แกรนด์โครเอเชีย

GRAND CROATIA

ออสเตรียนแอร์ไลน์
10 วัน 7 คืน
23 กิโลกรัม
มาตราฐานยุโรป
4ดาว หรือเทียบเท่า

สายการบิน  :     ออสเตรียน แอร์ไลน์ กลุ่มสตาร์อัลไลแอนซ์ สะสมแต้มร่วมการบินไทยได้ (ยกเว้นบางกรุ๊ป)
โรงแรม :      มาตรฐานยุโรปทุกเมืองรับประกัน
อาหาร  :     เช้าแบบอเมริกัน กลางวัน-ค่ำ แบบยุโรปและเอเซีย เมนูเดอลักซ์ (อาหารพื้นเมืองส่วนใหญ่ในโครเอเชียเป็นอาหารทะเลสไตล์อิตาเลี่ยน ดี อร่อย หากจ่ายราคาสูงกว่าอาหารทัวร์ทั่วไป รับประกันคุณภาพ)
รถโค้ช :     มาตรฐานยุโรป 45-50 ที่นั่ง / ค่าทัวร์รวมทิปพนักงานขับรถแล้ว (2 ยูโร/คน/วัน)           
มัคคุเทศก์ :     ชำนาญเส้นทางแน่นอน
หมายเหตุ :
-โปรแกรมเขียนจากประสบการณ์ รับประกันความเนียน และไม่เหนื่อย / ต้นฉบับ
-สโลวีเนีย–โครเอเชีย–มอนเตเนโกร มีแต่ของที่ระลึก
-เวียนนามีของซื้อทุกอย่าง

 

วันแรก   กรุงเทพฯ เวียนนา (ออสเตรีย)
เวลา 21.00 น. :   พร้อมคณะที่สนามบินสุวรรณภูมิ (ทางเข้าประตู 4) เคาน์เตอร์ G สายการบินออสเตรียน แอร์ไลน์  
เวลา 23.45 น. :   ออกเดินทางสู่กรุงเวียนนา โดยเที่ยวบินที่ OS 026 (บินตรงประมาณ 10 ชม. เศษ)

 

 

วันที่สอง  เวียนนา กราซ – คลาเก้นเฟิร์ท        
เวลา 05.35 น. :    ถึงสนามบินกรุงเวียนนา (VIENNA) นครหลวงแสนสวยของออสเตรีย หลังพิธีการตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากรแล้ว เดินทางสู่โรงแรม NH AIRPORT เพื่อรับประทานอาหารเช้าแบบบุฟเฟ่ต์ จากนั้นนำท่านเดินทางสู่เมืองกราซ  (GRAZ / 2 ชม. 20 นาที) เมืองสวยของออสเตรีย ที่ได้รับการคัดเลือกให้เป็นเมืองหลวงแห่งศิลปวัฒนธรรมแห่งยุโรป และเป็นเมืองใหญ่อันดับ 2 ของประเทศ ในอดีตเมืองกราซเป็นเมืองหน้าด่านที่มีป้อมปราการอันแข็งแกร่งไว้ป้องกันการรุกรานจากพวกเติร์ก
เที่ยง :    รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
บ่าย  :   นำท่านชมเมืองกราซ เมืองศิลปวัฒนธรรมแห่งยุโรป (CULTURA CITY OF EUROPE)ที่มีการผสมผสานระหว่างความคลาสสิคของเมืองเก่าและทันสมัยของเมืองในศตวรรษที่ 20 ได้อย่างลงตัวที่สุด ผ่านชมโบสถ์ประจำเมือง แต่เดิมเคยเป็นคฤหาสน์ที่ใหญ่โตหรูหรา สร้างขึ้นในระหว่างปี ค.ศ. 1438-1464 โดยพระเจ้าฟรีดิชที่ 3 และต่อมาในปี ค.ศ. 1786 ได้ถวายให้เป็นโบสถ์สำหรับราชสำนัก ให้ท่านได้มีเวลาเดินเล่นในตัวเมืองน่ารักท่ามกลางบรรยากาศอันสวยงามกลางหุบเขา จากนั้นเดินทางสู่เมืองคลาเก้นเฟิร์ท (KLAGENFURT / 2 ชม.) เมืองหลวงแห่งรัฐคารินเทียร์ (CARINTHIA) ศูนย์กลางการท่องเที่ยว และอุตสาหกรรมขนาดกลางทางตอนใต้ของประเทศออสเตรีย ชมเมืองที่ตั้งอยู่บนฝั่งทะเลสาบวูร์ธเฮอซี (WORTHERSEE) ที่แวดล้อมไปด้วยทิวทัศน์ที่สวยงามของเทือกเขาแอลป์ที่ชื่อว่า KARAVANKE ได้รับฉายานามว่ากุหลาบแห่งทะเลสาบวูร์ธเฮอซี เมืองนี้เคยถูกไฟไหม้ครั้งใหญ่เมื่อปี ค.ศ. 1544  และถูกสร้างขึ้นใหม่โดยสถาปนิกชาวอิตาลี ดังนั้นลักษณะของเมืองจึงเป็นสไตล์   อิตาลีโดยทั่วไป
ค่ำ  :    รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารพื้นเมือง
นำท่านเข้าที่พักโรงแรม SANDWIRTH

 

 

 

 

 

วันที่สาม   คลาเก้นเฟิร์ท เบลด (สโลวีเนีย) – ลุบเบลียนา        
เช้า  :   รับประทานอาหารเช้าในโรงแรม
ออกเดินทางสู่เมืองเบลด (BLED / 40 นาที) ประเทศสโลวีเนีย (SLOVENIA) เมืองเล็กๆ ซึ่งเคยได้รับรางวัลชนะเลิศรีสอร์ทของโลก ตั้งอยู่ริมทะเลสาบเบลดที่งดงาม แวดล้อมด้วยธรรมชาติของขุนเขาแอลป์ที่เรียกว่า JULIAN ALPS  MOUNTAIN ถูกขนานนามว่าไข่มุกแห่งเทือกเขาแอลป์ นำท่านล่องเรือชมความงามของทะเลสาบเบลด ซึ่งโดดเด่นด้วยเกาะกลางทะเลสาบที่ล้อมรอบด้วยน้ำทะเลสีเขียวมรกต บนเกาะเป็นที่ตั้งของโบสถ์ประจำเมืองอันศักดิ์สิทธิ์ สร้างในศตวรรษที่ 11 เล่ากันว่าหากคู่สมรสคู่ใดได้มาโยกระฆังในโบสถ์จะมีชีวิตคู่ยืนยาว โดยเจ้าบ่าวจะต้องอุ้มเจ้าสาวขึ้นบันไดมาจากท่าเรือจนถึงประตูโบสถ์ เบลดเริ่มมีชื่อเสียงสำหรับนักท่องเที่ยวตั้งแต่ปี ค.ศ. 1885 เมื่อแพทย์ชาวสวิสชื่อ DR. ARNOLD RIVLI เห็นคุณค่าของอากาศที่แสนบริสุทธิ์ของเมืองนี้ ได้ย้ายมารักษาคนไข้ที่เมืองนี้และใช้ชีวิตอยู่ที่เมืองนี้เป็นเวลาถึง 50 ปี นอกจากนั้นจักรพรรดินโปเลียนแห่งฝรั่งเศสยังเคยใช้เป็นสถานที่พักผ่อน ริมทะเลสาบยังมีคฤหาสน์ของนายพลติโต อดีตผู้นำและผู้รวมชาติยูโกสลาเวีย ซึ่งใช้เป็นที่รับแขกบ้านแขกเมือง
 เที่ยง  :   รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารพื้นเมือง
บ่าย  :   นำท่านเดินทางสู่ถ้ำโพสทอยน่า (POSTOJNA CAVERNS) เป็นถ้ำที่สวยที่สุดในยุโรป มีอายุเก่าแก่กว่า 2 ล้านปี มีความยาวภายในถ้ำถึง 27 กิโลเมตร นำท่านเข้าชมภายในถ้ำโดยขบวนรถรางไฟฟ้า ผ่านลำธาร เขื่อนเก็บน้ำใต้ดินภายในถ้ำ ภายในถ้ำมีหินงอกหินย้อยหลากหลายแบบและสีสันสวยงามสุดพรรณนา มีห้องต่างๆ ภายในถ้ำมากมายลดหลั่นเป็นชั้นๆ ราวกับเนรมิต ชมความแปลกของปลามนุษย์ (HUMAN FISH) ในแต่ละปีจะมีนักท่องเที่ยวจากทุกมุมโลกมากกว่า 10 ล้านคนมาเยือนถ้ำแห่งนี้ นอกจากนั้น ยังมีสิ่งมีชีวิตแปลกๆ อีกหลายชนิดที่พบได้เฉพาะในถ้ำแห่งนี้ มีงานวิจัยที่พบว่ามีสัตว์ที่อาศัยอยู่ใต้ดินภายในถ้ำถึงกว่า 84 ชนิดสายพันธุ์ จากนั้นนำท่านเดินทางสู่เมืองลุบเบลียนา (LJUBIJANA / 40 นาที) เมืองหลวงของประเทศสโลวีเนีย **ภายในถ้ำอากาศเย็นมากๆ โปรดเตรียมเสื้อกันหนาว
ค่ำ  :    รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารแบบเอเชีย
นำท่านเข้าที่พักโรงแรม RADISSON BLU PLAZA หรือ GRAND UNION หรือระดับเดียวกัน

 

 

 

 

วันที่สี่    ลุบเบลียนา ซาเกรบ (โครเอเชีย)พลิทวิตเซ่
เช้า  :   รับประทานอาหารเช้าในโรงแรม
ชมเมืองลุบเบลียนา เมืองเล็กๆ แต่เปี่ยมไปด้วยบรรยากาศเรียบง่าย สงบเรียบร้อยและเป็นระเบียบ ชมอาคารบ้านเรือนในแบบสถาปัตยกรรมเก่าแก่ โรงละครโอเปร่า, โบสถ์ประจำเมือง, พิพิธภัณฑ์แห่งชาติ จากนั้นนำท่านเดินทางสู่กรุงซาเกรบ (ZAGREB / 2 ชม.) เมืองหลวงของประเทศโครเอเชีย ศูนย์กลางการปกครอง เศรษฐกิจ และวัฒนธรรมของประเทศ ตัวเมืองตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำ SAVA และไหล่เขา MEDVEDNICA 
เที่ยง  :   รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
บ่าย  :   นำท่านชมกรุงซาเกรบ ชมย่านเมืองเก่าซึ่งจัดแบ่งออกเป็น 2 เขต คือ  LOWER & UPPER TOWN อย่าง    ลงตัว ผ่านชมโรงละครแห่งชาติที่สร้างขึ้นในสไตล์นีโอบารอค มีลักษณะเป็นรูปตัว U และรายรอบไปด้วยสวนสาธารณะจนได้รับสมญานามว่า “THE GREEN HOUSE SHOE”  ผ่านชมอาคารรัฐสภา (SABOR) ที่บอกเล่าถึงความเป็นมาของคนชาติโครแอตที่แยกตัวเองจากยูโกสลาเวียในอดีต ชมมหาวิหารเซนต์สตีเฟ่น (CATHEDRAL OF ST.STEPHEN) สถาปัตยกรรมที่มีอายุเก่าแก่กว่า 800 ปี และปัจจุบันได้บูรณะปฏิสังขรณ์ในสไตล์นีโอ-โกธิค งดงามด้วยหอคอยแฝดปลายแหลมสีทองอร่าม ภายในประดิษฐานรูปนักบุญองค์สำคัญต่างๆ เช่น นักบุญเซนต์ ปีเตอร์, เซนต์ปอลล์ แล้วนำชมกำแพงหินโบราณยุคคริสต์ศตวรรษที่ 13 ที่สร้างรายล้อมเมืองเก่าที่คงความอัศจรรย์ของภาพพระแม่มารีที่ไม่ถูกเผาทำลายเมื่อไฟไหม้ครั้งใหญ่ในปี ค.ศ. 1731 ผ่านชมโบสถ์เซนต์มาร์ค (CHURCH OF ST. MARK) ที่โดดเด่นด้วยหลังคาที่มีการปูกระเบื้องเป็นสีแดงขาวลวดลายตราหมากรุกซึ่ง  เป็นสัญลักษณ์ของโครเอเชีย แล้วอิสระเดินเล่นชมเมือง หรือเลือกซื้อสินค้าและของที่ระลึกในย่านการค้า ออกเดินทางสู่เมืองพลิทวิตเซ่ (PLITVICE) แห่งแคว้น ISTRIA & KVARNER นำท่านเข้าสู่อุทยานแห่งชาติพลิทวิตเซ่ (PLITVICE LAKE NATIONAL PARK / 2 ชม.) หนึ่งในอุทยานแห่งชาติที่งดงามแห่งหนึ่งของยุโรป และยังได้รับการประกาศให้เป็นมรดกโลกทางธรรมชาติจากองค์การยูเนสโก (UNESCO) ในปี ค.ศ. 1979 ระหว่างทางหากมีเวลาเพียงพอแวะชมหมู่บ้านเก่าแก่แต่แสนสวย หมู่บ้าน RASTOKE ที่มีน้ำตกและลำธารรายล้อม (กลางเดือนตุลาคม-มีนาคม อาจจะมืดก่อน คงจะต้องผ่านไป) / นำท่านเข้าที่พักโรงแรม JEZERO หรือระดับเดียวกัน
ค่ำ  :   รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารพื้นเมือง

 

 

 

 

วันที่ห้า   พลิทวิตเซ่ โทรเจียร์ – สปลิท
เช้า  :   รับประทานอาหารเช้าที่โรงแรม
ชมความงามของอุทยานแห่งชาติพลิทวิทเซ่ ซึ่งมีพื้นที่ประมาณ 29,482 เฮคเตอร์ หรือประมาณ 295 ตารางกิโลเมตร โดย 223 ตารางกิโลเมตรเป็นพื้นที่ป่า พื้นน้ำครอบคลุมประมาณ 2.17 ตารางกิโลเมตร ประกอบไปด้วยทะเลสาบสีเทอร์คอยซ์ถึง 16 แห่งที่มีความงดงามแตกต่างกันไป ชมความงดงามของธรรมชาติภายในอุทยานแห่งชาติ ชมน้ำตก และทะเลสาบมากมายหลายแห่ง และยังอุดมไปด้วยพันธุ์ไม้นานาชนิดถึงประมาณ 1,146 สายพันธุ์ นำท่านสู่ LOWER LAKE โดยล่องเรือข้ามทะเลสาบ JEZERO KOZJAK ซึ่งเป็นทะเลสาบที่ใหญ่ที่สุดในอุทยานแห่งนี้ อีกทั้งยังเป็นทะเลสาบที่เชื่อมระหว่างอุทยานตอนล่างขึ้นสู่ทะเลสาบชั้นบนของอุทยาน LOWER & UPPER LAKE เพลิดเพลินกับธรรมชาติอันงดงามและอลังการของ LOWER LAKE ที่ประกอบด้วยทะเลสาบ MILANOVAC, GAVANOVAC และ KALUDEROVAC เป็นต้น นำท่านเดินชมทะเลสาบต่างๆ ตามทางเดินสะพานไม้ที่เชื่อมแต่ละทะเลสาบเข้าด้วยกัน แล้วเดินสู่ VELIKI SLIP ชมน้ำตกที่ใหญ่ที่สุดในอุทยานฯ มีความสูงถึง 70 เมตร 
เที่ยง :    รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารพื้นเมือง
บ่าย :  เดินทางสู่เมืองโทรเจียร์ (TROGIR / 3 ชม.) เกาะเล็กๆ ที่เป็นอู่อารยธรรมกรีกโบราณมาตั้งแต่ 380 ปี ก่อนคริสตกาล  ต่อมาถูกปกครองโดย TRAGURIUM และโรมัน มีการอนุรักษ์ความเป็นเมืองเก่า ไม่ว่าจะเป็นจัตุรัสกำแพงเมือง และป้อมปราการไว้เป็นอย่างดีจนได้รับการยกย่องจากองค์การยูเนสโก (UNESCO)  ให้เป็นมรดกโลกในปี ค.ศ. 1997 นำเดินชมภายในเขตเมืองเก่าที่เป็นสถาปัตยกรรมสไตล์กรีก-โรมันโบราณ เช่น ประตูเมือง (KOPNENA VRATA) ที่มีการบูรณะขึ้นใหม่ในคริสต์ศตวรรษที่ 16 หอนาฬิกา สมัยคริสต์ศตวรรษที่ 14 ชมมหาวิหารเซนต์ลอว์เรนซ์ (CATHEDRAL OF ST.LAWRENCE) ที่สร้างขึ้นในคริสต์ศตวรรษที่ 12 ในรูปแบบของศิลปะแบบโรมันเนสก์ โดยมีสิงโต, อดัม & อีฟ และรูปสลักนักบุญองค์สำคัญต่างๆ แล้วออกเดินทางสู่เมืองสปลิท  (SPLIT / 20 นาที) เมืองใหญ่อันดับ 2 รองจากซาเกรบ ซึ่งอยู่ในแคว้น DALMATIA ซึ่งเป็นต้นกำเนิดของสุนัขพันธุ์ดัลมาเชี่ยนที่โด่งดัง นำท่านเที่ยวชมตัวเมืองสปลิทที่สร้างรายล้อมพระราชวังดิโอคลีเธี่ยน ศาลาว่าการเมืองสไตล์เรเนซองส์ สมัยคริสต์ศตวรรษที่ 15 อาคารบ้านเรือนเก่าแก่ต่างๆ
ค่ำ  :   รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารพื้นเมือง
นำท่านเข้าที่พักโรงแรม LE MERIDIENT หรือ RADISSON BLU RESORT

 

 

 

 

วันที่หก   สปลิท ดูบรอฟนิค
เช้า  :    รับประทานอาหารเช้าในโรงแรม
นำเข้าชมพระราชวังดิโอคลีเธี่ยน (DIOCLETIAN PALACE) ที่ประทับของจักรพรรดิดิคลีโอเธี่ยนแห่งเมืองเวนิส ที่แผ่ขยายอาณาเขตจากเวนิสสู่เมืองสปลิทในยุคโรมันโบราณ ท่านจะได้พบเห็นสถาปัตยกรรมหรือลานกว้างที่มีเสาสไตล์โรมันเรียงราย ภายในพระราชวังประกอบไปด้วยทางเข้าหลัก หรือ GOLDEN GATE, มหาวิหารเทพเจ้าจูปิเตอร์, โบสถ์แห่ง    เทพวีนัส, วิหารดอมนิอุส (CATHEDRAL OF ST.DOMNIUS) ที่จัดเรียงรายกันอย่างลงตัว ชมย่าน PEOPLE SQUARE ศูนย์กลางทางธุรกิจ และการบริหาร จากเมื่อสมัยศตวรรษที่ 15 และสิ่งก่อสร้างที่มีชื่อเสียง เช่น รูปภาพแกะสลักสมัย VENETIAN-GOTHIC CAMBI PALACE และ RENAISSANCE TOWN HALL ที่สร้างขึ้นในศตวรรษ 15 เดินเล่นชมเมือง และช้อปปิ้ง
เที่ยง  :   รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารพื้นเมือง  
บ่าย  :  นำท่านเดินทางสู่เมืองมรดกโลกดูบรอฟนิค (DUBROVNIK / 3 ชม.       20 นาที) ตื่นตาตื่นใจกับบรรยากาศริมชายฝั่งทะเล ที่มีบ้านเรือนหลังคากระเบื้องสีแสด สลับตามแนวชายฝั่งเป็นระยะๆ ถึงเมืองดูบรอฟนิค นำท่านนั่งกระเช้าไฟฟ้าที่ได้รับการเปิดให้บริการหลังจากที่โดนทำลายลงไปในสงคราม YUGOSLAVIA WAR ในปี ค.ศ. 1991 ซึ่งท่านจะได้บันทึกภาพตัวเมืองเก่าจากจุดพาโนรามาได้ในแบบ POSTCARD VIEW อย่างที่ท่านใฝ่ฝันจะได้เห็น
ค่ำ  :   รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารพื้นเมือง
นำท่านเข้าที่พักโรงแรม PALACE หรือระดับเดียวกัน

 

 

 

 

 

 

วันที่เจ็ด   ดูบรอฟนิค แคฟทัท – โคทอร์ (มอนเตเนโกร) – บุดวา   
เช้า  :    รับประทานอาหารเช้าในโรงแรม
นำชมเมืองดูบรอฟนิค ซึ่งตั้งอยู่ตอนใต้ของประเทศ พรมแดนติดต่อกับประเทศบอสเนีย เฮอร์เซโกวีน่า เมืองที่สวยงามอันดับต้นๆ ของโลก แต่ถูกทำลายเสียหายไปมากจากทหารยูโกสลาฟ ปี ค.ศ. 1995 ยูเนสโกและสหภาพยุโรปได้ร่วมบูรณะซ่อมแซมเมืองขึ้นใหม่ในระยะเวลาอันสั้น ปัจจุบันกลับมาสวยงามอีกครั้ง และมีการส่งเสริมให้เป็นมรดกโลกอีกเมืองหนึ่ง เข้าชม THE CATHEDRAL TREASURY หนึ่งในโบสถ์เก่าแก่ที่เก็บสะสมโบราณวัตถุของพ่อค้าที่ล่องเรือไปค้าขายกับเมืองต่างๆ ในอดีต เข้าชม RECTOR’S PALACE ศูนย์กลางการบริหารเมืองดูบรอฟนิค ในอดีตที่ได้รับอิทธิพลจากสถาปัตยกรรมกรีก – โรมัน และต่อเนื่องมาถึงยุคสมัยของ   เวนิส มีเวลาให้ท่านเดินเล่นบนกำแพงเมือง จากนั้นให้ท่านเลือกซื้อของที่ระลึก อาทิ เสื้อยืด ผ้าลูกไม้ปัก จากตลาดนัดกลางเมือง
เวลา 11.00 น. :   นำท่านสู่เมืองแคฟทัท (CAVTAT / 1 ชม.) เพลิดเพลินกับความงดงามของท้องทะเลสีคราม ทัศนียภาพแสนงดงามของกำแพงเมืองและป้อมปราการริมทะเล เมืองน้อยน่ารักริมฝั่งทะเลที่มีประชากรเพียง 2,000 คน ซึ่งในอดีตเคยถูกปกครองโดยพวกโรมัน EPIDAURUM ก่อนที่จะถูกรุกรานและทำลายโดยพวก AVARS ใน      คริสศตวรรษที่ 7 ตามอัธยาศัยกับการเดินเล่นริมหาด หรือเลือกซื้อของที่ระลึก อาทิ เสื้อยืด ผ้าลูกไม้ปัก
เที่ยง  :    รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารพื้นเมือง
บ่าย  :   นำท่านเดินทางเลียบชายฝั่งทะเลของอ่าวโคทอร์ ประเทศมอนเตเนโกร ระหว่างทางท่านจะชื่นชมกับทัศนียภาพของภูเขาที่โอบล้อมผืนน้ำเอาไว้เหมือนเช่นฟยอร์ดในนอร์เวย์ ผ่านชมเมืองโคทอร์ (KOTOR) เมืองสำคัญทางการค้าทางทะเลของพวกเวเนเชียนสมัยก่อน ตัวเมืองล้อมรอบด้วยกำแพงที่มีความยาว 5 กิโลเมตร จากนั้นออกเดินทางเลียบชายหาดบุดวาริเวียร่า สู่เมืองบุดวา (BUDVA) เมือง   ตากอากาศที่มีชื่อเสียงที่สุดบนเขตชายฝั่งทะเลอาเดรียติค ที่มีการสร้างกำแพงเมืองล้อมรอบอย่างดี ตั้งแต่สมัยที่ชาวเวนิส มาปกครองเพื่อป้องกันการรุกรานจากจักรวรรดิออตโตมัน นำชมย่านเมืองเก่า (OLD TOWN) ซึ่งมีความสวยงาม เพราะสร้างโดยชาวเวนิส (VENETIANS) ซึ่งมาปกครองดินแดนแถบนี้ถึงเกือบ 400 ปี เมืองนี้ได้กลายเป็นเมืองท่องเที่ยวที่โด่งดังมาตั้งแต่ยุคยูโกสลาเวียจนกระทั่งปัจจุบัน มีชื่อเสียงในเรื่องชายหาดที่สวยงามเหมาะแก่การว่ายน้ำและอาบแดด โดยเฉพาะอย่างยิ่งความสนุกสนานครึกครื้นยามราตรีที่ไม่แพ้ที่ใด
ค่ำ  :   รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารพื้นเมือง
นำท่านเข้าที่พักโรงแรม SPLENDID

 

 

 

 

 

 

วันที่แปด  บุดวา – เวอร์ปาซาร์ – พอดโกริกา – เวียนนา (ออสเตรีย)
เช้า  :   รับประทานอาหารเช้าในโรงแรม
ออกเดินทางผ่านเมืองเวอร์ปาซาร์ (VIRPAZAR) ซึ่งเป็นอุทยานแห่งชาติของมอนเตเนโกร แวะบันทึกภาพความงามของทะเลสาบสกาดา (LAKE SKADA) ซึ่งเป็นทะเลสาบใหญ่ที่สุดบนคาบสมุทรบอลข่านและยังเป็นทะเลสาบกั้นพรมแดนระหว่างประเทศมอนเตเนโกรและประเทศแอลเบเนียอีกด้วย ซึ่งชื่อทะเลสาบสกาดา (LAKE  SKADA) ก็มาจากชื่อเมือง SHKODRA ทางตอนเหนือของประเทศแอลแบเนียนั่นเอง จากนั้นพาท่านเดินทางต่อสู่เมืองพอดโกริกา (PODGORICA) เมืองหลวงของประเทศมอนเตเนโกร นำท่านชมเมืองพอดโกริกา (PODGORICA ) เมืองหลวงและตั้งอยู่ตรงกลางของประเทศมอนเตเนโกร เมืองนี้ตั้งอยู่บนที่อุดมสมบูรณ์ เป็นที่บรรจบกันของแม่น้ำ Ribnica และ แม่น้ำ Moraca อีกทั้งยังเป็นที่บรรจบกันของที่ราบอุดมสมบูรณ์ Zeta และที่ราบ Bjelopavlici Valley  เมืองนี้เคยตกอยู่ในอำนาจของอาณาจักรออตโตมาน (ตุรกี) ซึ่งนั่นทำให้สามารถเห็นสถาปัตยกรรมที่ถือกำเนิดในยุคออตโตมานได้โดยทั่วไป
เที่ยง  :   รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารพื้นเมือง /  จากนั้นนำท่านสู่สนามบิน
เวลา 15.10 น. :   ออกเดินทางสู่กรุงเวียนนา โดยเที่ยวบินที่ OS 728
เวลา 16.40 น. :   ถึงสนามบินกรุงเวียนนา (VIENNA) นครหลวงของออสเตรีย หลังพิธีการตรวจคนเข้าเมืองแล้วเดินทางเข้าสู่ตัวเมืองเวียนนา
ค่ำ  :   รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารไทย / นำท่านเข้าที่พักโรงแรม HILTON หรือระดับเดียวกัน

** หมายเหตุ   เที่ยวบินเข้าเวียนนามีวันละเที่ยวเดียวเท่านั้น/ตลอดทางไม่มีอะไรช้อป การมาพักค้างคืนที่เวียนนาจึงน่าจะดีกว่า

 

วันที่เก้า   เวียนนา – กรุงเทพฯ
เช้า  :   รับประทานอาหารเช้าในโรงแรม
นำท่านชมความงามของสถาปัตยกรรมของอาคารต่างๆ รอบถนนวงแหวนอดีตกำแพงเมืองชั้นในของเวียนนาที่รายล้อมไปด้วยอาคารสำคัญๆ อาทิ  โรงละครโอเปร่า, พระราชวังหลวง, รัฐสภา, ศาลาว่าการเมือง ฯลฯ นำท่านเก็บภาพเป็นที่ระลึกกับอนุสาวรีย์ของท่านโจฮันส์ สเตร้าท์ จูเนียร์ บิดาแห่งเวียนนาวอลทซ์
เที่ยง  :   รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารแบบเอเชีย
บ่าย  :  นำท่านสู่ย่านการค้าใหญ่ของเวียนนาบนถนนคาร์ทเนอร์ (KARTNER STRASSE) ย่านช้อปปิ้งหลักของเวียนนา ซึ่งท่านสามารถใช้เวลาเดินชมสินค้านานาชนิด รวมทั้งสินค้าแบรนด์เนม แบบกระเป๋า LOUIS VUITTION, PRADA, CHANEL นาฬิกา ROLEX, PATEX PHILLIPE ฯลฯ หรือชมความงามของ    โบสถ์เซนต์ สตีเฟ่นในศิลปะแบบโกธิค ใจกลางเมืองหรืออาจใช้เวลาว่างทดลองชิมเวียนนาคอฟฟี่ที่ขึ้นชื่อ / นำท่านสู่สนามบิน
เวลา 20.15 น. :   ออกเดินทางกลับสู่กรุงเทพ โดยเที่ยวบินที่ OS  015
**คณะ 12-21 เม.ย. จะสลับโปรแกรมเช้ากับบ่าย

 

 

 

 

 

วันที่สิบ    กรุงเทพ
เวลา 11.15 น. :   ถึงสนามบินสุวรรณภูมิโดยสวัสดิภาพ (ชั้น 2 ผู้โดยสารขาเข้า)

 

 

 

 

** คณะที่เดินทางกลับวันอื่นที่ไม่ใช่คืนวันเสาร์จะเป็น OS 025 ออกจากเวียนนา 23.20 น. ถึงกรุงเทพฯ 14.20 น. (มีอาหารค่ำ)
** ตั๋วกรุ๊ปสะสมแต้มได้ 25-50% และบางกรุ๊ปสะสมไม่ได้

กำหนดการเดินทาง      15-24, 22-31 มี.ค. // 9-18, 12-21 เม.ย. // 26 เม.ย.-5 พ.ค.,  3-12, 10-19, 17-26 พ.ค.

หมายเหตุ        
-กลางมิถุนายน-ต้นกันยายน อากาศร้อนมาก
-ธันวาคม-กุมภาพันธ์ อากาศหนาว และพลิทวิตเซ่ปิด งดจัด
*บริษัทต้องกราบขออภัยท่านที่จะต้องแจ้งข้อมูลอย่างตรงไป-ตรงมาแก่ท่าน เพื่อความชัดเจนและถูกต้อง

อัตราค่าบริการ   **กรุณารีบจอง และส่งสำเนาพาสปอร์ต เพื่อจองคิววีซ่าเพราะคิวแน่นมาก **   

รายการ

มี.ค.

9/12 เม.ย.

26 เม.ย.-พ.ค.

ผู้ใหญ่ พักห้องคู่ ราคาท่านละ

103,000

116,000

112,000

เด็กอายุ 2-11 ปี  พักกับผู้ใหญ่ 2 ท่าน (มีเตียงเสริม) ราคาท่านละ  

92,000

103,000

100,000

เด็กอายุ 2-5 ปี  พักกับผู้ใหญ่ 2 ท่าน (ไม่มีเตียงเสริม) ราคาท่านละ 

88,000

98,000

94,000

พักห้องเดี่ยวเพิ่มท่านละ

18,000

20,000

22,000

*บางโรงแรมเท่านั้นที่มีห้อง 3 เตียง ส่วนใหญ่เป็นเตียงเสริม หากเป็นผู้ใหญ่ 3 ท่าน เรียนแนะนำว่าเปิด 2 ห้องจะสะดวกกว่า
** ตั๋วกรุ๊ปเมื่อออกตั๋วแล้วไม่สามารถเปลี่ยนได้ทุกกรณี

อัตราค่าบริการนี้รวม
– ค่าตั๋วเครื่องบินไป-กลับแบบหมู่คณะ                
– ค่าน้ำหนักกระเป๋าใบใหญ่ 1 ใบ ไม่เกิน 23 กก.
–  ค่าที่พักโรงแรมตามรายการ                       
– ค่าน้ำหนักกระเป๋าถือขึ้นเครื่องไม่เกิน 7 กก.
– ค่าเข้าชมสถานที่ตามรายการ                          
– ค่าอาหารตามรายการ                                 
– ค่ามัคคุเทศก์ชำนาญงานจากบริษัท                    
– ค่าภาษีสนามบินตามรายการ     
– ค่ารถรับ-ส่งตามรายการ                               
– ค่าธรรมเนียมวีซ่า                           
– ค่าทิปขนกระเป๋าขึ้น-ลงท่านละ 1 ใบ                            
ค่าทิปคนขับรถ 2 ยูโร/คน/วัน
– น้ำดื่มท่านละ 1 ขวด/วัน
– ค่าประกันอุบัติเหตุวงเงินท่านละ 1,000,000  บาท, ค่ารักษาพยาบาลวงเงิน 1,500,000 บาท (ไม่คุ้มครองโรคประจำตัว)

**ปกติแล้วทัวร์ทั่วไปจะใช้ประกันของตัวแทนที่ยุโรป ซึ่งคุ้มครองแต่อุบัติเหตุ เป็นประกันกลุ่มแบบเหมาเป็นหมื่นหัว และเบี้ยประกันประมาณคนละ 50-60 บาท แต่ของยูนิตี้เรามีซื้อประกัน ALLIANZ  เพิ่มให้ลูกค้าทุกท่านอีก 1 ฉบับ เจ็บป่วยจากการเดินทางจากอุบัติเหตุหรือสาเหตุอื่น ถ้าเข้ารักษาตัวในโรงพยาบาลจะคุ้มครองได้มากกว่าทัวร์ทั่วไป ยกเว้นโรคประจำตัวหรือโรคร้ายแรงที่แพทย์วินิจฉัยว่าเป็นมาก่อนเดินทาง
**ชั้นทัศนาจร กระเป๋าขึ้นเครื่องได้ 1 ใบ 23 กก.
**ชั้นธุรกิจ กระเป๋าขึ้นเครื่องได้ 2 ใบๆ ละ 32 กก.

อัตราค่าบริการไม่รวม
– ค่าใช้จ่ายส่วนตัว อาทิ ค่าซักรีด, ค่าโทรศัพท์,ค่าอาหาร-เครื่องดื่มพิเศษ,ค่าภาษีมูลค่าเพิ่ม
– ค่าทิปหัวหน้าทัวร์จากบริษัท
– ค่าสัมภาระที่มีน้ำหนักเกิน 23 กก.

จองทัวร์ ดาวน์โหลด เพิ่มเติม
ค้นหาทัวร์