที่ไม่อาจพบที่ไหนในโลก ด้วยเอกลักษณ์เฉพาะตัว ไอซ์แลนด์จึงเป็นสถานที่ที่ไม่เพียงแต่มหัศจรรย์ที่สุดแห่งหนึ่งของโลก แต่ยังเป็นประสบการณ์ที่ทุกคนควรสัมผัสสักครั้งในชีวิต