The river valley of

EGYPT

สู่สายธารที่ทำให้ทุกสิ่งดำรงอยู่เป็นนิรันดร์

ท่ามกลางผืนทะเลทรายที่ร้อนระอุ และกาลเวลาที่พัดผ่านกว่า 5,000 ปี

อะไรคือสิ่งที่ร้อยรัดอารยธรรมอันยิ่งใหญ่ที่สุดของโลกนี้ไว้ด้วยกัน? คำตอบนั้นอาจไม่ใช่ก้อนหินมหึมาของมหาพีระมิด ไม่ใช่ประกายทองคำในสุสานฟาโรห์ และไม่ใช่แม้แต่เวทมนตร์ลึกลับในคัมภีร์มรณะ หากแต่เป็น “สายน้ำ”… สายน้ำเดียวที่ไหลริน และหล่อเลี้ยงชีวิตมาตั้งแต่จุดเริ่มต้นของอารยธรรมอียิปต์ นั่นก็คือ “แม่น้ำไนล์”

ชาวอียิปต์โบราณเรียนรู้วัฏจักรของชีวิตผ่านสายน้ำ และดวงตะวัน พวกเขาเฝ้ามองแม่น้ำไนล์ที่เอ่อล้น และลดระดับลงทุกปี และเฝ้ามองดวงอาทิตย์ที่ “ลับขอบฟ้า” ทางทิศตะวันตก และ “โผล่ขึ้นใหม่” ทางทิศตะวันออกในทุกเช้า ภาพเหล่านี้ได้หล่อหลอมให้พวกเขามีความเชื่อที่ว่า “ความตายบนโลกนี้นั้นไม่ใช่ปลายทางสุดท้ายของเรื่องราว” หากแต่เป็นเพียงจุดเปลี่ยนหนึ่งเท่านั้นที่จะส่งต่อไปสู่ชีวิตใหม่ที่เป็นนิรันดร์

ความเชื่อเหล่านี้เองที่นำไปสู่เรื่องราวอันยิ่งใหญ่

ที่เนรมิตก้อนหินธรรมดาให้กลายเป็นมหาพีระมิด ให้หน้าผากลายเป็นมหาวิหาร และให้เรื่องราวความเชื่อกลายเป็นตำนาน พวกเขาสร้างทุกสิ่งนี้เพื่อเป็นเครื่องยืนยันว่า “ครั้งหนึ่ง ฉันเคยมีชีวิตอยู่ตรงนี้ และฉันจะคงอยู่ตลอดไป” ซึ่งมีคำกล่าวโบราณบทหนึ่งบอกว่า “การเอ่ยชื่อผู้ตาย คือการทำให้พวกเขากลับมามีชีวิตอีกครั้ง” และดูเหมือนว่า ณ ตอนนี้ พวกเขาจะทำสำเร็จแล้ว… เพราะตราบใดที่แม่น้ำไนล์ยังคงไหล และพวกเรายังเล่าขานเรื่องราวของพวกเขา… อารยธรรมความยิ่งใหญ่เหล่านี้ก็จะไม่ตายหายจากไปไหนเลย 

สำหรับผู้มาเยือนในปัจจุบัน

อียิปต์นั้นมีค่ามากกว่าแค่คำว่า “ประเทศแห่งประวัติศาสตร์” เพราะที่นี่สำหรับหลายคนแล้ว มันคือดินแดนแห่งความฝันที่ตกผลึกอยู่ในใจตั้งแต่เยาว์วัยว่า “สักครั้งหนึ่งในชีวิตที่ต้องมา” ซึ่งความรู้สึกเหล่านี้นั้นมันก็คงไม่ต่างอะไรจาก ฮาเวิร์ด คาร์เตอร์ (Howard Carter) ชายผู้เชื่อในความฝัน และยอมทุ่มเทเวลากว่า 10 ปี ในการสำรวจ และขุดค้นความลับของอียิปต์ ที่แม้หลายครั้งจะเผชิญกับความว่างเปล่า ทว่าในทุกเช้าที่เขาตื่น เขากลับตื่นมาด้วยหัวใจที่พองโต พร้อมกับคำถามซ้ำ ๆ ว่า “วันนี้ฉันจะเจออะไร” และในท้ายที่สุดเขาก็ได้ค้นพบเข้ากับสิ่งที่มีค่ามากกว่าทองคำ นั่นก็คือ “สุสานตุตันคาเมน” ที่สร้างคุณค่าอันยิ่งใหญ่ โดยเฉพาะการจุดประกายความฝันให้กับผู้คนนับล้านที่มีต่ออียิปต์ 

เพราะบางความฝัน…ถูกสร้างมาเพื่อคงอยู่ชั่วนิรันดร์

The river valley of

EGYPT

เรื่องราวแห่งชีวิตที่ไม่จบแค่ไนล์

แม้ใกล้│ชิด แต่ก็เหมือนจะไกลห่าง...

คำกล่าวนี้อาจไม่เกินจริงไปสักทีเดียวสำหรับ “เมียนมา” หรือ “พม่า” ชื่อที่เราคนไทยมักคุ้นกันเป็นอย่างดี ไม่ว่าจะเป็น…

  • ความใกล้ชิดทางประวัติศาสตร์ ที่มีอยู่ร่วมกันอย่างลึกซึ้ง และยาวนานนับหลายร้อยปี
  • ความใกล้ชิดทางภูมิประเทศ ด้วยการมีเส้นแบ่งเขตแดนกับไทยยาวมากที่สุด กว่า 2,401 กิโลเมตร
  • ความใกล้ชิดทางเศรษฐกิจและแรงงาน ที่ชาวพม่าเข้ามามีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมไทยในหลากหลายภาคส่วน
  • ความใกล้ชิดทางจิตวิญญาณ ที่ทั้งสองประเทศต่างนับถือพระพุทธศาสนาเป็นหลักแห่งชีวิต ไม่ต่างกัน

แต่กระนั้น… ความ ใกล้ชิด ที่กล่าวมา ก็อาจไม่ได้ทำให้เรา ชิดใกล้ กันสักทีเดียว เพราะมันเหมือนมีม่านหมอกอะไรบางอย่างที่ปกคลุมทัศนวิสัย และขวางกั้นเราไว้อยู่ จนทำให้เราไม่อาจชิดใกล้กับพม่าได้อย่างแท้จริง… 

ม่านหมอกมายาคติที่ถูกสร้างจากอดีต

ต้องยอมรับว่าแม้เวลาจะล่วงเลยมานับหลายร้อยปีก็ยังมีคนหลายกลุ่มที่ยังคงมองพม่า คือ “ศัตรูคู่แค้น” ผู้ที่เข้ามาเผาทำลายกรุงศรีอยุธยา จนทำให้บ้านเมืองเราต้องล่มสลาย แต่สิ่งที่น้อยคนเหล่านั้นจะตระหนักถึง ก็คือ เรื่องราวเหล่านั้นเกิดขึ้นในยุคที่ยังไม่มีคำว่า “ไทย” และ “พม่า” ไม่มีคำว่าพรมแดน หรือรัฐชาติ มีเพียงแค่อาณาจักรที่แย่งชิงความเป็นใหญ่ เหมือนที่เกิดขึ้นทั่วทุกมุมโลกในยุคเดียวกัน…

แต่ขณะเดียวกันเรากลับหยิบยกเรื่องราวในอดีตมาเล่าในบริบทปัจจุบันผ่านสื่อกระแสหลัก ไม่ว่าจะเป็น สื่อการเรียนการสอน ตลอดจนละคร หรือบทภาพยนต์ ก็ตามที แต่อย่างไรก็ตามเรากลับไม่ได้สร้างวิธีการรับรู้ หรือแยกแยะให้มากพอ
สิ่งที่ควรจะหลงเหลืออยู่หลังจากรับสารนั้น… จึงไม่ใช่ “การตกตะกอนทางความคิด” ผ่านบทเรียนทางประวัติศาสตร์ แต่กลับเป็น “ความรู้สึกที่เต็มไปด้วยอคติ”… และนี่จึงเป็นเหมือนม่านหมอกแห่งมายาคติ ที่ขวางกั้นความเข้าใจของเราที่จะมีต่อพม่าในยุคปัจจุบัน 

จนเราอาจลืมไปว่าภาพเบื้องหลังเหล่านั้น มันยังมีผู้คนที่ยังคงดำเนินชีวิตอยู่ มีแม่ค้าที่ตื่นแต่เช้ามาขายของ มีเด็กๆ ที่กำลังเล่นสนุกโดยปราศจากโลกอินเตอร์เน็ต มีพระที่ออกมาบิณฑบาตยามรุ่งสาง และมีผู้คนอีกมากมายที่ยังศรัทธาในความดี ความงาม และศาสนา ซึ่งไม่ต่างจากเราเลย

ก้าวผ่านมายาคติสู่โลกแห่งศรัทธา

การเดินทางไปพม่าในครั้งนี้จึงไม่ใช่การเดินทางที่เราจะพกเลนส์ หรือมุมมอง “ความเป็นอริศัตรูหรือความกลัว” ที่เรามีต่อพม่า แต่สิ่งที่เราจะพกไป ก็คือ “การเปิดใจ” เพื่อให้ม่านหมอกที่เคยบดบังภาพ “พม่า” ค่อย ๆ ลดเลือน จางลงไป… แล้วเมื่อนั้นเราจะได้พบ “ความเป็นธรรม” ของพม่าอย่างแท้จริง

ซึ่งผู้ที่จะพาเราก้าวผ่านม่านหมอกแห่งมายาคตินี้ก็ไม่ใช่ใครอื่นแต่คือ
คุณ นิรุตต์ โลหะรังสี สุดยอดแฟนพันธุ์แท้ประวัติศาสตร์กรุงศรีอยุธยา 4 สมัยซ้อน ผู้ที่เข้าใจทั้ง ความเป็นไทย และ ความเป็นพม่า อย่างเป็นธรรม ที่จะไม่ได้พาเราไปแค่ดูสถานที่ แต่จะพาเรามองให้ลึกลงไปถึงสิ่งที่ซ่อนตัวอยู่ระหว่างบรรทัดของประวัติศาสตร์“…

เพราะแท้จริงแล้ว 
ความงามที่คุณไม่เคยรู้ อาจ(ซ่อน)อยู่ใกล้ตัวกว่าที่คิด

Grand

EGYPT

Cairo - Aswan - Abu Simbel - Nile River Cruise - Kom Ombo - Edfu
- Luxor - Giza - Saqqara - Memphis - Alexandria
11 Days

Grand

FRANCE A

Normandy - Brittany - Loire
10 Days

Grand

FRANCE B

Italy - Monaco - France
11 Days

The river valley of

EGYPT

เรื่องราวแห่งชีวิตที่ไม่จบแค่ไนล์

แม้ใกล้│ชิด แต่ก็เหมือนจะไกลห่าง...

คำกล่าวนี้อาจไม่เกินจริงไปสักทีเดียวสำหรับ “เมียนมา” หรือ “พม่า” ชื่อที่เราคนไทยมักคุ้นกันเป็นอย่างดี ไม่ว่าจะเป็น…

  • ความใกล้ชิดทางประวัติศาสตร์ ที่มีอยู่ร่วมกันอย่างลึกซึ้ง และยาวนานนับหลายร้อยปี
  • ความใกล้ชิดทางภูมิประเทศ ด้วยการมีเส้นแบ่งเขตแดนกับไทยยาวมากที่สุด กว่า 2,401 กิโลเมตร
  • ความใกล้ชิดทางเศรษฐกิจและแรงงาน ที่ชาวพม่าเข้ามามีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมไทยในหลากหลายภาคส่วน
  • ความใกล้ชิดทางจิตวิญญาณ ที่ทั้งสองประเทศต่างนับถือพระพุทธศาสนาเป็นหลักแห่งชีวิต ไม่ต่างกัน

แต่กระนั้น… ความ “ใกล้ชิด” ที่กล่าวมา ก็อาจไม่ได้ทำให้เรา “ชิดใกล้” กันสักทีเดียว เพราะมันเหมือนมีม่านหมอกอะไรบางอย่างที่ปกคลุมทัศนวิสัย และขวางกั้นเราไว้อยู่ จนทำให้เราไม่อาจชิดใกล้กับพม่าได้อย่างแท้จริง…

ม่านหมอกมายาคติ ที่ถูกสร้างจากอดีต

ต้องยอมรับว่าแม้เวลาจะล่วงเลยมานับหลายร้อยปีก็ยังมีคนหลายกลุ่มที่ยังคงมองพม่า คือ “ศัตรูคู่แค้น” ผู้ที่เข้ามาเผาทำลายกรุงศรีอยุธยา จนทำให้บ้านเมืองเราต้องล่มสลาย แต่สิ่งที่น้อยคนเหล่านั้นจะตระหนักถึง ก็คือ เรื่องราวเหล่านั้นเกิดขึ้นในยุคที่ยังไม่มีคำว่า “ไทย” และ “พม่า” ไม่มีคำว่าพรมแดน หรือรัฐชาติ มีเพียงแค่อาณาจักรที่แย่งชิงความเป็นใหญ่ เหมือนที่เกิดขึ้นทั่วทุกมุมโลกในยุคเดียวกัน…

แต่ขณะเดียวกันเรากลับหยิบยกเรื่องราวในอดีตมาเล่าในบริบทปัจจุบันผ่านสื่อกระแสหลัก ไม่ว่าจะเป็น สื่อการเรียนการสอน ตลอดจนละคร หรือบทภาพยนต์ ก็ตามที แต่อย่างไรก็ตามเรากลับไม่ได้สร้างวิธีการรับรู้ หรือแยกแยะให้มากพอ
สิ่งที่ควรจะหลงเหลืออยู่หลังจากรับสารนั้น… จึงไม่ใช่ “การตกตะกอนทางความคิด” ผ่านบทเรียนทางประวัติศาสตร์ แต่กลับเป็น “ความรู้สึกที่เต็มไปด้วยอคติ”… และนี่จึงเป็นเหมือนม่านหมอกแห่งมายาคติ ที่ขวางกั้นความเข้าใจของเราที่จะมีต่อพม่าในยุคปัจจุบัน

จนเราอาจลืมไปว่าภาพเบื้องหลังเหล่านั้น มันยังมีผู้คนที่ยังคงดำเนินชีวิตอยู่ มีแม่ค้าที่ตื่นแต่เช้ามาขายของ มีเด็กๆ ที่กำลังเล่นสนุกโดยปราศจากโลกอินเตอร์เน็ต มีพระที่ออกมาบิณฑบาตยามรุ่งสาง และมีผู้คนอีกมากมายที่ยังศรัทธาในความดี ความงาม และศาสนา ซึ่งไม่ต่างจากเราเลย

ก้าวผ่านมายาคติ สู่โลกแห่งศรัทธา

การเดินทางไปพม่าในครั้งนี้จึงไม่ใช่การเดินทางที่เราจะพกเลนส์ หรือมุมมอง “ความเป็นอริศัตรูหรือความกลัว” ที่เรามีต่อพม่า แต่สิ่งที่เราจะพกไป ก็คือ “การเปิดใจ” เพื่อให้ม่านหมอกที่เคยบดบังภาพ “พม่า” ค่อย ๆ ลดเลือน จางลงไป… แล้วเมื่อนั้นเราจะได้พบ “ความเป็นธรรม” ของพม่าอย่างแท้จริง

ซึ่งผู้ที่จะพาเราก้าวผ่านม่านหมอกแห่งมายาคตินี้ก็ไม่ใช่ใครอื่นแต่คือ
“คุณ นิรุตต์ โลหะรังสี” สุดยอดแฟนพันธุ์แท้ประวัติศาสตร์กรุงศรีอยุธยา 4 สมัยซ้อน ผู้ที่เข้าใจทั้ง “ความเป็นไทย” และ “ความเป็นพม่า” อย่างเป็นธรรม ที่จะไม่ได้พาเราไปแค่ดูสถานที่ แต่จะพาเรามองให้ลึกลงไปถึง “สิ่งที่ซ่อนตัวอยู่ระหว่างบรรทัดของประวัติศาสตร์”…

เพราะแท้จริงแล้ว
"ความงามที่คุณไม่เคยรู้
อาจ(ซ่อน)อยู่ใกล้ตัวกว่าที่คิด"

Grand

EGYPT

Cairo - Aswan - Abu Simbel - Nile River Cruise - Kom Ombo - Edfu - Luxor - Giza - Saqqara - Memphis - Alexandria
11 Days

Grand

EGYPT

Cairo - Aswan - Abu Simbel - Nile River Cruise - Kom Ombo - Edfu
- Luxor - Giza - Saqqara - Memphis - Alexandria
11 Days

Grand

EGYPT

Lisbon - Evora - Faro - Albufeira - Benagil - Lagos - Sintra - Obidos - Nazare - Aveiro - Porto - Guimaraes - Braga - Coimbra - Fatima - Batalha
12 Days