รู้เรื่องทัวร์ (ก่อนจอง)

 

 

รู้เรื่องทัวร์ (ก่อนจอง)

ใกล้วันหยุดยาวช่วงปิดเทอม ลูกค้าเริ่มมองหาโปรแกรมเที่ยวที่ถูกใจ ในตลาดทัวร์มีบริษัททัวร์เป็นร้อยๆ บริษัทให้เลือก ราคาก็ต่างกันเยอะ คำถามยอดฮิตคือ ทำไมราคาต่างกันมาก ทัวร์คุณกับทัวร์นั้นต่างกันอย่างไร เนื่องจากฝ่ายขายต้องอธิบาย กระผมจึงขออนุญาตเขียนอธิบายแบบง่ายๆ ให้ท่านเข้าใจ ขอเรียนว่าเขียนแบบข้อมูลจริงๆ ไม่ได้มั่วข้อมูลขึ้นมาเอง ไม่ได้คิดจะแบ่งแยกชนชั้น หรือว่าใครสูงต่ำกว่ากัน หรือใส่ร้ายป้ายสีใคร แต่ราคาสินค้าเป็นตัวกำหนดคุณภาพและกลุ่มลูกค้าในตัวเอง เปรียบเทียบให้เห็นภาพง่ายๆ สำหรับการเดินทาง ท่านที่บินด้วยชั้นเฟิร์สคลาส หรือชั้นธุรกิจจะได้สิทธิ์ขึ้นเครื่องบิน-ออกจากเครื่องบินก่อน (คิวผ่านตรวจคนเข้า-ออกเมืองยังก่อนคนอื่นเลย) อาหารและเครื่องดื่มบนเครื่องก็ดีกว่ามาก ที่นั่งก็ปรับนอนได้ 180 องศา ไม่ใช่เพราะชั้นวรรณะแต่มันขึ้นอยู่กับราคาที่ท่านจ่าย มาว่ากันเป็นหัวข้อเลยนะครับ และขอเน้นที่การไปเที่ยวยุโรป

1. สายการบิน 1.1 หากเราใช้สายการบินตรงไปยุโรป จะใช้เวลาประมาณ 11-12 ชั่วโมง แล้วแต่เมืองที่จะไป นอกจากการบินไทย (TG) ที่บินตรงแล้วยังมีสายการบินของชาติที่เราจะไปปลายทางบินตรงอีก เช่น จะไปเมืองซูริค สวิตเซอร์แลนด์ มีสายการบินของสวิส (LX) ที่บินตรง จะไปกรุงเวียนนาของออสเตรีย มีสายการบินออสเตรียน แอร์ไลนส์ (OS) ที่บินตรง จะไปกรุงเฮลซิงกิของฟินแลนด์มีฟินน์แอร์ (AY) ที่บินตรง / การบินยาวรวดเดียวจะสบายกว่าเยอะเพราะได้หลับถึงยุโรป ในกรณีจะไปต่อเมืองอื่นก็เช่นกัน ไปต่อปลายทางจะดีกว่าเปลี่ยนเครื่องบินกลางทาง 1.2 ปัจจุบันมีสายการบินจากตะวันออกกลางเข้ามามากมายเพื่อเป็นตัวเลือกที่ดีโดยเฉพาะราคาถูกมาก แต่จะต้องไปเปลี่ยนเครื่องบินกลางทาง (ขาไปบิน 2 ครั้ง + ขากลับบิน 2 ครั้ง) ต้องใช้เวลาบิน+เวลารอต่อเครื่องอีก 2-4 ชั่วโมง รวมแล้ว 17-19 ชั่วโมงเป็นอย่างต่ำ (กรุงเทพฯ-ยุโรป / ขากลับก็ประมาณนี้) 1.2.1 กรุงเทพฯ-ตะวันออกกลาง 6 ชั่วโมงปลายๆ – 7 ชั่วโมงต้นๆ (การบินขึ้น-การลดระดับเพดานลงก็ต้องใช้เวลาเพิ่ม) ส่วนใหญ่สายการบินเหล่านี้จะออกจากกรุงเทพฯ ประมาณ 20.00-21.00 น. หรือ ตี 2 – ตี 3 1.2.2 ถึงตะวันออกกลาง (ตี 3 ตี 4 ไทย / หรือ 9 – 10 โมงไทย ถ้าออกจากไทยตี 2-3 ) ต้องลงมารอต่อเครื่องบินลำใหม่ ที่นั่งบนเครื่องบินเปลี่ยนใหม่ การต่อเครื่องบินหากมีเวลาน้อยกว่า 2 ชั่วโมงนี่ค่อนข้างหวาดเสียวเพราะถ้าดีเลย์ (DELAY) จากกรุงเทพฯ 1 ชั่วโมงกว่าๆ อาจตกเครื่องได้ หรือคนไม่ตกเครื่องแต่กระเป๋าใต้ท้องเครื่องขนย้ายไปไม่ทันตกค้างอยู่กลางทาง ฉะนั้นแบบอุ่นใจ 3-4 ชั่วโมงกำลังดี แต่ต้องไปนั่งสัปหงกที่สนามบินกลางทางกันหน่อย (5-6 ชั่วโมงก็มี) 1.2.3 บินจากตะวันออกกลาง-ถึงยุโรป ก็อีกประมาณ 7 ชั่วโมง – 8 ชั่วโมง 1.2.4 อาหารบนเครื่องตอนออกจากไทยเป็นจากครัวเมืองไทยรับประทานได้แน่นอน แต่อีก 3 เที่ยวบินขึ้นจากครัวแขกและครัวฝรั่งก็อาจลำบากหน่อย (สายการบินของชาติไหน ก็เน้นเมนูของชาตินั้น) 1.2.5 นอกจากบินตรง-บินแวะกลางทาง นโยบายการวางผังที่นั่งบนเครื่องบินถี่-ห่างมากน้อยแค่ไหนก็มีผลเพราะบางสายการบินที่นั่งอึดอัดมาก (แต่อยู่ในข้อกำหนดไม่ต่ำกว่ากี่เซนติเมตร) อย่างโบอิ้ง 777-300 ER การบินไทยวางที่นั่งตามขวาง 3-3-3 แต่บางสายการบินตะวันออกกลางวาง 3-4-3 อาหารและบริการก็เป็นตัวกำหนดราคาตั๋ว วงการสายการบินรู้กัน อาหารถาดบนเครื่องบินมีหลายราคา (แน่นอนว่าช่วงเทศกาล-นอกเทศกาลราคาตั๋วเครื่องบินต่างกันอยู่แล้ว)

2. โรงแรม 2.1 โรงแรมที่เลือกใช้มีตั้งแต่ 3-5 ดาว แล้วแต่งบประมาณของแต่ละบริษัททัวร์ ทั้งแบบโรงแรมของคนท้องถิ่น หรือแบบเป็นเชน หรือในเครือโรงแรมนานาชาติอย่าง HILTON, SHERATON (5 ดาวท้องถิ่นของหลายประเทศอาจเท่า 3-4 ดาวของเชนอินเตอร์) 2.2 ระดับดาวเท่ากันแต่อยู่ในเมือง-อยู่นอกเมือง ราคาก็ต่างกันมาก โดยเฉพาะในเมืองใหญ่อย่าง ปารีส, ลอนดอน โรงแรม 4 ดาวในเมืองอาจเท่าหรือแพงกว่า 5 ดาวนอกเมือง อีกหนึ่งเมืองที่ลูกค้าอยากจะไปนอนมากคือที่เมืองฮอลสตัท (HALLSTATT) ในออสเตรีย เมืองนี้มีโรงแรม 4 ดาว คือ HERITAGE HOTEL มีปัญหาคือโรงแรมนี้มี 3 ตึก รวมทุกตึกแล้วมีห้องเพียง 62-65 ห้อง (คือบางช่วงมีห้องชำรุด ใช้ไม่ได้บ้าง) ทางโรงแรมไม่รับประกันว่าจะได้ตึกเดียวกันทั้งกรุ๊ปหรือไม่ ไม่ว่าคุณจะร้องขอข้ามเดือนข้ามปีมาแล้วก็ตาม เพราะขึ้นอยู่กับว่าวันนั้นห้องไหนว่าง มี 1 ตึกอยู่ติดทะเลสาบเป็นตึกอำนวยการ ห้องอาหารเช้าอยู่ตึกนี้ (อีก 2 ตึกต้องเดินขึ้นเนินเขา ไม่มีโทรศัพท์ภายในและไม่มีห้องอาหารเช้า) *ทั้ง3 ตึกอยู่ห่างที่จอดรถบัสประมาณ 400 เมตร โรงแรมมีรถขนกระเป๋าคันเล็กเท่ารถแจ๊ซ 1 คัน ขนได้เฉพาะกระเป๋าเล็กเท่านั้น (แค่คิดว่าคณะ 20-30 ท่าน นอนคนละตึกก็สนุกแล้วครับ) 2.3 โรงแรมดี อาหารเช้าก็ดีไปด้วย (โดยส่วนใหญ่) แต่กรุณาอย่าเอาไปเปรียบเทียบกับอาหารเช้าในโรงแรมของไทย หรือในเอเชียที่มีหลากหลายให้เลือกทั้งแบบตะวันตกและแบบเอเชีย อาหารเช้าของโรงแรมในเอเชียกินขาดครับ 2.4 การเที่ยวทัวร์ที่ย้ายโรงแรมทุกวัน 6 คืน 7 คืน เป็นความทรมานอย่างหนึ่งโดยเฉพาะประเทศไม่ใหญ่อย่างสวิตเซอร์แลนด์ หากเป็นสเปน, อิตาลี, อังกฤษ, เยอรมัน, ฝรั่งเศส ก็พูดยากหน่อยเพราะประเทศเขาใหญ่ เมืองท่องเที่ยวบางแห่งไกลกันมาก การเดินทางไกลเป็นเรื่องจำเป็น ** ท่านเคยสังเกตอย่างหนึ่งมั๊ยครับ เวลาไกด์หรือหัวหน้าทัวร์เข้าไปเช็คอินห้องพักให้ท่าน ทำไมนานจัง? คือ  อย่างงี้ครับ ทัวร์ไทยนะส่วนใหญ่มากันเป็นครอบครัว 4-10 ท่าน บางที 10-14 ท่าน ต้องใช้ห้องพัก 2-7 ห้อง มีทั้งนอนคนเดียว (SGL), นอนห้องคู่ 2 เตียง (TWN), นอน 2 คน แต่ 1 เตียงใหญ่ (DBL), นอน 3 คน 3 เตียง (TRP) บางโรงแรมห้องเดี่ยวมันมีจำกัด หรือห้อง 3 เตียงมันมีแค่บางชั้น ไกด์หรือหัวหน้าทัวร์ต้องสลับสับเปลี่ยนให้ลูกค้า สลับบ้านนี้ไปกระทบบ้านโน้นจะขอเปลี่ยนห้องใหม่ โรงแรมก็เต็ม บางท่านอาจบอกว่าตอนจองห้องทำไมไม่บอกกับโรงแรมเขามาก่อน เราบอกครับแต่ไม่เคยได้ เพราะไม่ใช่มีแต่คณะเรา โรงแรมมีแขกอีกเป็นร้อย ** บริษัท ส่วนใหญ่ส่งขอมาก่อนทั้งนั้น แต่โรงแรมไม่เคยรับปากว่าจะได้ ทั้งนี้ต้องขึ้นอยู่ว่าวันที่เข้าพักมีห้องชั้นไหนว่างบ้าง และที่สำคัญโรงแรมใช้คอมพิวเตอร์ในการจัดห้องพัก เพียงแค่พนักงานคีย์ข้อมูลว่าต้องการห้องแบบไหนกี่ห้อง ระบบจะจัดห้องที่ว่างให้ พนักงานโรงแรมไม่เคยมาดูหรอกครับว่าบ้านนี้มี 2 ห้องติดกัน 1TWN + 1TRP  หรือบ้านนั้นใช้ 4 ห้อง 1SGL +2TWN+1TRP ต้องอยู่ติดกัน หน้าที่สลับห้องให้อยู่ใกล้กันจึงเป็นของหัวหน้าทัวร์ เป็นงานอีกอย่างที่หัวหน้าทัวร์ไม่ชอบเลย เพราะจะให้มันลงตัวทุกครอบครัวทุกโรงแรม หรือห้องติดกันทุกครอบครัวมันยาก ส่วนใหญ่จะถูกต่อว่าหรือถูกด่าเป็นประจำตอนแจกกุญแจห้อง (ทำใจ) **ขออนุญาตขยายความว่าห้องเดี่ยวในยุโรปส่วนใหญ่ อยู่ตามซอกหลืบมีเตียงเดียวจริงๆ ยูนิตี้ 2000 ทัวร์ เราจึงซื้อห้องพัก 2 คน มาใช้เป็นห้องนอนคนเดียว เพราะฉะนั้นราคาห้องเดี่ยวของเราจึงแพงกว่าทัวร์อื่น

3. อาหาร (ขอผ่านอาหารเช้าในโรงแรม เพราะโดนบังคับให้รวมในค่าห้องอยู่แล้วแต่ถ้าโรงแรม 3 ดาวส่วนใหญ่ไม่ค่อยดี โรงแรม 4 ดาวในอิตาลี,สวิส อาหารเช้ายังไม่ค่อยดีเลยครับ) เรื่องอาหารนี่ถ้าอธิบายละเอียดยาวมากจริงๆ ขอเรียนอธิบายอย่างย่อนะครับ คุณภาพอาหารไม่ว่าอาหารท้องถิ่น (อาหารพื้นเมือง) หรืออาหารแบบเอเชีย (จีน,ไทย) มันอยู่ที่ราคาที่ทัวร์นั้นๆ เลือกให้ลูกค้า จะบอกว่าอาหารท้องถิ่นแพงกว่าอาหารเอเชียคงไม่ได้ถ้าทัวร์นั้นจัดเมนูอาหารพื้นเมืองถูกๆ ให้ท่าน (บางบริษัท บอกอาหารพื้นเมือง 80% แต่ไม่บอกคุณภาพ) บางครั้งเราจัดอาหารฝรั่งสลับอาหารเอเชีย เพื่อดูแลลูกค้าที่ชอบและไม่ชอบอย่างใดอย่างหนึ่งเพื่อความยุติธรรม ก็จะถูกต่อว่าให้จัดอาหารฝรั่งเยอะๆ แต่บางเส้นทางเข้าเมืองที่หาร้านอาหารเอเชียยาก ก็จะถูกต่อว่า “ทำไมไม่จัดอาหารจีนบ้าง จะไม่ไหวแล้ว”

3.1 อาหารพื้นเมือง (อาหารฝรั่ง) ทัวร์ราคาถูกๆ เมนูอาหารพื้นเมืองประมาณท่านละ 12-14 ยูโร ทัวร์แบบดีขึ้นมาหน่อย เมนูพื้นเมืองประมาณท่านละ 15-18 ยูโร ** ขออนุญาตคุยว่าของยูนิตี้ 2000 ทัวร์ เฉลี่ยที่ 25-32 ยูโร และมีมื้อพิเศษ 40-50 ยูโร เช่น ที่อินเทอร์ลาเก้น,    ลูกาโน่, ปารีส, ลอนดอน, ปราค, เวียนนา, อัมสเตอร์ดัม, บรัสเซลล์ ฯลฯ 3.2 อาหารแบบเอเชีย จีน หรือไทย มีหลากหลายราคาจากการสอบถามกับตัวแทนในยุโรป (LANDS OPERATOR) และคุยกับร้านอาหาร ทัวร์แบบถูกๆ ร้านจีนจะอยู่ที่ 6-7 ยูโร เวลาเสิร์ฟ คนเสิร์ฟยังทำหน้าเหยียดๆ (220-280 บาท/หัว / อาหารทัวร์ในเมืองไทยถูกๆ ยังหัวละ 300-400 บาทเลย) (เราเป็นบริษัททัวร์ที่จองอาหารตรงกับร้านในยุโรปมากพอสมควร / การจองตรงเราออกแบบเมนูเองได้ดีกว่า) ทัวร์แบบดีขึ้นมาหน่อยประมาณ 10-13 ยูโร (380-500 บาท/หัว)

** ขออนุญาตเรียนว่าอาหารเอเชียของเราอยู่ที่ 18-28 ยูโร แล้วแต่เมือง (650-1,000 บาท/หัว) ** เคยเข้าไปคุยกับเจ้าของร้านอาหารจีนที่ทำเมนู 6-7 ยูโรเพื่อรับทัวร์ราคาถูกๆ ถามเจ้าของร้านว่าทำเมนูอะไรให้เขากินทำไมถูกจัง!! เขาบอกว่าตอนเช้าไปตลาดอันดับแรกเลือกผักที่ถูกที่สุดมา 3 อย่าง เช่น แตงกวา, กระหล่ำปลี, ผักกาดหรืออะไรอีก 1 อย่าง ผักพวกนี้กิโลกรัมละประมาณ 1 ยูโร แล้วเมนูจะออกมาประมาณนี้ 1.ซุป (อาจเป็นมะเขือเทศ-ไข่) หรือซุปผักต้ม 2.ผัดแตงกวากับไก่ 3.ผัดกระหล่ำปลีน้ำมันหอย 4.ผัดผักกาดกับอะไรอีกอย่าง 5.ไก่ผัดกังเปา (น้ำซ๊อสข้นๆ มีพริกหวาน+แตงกวา+แครอท+ไก่+ถั่วลิสง) **ไก่เป็นเนื้อสัตว์ที่ถูกสุดในยุโรป ตามด้วยปลา หมู เนื้อวัวแพงสุด / เมนูแบบคนเสิร์ฟยังมองแบบ “กินได้เนอะ” – เคยถามน้องที่เป็นหัวหน้าทัวร์พาทัวร์ถูกๆ ว่าเป็นไงบ้าง น้องบอกว่าไม่มีเงินสำรองถือไปจ่ายค่าอาหารเพิ่มหรอก ต้องย้ำร้านจีนว่าห้ามลงอาหารก่อนเด็ดขาด (เดี๋ยวลูกค้ากินกับเล่นหมด) ต้องลงข้าวเปล่าและรอให้ลูกค้าตักข้าวครบทุกคน และหัวหน้าทัวร์ลงน้ำพริกให้เรียบร้อยก่อน (เผื่อใครหิวมากกินข้าวกับน้ำพริกตัดกำลังก่อนเลย) จากนั้นถึงเอากับข้าวมาลงได้ (100% เรื่องจริงไม่แต่งเติม) -มีลูกค้าของเราเคยเล่าให้ฟังว่า เพื่อนชวนไปเที่ยวกับทัวร์ถูกๆ (เพื่อนมีเงินจำกัด) ความเกรงใจเพื่อนเลยไปด้วย ท่านกลับมาเล่าให้ฟังว่าเวลาลงร้านอาหารจีน ท่านทำใจพอสมควรกับเมนูแต่ปัญหาคือไม่เคยตักอาหารทัน จะสั่งอาหารเองทัวร์ก็ไม่มีเวลา เพราะรายการทัวร์แบบวิ่งสู้ฟัด ส่วนใหญ่ท่านกับลูกต้องไปหาซื้ออะไรรับประทานตอนไปเที่ยว หรือเวลาช้อปปิ้ง ส่วนในมื้ออาหารท้องถิ่นมีคนละจานไม่ต้องแย่งกัน คุณภาพเป็นแบบไหนอีกเรื่องนึง (บางครั้งราคาทัวร์ก็แยกกลุ่มลูกค้าได้/วิชาการตลาด ราคาจะกำหนดกลุ่มลูกค้าล่าง-บน)

**ใครๆ ก็เขียนบรรยายเมนูอาหารเลิศหรูได้ แต่ของจริงไปแล้วเจอก็อีกเรื่องนึงครับ **บางทัวร์จะปล่อยฟรี หารับประทานเองหลายๆ มื้อ (ไม่รวมในค่าทัวร์) เพราะราคาทัวร์จะดูไม่แพง แต่ค่าอาหารเวลาไปซื้อกินเองแพงมากๆ และเวลาไม่พอหรือพูดกับคนขายไม่รู้เรื่อง หรือรูปที่สั่งกับของจริงออกมาคนละเรื่อง

4. โปรแกรมทัวร์ รวมค่าเข้าชมหรือไม่ (ทัวร์น้อยวันเที่ยวเยอะๆ แบบวิ่งสู้ฟัด แต่โฆษณาบอกว่าชิลๆ /ลองเปิดแผนที่ดูก่อน) 4.1 ในยุโรปค่าเข้าชมส่วนใหญ่จะแพง 14-20 ยูโร และถ้าเป็นพิพิธภัณฑ์หรือวังต้องมีไกด์ท้องถิ่นนำบรรยาย ค่าไกด์ 200-300 ยูโร (1-2 ชั่วโมง) ไม่รวมทิปอีก 20-30 ยูโร แต่ข้อดีในยุโรปคือตามเมืองเก่า จัตุรัสกลางเมืองจะสวยงาม เดินเที่ยวถ่ายรูปได้ฟรีทั้งหน้าศาลาว่าการเมือง โบสถ์ประจำเมือง ฯลฯ ทัวร์ราคาถูกจะไม่เน้นการเข้าชมภายใน หรือสถานที่เสียเงินค่าเข้าชม เรียกว่าขี่ม้าชมเมือง เดี๋ยวนี้คำว่า UNSEEN ซึ่งส่วนใหญ่คนเขียนสร้างคำนี้มาเอง สถานที่แห่งนั้นหรือประเทศนั้นๆ เขาไม่ได้เป็นผู้เขียน UNSEEN หรือคำว่า “คนไทยไปน้อย” ที่เที่ยวสวยๆ ดีๆ คนไทยไปเยอะครับ ที่เที่ยวบางแห่งใครๆ ก็ไปน้อยครับเพราะมีที่อื่นน่าสนใจหรือคุ้มค่ากว่า ยกตัวอย่างเช่น ถ้าชาวต่างชาติมาเที่ยวกรุงเทพฯ ครั้งแรกก็ต้องไปวัดพระแก้ว พระบรมมหาราชวังก่อนเพราะเป็นไฮไลท์ จะบอกว่าไปวัดราชบพิธเถอะคนไปกันน้อย UNSEEN คนต่างชาติคงไม่ไป เหมือนเราไปปารีสครั้งแรก แวร์ซายส์, ลุฟว์ ต้องไปดูครับ / การขึ้นเขาไปเล่นหิมะที่สวิตเซอร์แลนด์ยอดเขาแต่ละแห่งราคาก็ต่างกัน 4.2 มีการนำรูปของฤดูกาลหนึ่งมาลงในการโฆษณาขายในอีกฤดูกาลหนึ่ง ซึ่งในยุโรปบางฤดูอย่างร้อนกับหนาวมันต่างกันลิบลับ หากเป็นไปได้ควรเช็คในเวปดูนะครับ ว่าฤดูที่ท่านไปสภาพอากาศเป็นเช่นไร อย่างทะเลสาบในสวิตเซอร์แลนด์ที่ชื่อว่า BLAUSEE ซึ่งคือทะเลสาบที่หน้าร้อนหรือฤดูที่มีแดดดี (มีนาคม-ตุลาคม / พฤศจิกายนยังพอได้) น้ำในทะเลสาบจะสะท้อนท้องฟ้าสีของทะเลสาบจะเป็นสีฟ้าสวย แต่ฤดูหนาว ธันวาคม-กุมภาพันธ์มีแต่หิมะขาวโพลนและแดดก็ไม่ค่อยมี ท่านคิดว่าทะเลสาบจะเป็นสีฟ้าหรือสีน้ำเงินตามที่เขาบอกหรือไม่ 4.3 นอกจากนี้ยังมีวาทะกรรมอีกเยอะที่มีการนำออกมาใช้โฆษณาอย่างเลือกโรงแรมที่มีไวไฟฟรี (WIFI) ต้องเรียนอธิบายว่าทุกโรงแรมมีไวไฟ หลายปีก่อนที่เริ่มมีไวไฟใช้โรงแรมในยุโรปส่วนใหญ่หารายได้จากการขายสัญญาณ ต่อมาก็เริ่มมีบริการให้ใช้ฟรี แต่เฉพาะที่ล๊อบบี้ของโรงแรม ปัจจุบันนี้เกือบทุกโรงแรมให้ใช้ได้ฟรี แม้กระทั่งในห้องพัก (ย้ำว่าบางโรงแรม) บางโรงแรมยังให้ฟรีแค่ที่ล๊อบบี้ หากทัวร์ไหนเขียนว่าเขาเลือกโรงแรมที่มีไวไฟฟรี ขอให้ท่านขอคำยืนยันเป็นลายลักษณ์อักษรว่าใช้ในห้องพักฟรีทุกโรงแรมด้วย มิฉะนั้นท่านจะถูกหลอกให้ใช้ฟรีเฉพาะที่ล็อบบี้ เพราะทุกโรงแรมให้ใช้ที่ล๊อบบี้ฟรีอยู่แล้ว (จริงๆ ปัจจุบันใช้ฟรีทั้งโรงแรมเกือบทั้งนั้น ที่ลงๆ ก็เพื่อหลอกคนไม่รู้) **โปรแกรมทัวร์ 10 วัน เขียนบรรยาย 9 หน้า – 10 หน้า อาจดูว่าชำนาญ แต่จริงๆ แล้วคนพวกนี้นั่งท่องอินเตอร์เน็ตเอามาเขียนให้เคลิ้มทั้งนั้น ผ่านตึกผ่านเสาสักต้นก็เขียนบรรยายแล้ว ยังมีพวกเอาโปรแกรมของหลายบริษัททัวร์มายำรวมกัน ทำเหมือนมีแต่ของดีๆ แต่จริงๆ คือมั่วมาก (เจอแบบนี้คือต้องระวังโอกาสโดนหลอกมีสูง) และพวกหาโปรแกรมฝรั่งมาลอก แต่สไตล์การเที่ยวบางอย่างฝรั่งกับไทยจะต่างกัน

5. รถบัสใหญ่ ในยุโรปรถบัสกลางกับรถบัสใหญ่ราคาแทบไม่ต่างกัน เพราะฉะนั้น 14-15 ท่าน ทุกทัวร์ใช้รถบัส 40-50 ที่นั่งทั้งนั้น (เขียนกันจนลูกค้าถามเราว่าของคุณใช้รถใหญ่หรือป่าว จนเราต้องเขียนบอกมั่ง) ทุกบริษัท ใช้รถบัสใหญ่ทั้งนั้น (และของยูนิตี้ 2000 ทัวร์ เรามีข้อกำหนดกับตัวแทนในยุโรปด้วยว่ารถต้องไม่เกิน 3 ปี ไม่เอารถเก่าๆ โทรมๆ)

6. น้ำดื่ม ในยุโรปส่วนใหญ่น้ำดื่มในซุปเปอร์มาเก็ตราคาประมาณ 70-80 เซนต์เป็นปกติ คนขับรถบางคนที่ขยันจะซื้อมาเป็นลังและขายแก่นักท่องเที่ยวขวดละ 1 ยูโร (ได้กำไรเล็กๆ น้อยๆ) ราคาขวดละประมาณ 1 ยูโร ไม่ถือว่าแพง ถือว่าปกติมาก ทัวร์ 10 วัน วันแรกจากไทยไม่ได้แจก วันมาขึ้นเครื่องกลับ (TG) ส่วนใหญ่หลังอาหารเช้าแล้วไปสนามบินไม่ได้แจก วันสุดท้ายถึงไทยไม่ได้แจก รวมแจกจริงๆ 7 วัน 7 ขวด 7 ยูโร (เต็มที่) 280 บาท ไม่ถือว่ามากมายอะไรเลยเมื่อเทียบกับค่าทัวร์ยุโรปแต่ก็เอามาอวด โปรดพิจารณาดูนะครับ (ยกเว้นที่ไอซ์แลนด์ และประเทศแถบสแกนดิเนเวียที่แพงขวดละประมาณ 2-3 ยูโร) เมื่อก่อนเราไม่รวมเพราะเกรงเพิ่มงานหัวหน้าทัวร์ซึ่งงานเยอะอยู่แล้ว  (เดี๋ยวนี้รวมแล้ว) 

การแข่งขันทางการค้ามีสูง ทุกบริษัทพยายามหาสิ่งดีๆ มานำเสนอลูกค้าแต่ก็มีบ้างที่ใช้ความกะล่อนหรือคำหวานมาหลอกล่อลูกค้าหรือบอกความจริงท่านในด้านเดียว หรือเอาเรื่องปกติมาคุยว่าของตัวเองพิเศษ เช่น รถบัสและแจกน้ำดื่ม การซื้อของราคาถูกถ้าได้ตามที่เขานำเสนอครบถ้วนถือว่าคุ้ม การซื้อของแพงถ้าได้ของดีถือว่าถูก ซื้อของถูกได้ของไม่ดีถือว่าแพง

บทความและการอธิบายอย่างย่อๆ นี้ ไม่ได้มีเจตนาแบ่งชั้นวรรณะ หรือว่าของถูกไม่ดีไปเสียหมด (แต่ละท่านมีงบไม่เท่ากัน มีเหตุผลไม่เหมือนกัน บางท่านมีงบจำกัด แต่อยากเห็นยุโรปสักครั้ง บางบ้านไปหลายคน แต่คนจ่ายมีคนเดียว) เป็นเพียงการตอบคำถามที่เรามักถูกถามบ่อยๆ และอยากให้ท่านเข้าใจ-ตามทันลูกเล่นคนทำทัวร์บ้าง จึงอยากเรียนท่านเป็นลายลักษณ์อักษร เพราะนอกเวลาทำการหรือวันหยุดท่านก็สามารถจะอ่านข้อมูลนี้เพื่อประโยชน์ในการตัดสินใจได้ง่ายขึ้น และเพื่อยืนยันว่าเป็นเรื่องจริง และอ้างอิงได้ จึงขออนุญาตลงชื่อผู้เขียนไว้ หากจะมีการโต้แย้งหรือฟ้องร้องจะได้ไม่ผิดตัว

 ขอแสดงความนับถือ (นายภมร  ภมรรัตนกุล)

 ป.ล. – ธันวาคม-กลางมีนาคม ปกติเขาไม่ข้ามไปเที่ยวเกาะคาปรี (อิตาลีใต้) เพราะคลื่นลมแรง โรงแรมปิดเกินครึ่ง และกลางมิถุนายน-สิงหาคม อิตาลีใต้ ร้อนมาก 40 องศาบวกลบ / เมษายน-กลางพฤษภาคม กระเช้าแถวโดโลไมท์ ปิดพักหลังฤดูสกี – คิววีซ่ามีจำกัดมากครับ โดยเฉพาะเทศกาลปีใหม่-ปิดเทอม–สงกรานต์ โปรดรีบจองเพื่อรีบยื่นวีซ่าแต่เนิ่นๆ – 35 ปีในวงการที่ผมเห็นมายังเหมือนเดิม อาจจะหลอกลูกค้าหนักกว่าเดิมด้วยซ้ำ ขนาดดารามาทำทัวร์ยังเจ๊งทุกคน – โปรแกรมทัวร์บางวันอาจเที่ยวเยอะ บางวันอาจเดินทางไกลบ้าง (เส้นทางบังคับ การทำทัวร์ไม่ใช่การแบ่งขนมจะได้แบ่งให้ทุกวันเที่ยวเท่าๆ กันได้) ตอนไปเที่ยวลูกค้าอาจบ่นว่าเที่ยวเยอะไป.. เหนื่อย.. แต่ตอนซื้อทัวร์ถ้าเราใส่น้อยกว่าบริษัทอื่น ลูกค้าก็ไม่ซื้อเพราะเปรียบเทียบกับบริษัทอื่นท่านก็บอกว่า “บริษัทอื่นเที่ยวมากกว่าของคุณ คุ้มกว่า “นี่ขนาดเราทำโปรแกรมแบบเป็นไปได้ที่สุดแล้ว” ก่อนไปอยากเที่ยวเยอะๆ ไม่อยากช้อปปิ้ง (เพราะยังไม่เห็นของ) ไปจริงๆ อยากอยู่ตรงนั้นตรงนี้นานๆ อยากช้อปปิ้ง อันนี้เรื่องจริงครับ (วันน้อยกว่าแต่เที่ยวเท่ากันหรือมากกว่าของยูนิตี้ ท่านคิดว่ามันใช่หรือไม่?) – เรียนแนะนำว่าหากท่านอยากเที่ยวแบบสบายๆ ควรทำเป็นคณะส่วนตัว 4-10 ท่านหรือมากกว่านี้ก็ได้ครับ เลือกโปรแกรมเอง (ปรึกษาและออกแบบกันได้) อาหารไปว่ากันว่าอยากทานอะไรในแต่ละวัน หรือจะจองก่อนก็ได้ เรามีแผนกกรุ๊ปเหมาดูแลและเป็นที่ปรึกษาท่าน แบบมีไกด์-ไม่มีไกด์ ทำได้ครับ (ยกเว้นช่วงสงกรานต์เพราะหัวหน้าทัวร์มีจำกัด หรือจะใช้แบบคนขับพูดอังกฤษและไม่เอาไกด์)

**ข่าวฝาก หากท่านมีโอกาสผ่านไปเชียงใหม่-เชียงราย มี 2 วัดที่รับเลี้ยงเด็กและให้การศึกษาแก่เด็กกำพร้าและเด็กยากจน เด็กด้อยโอกาสวัดละกว่า 1,000 คน ทางวัดต้องการรับบริจาคข้าวสาร อาหารสด อาหารแห้ง สบู่ ยาสีฟัน ผงซักฟอง เสื้อผ้า ฯลฯ หรือบริจาคช่วยค่าใช้จ่าย

วัดดอนจั่น 2 หมู่ 4 ต.ท่าศาลา อ.เมือง จ.เชียงใหม่ ชื่อบัญชี :  โครงการพัฒนาศึกษาเด็กด้อยโอกาส ธนาคาร : กรุงเทพ สาขาเมืองสมุทร เชียงใหม่ เลขที่ : 561-0-17722-1 โทรศัพท์ : 053-240184

วัดห้วยปลากั้ง ต.ริมกก อ.เมือง จ.เชียงราย ชื่อบัญชี :  พระอธิการพบโชค มาไพศาลกิจ ธนาคาร : กสิกรไทย สาขาห้าแยกพ่อขุนเม็งราย เลขที่ : 455-2-215600 โทรศัพท์ : 086-6200647

**เด็กมีกินและได้เรียนหนังสือจะได้เป็นอนาคตของชาติต่อไป หรืออย่างน้อยจะไม่ถูกชักจูงไปในทางไม่ดี หรือเกี่ยวข้องกับยาเสพติด เพราะเด็กส่วนใหญ่เป็นชาวเขาและคนจน” หลวงพ่อทั้ง 2 วัด เมตตาเล่าให้ฟัง