.
 

เทศกาลคาร์นิวัล แกรนด์อเมริกาใต้

CARNIVAL IN SOUTH AMERICA

กาตาร์แอร์เวย์
25 กิโลกรัม
4ดาว หรือเทียบเท่า

 

ยูนิตี้ 2000 ทัวร์ ขอเสนอสุดยอดรายการท่องเที่ยวอเมริกาใต้ นำท่านสัมผัสความยิ่งใหญ่ของธรรมชาติ ความงดงามที่ยากจะหาสิ่งเปรียบเปรย ริโอ เดอ จาเนโร ประเทศบราซิล เมืองที่นักท่องเที่ยวอยากมาสัมผัสเสน่ห์ของชายหาดโคปาคาบานาที่โด่งดัง เจ้าของการเต้นรำในแบบฉบับของแซมบ้าที่เร่าร้อน ชมขบวนพาเหรดของเทศกาลคาร์นิวัลที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก  ชมวิวสวยของยอดเขาชูการ์โลฟ และยอดเขาคอร์โดวาโด ที่ตั้งรูปปั้นพระเยซู สัญลักษณ์ของริโอเดอจาเนโร เที่ยวเมืองฟอสโดอิกวาสุ ให้ท่านได้ตื่นตากับความยิ่งใหญ่ของน้ำตกอิกวาสุที่ยากจะหาน้ำตกใดมาเทียบ สัมผัสการนั่งเฮลิคอปเตอร์ชมน้ำตกทั้งฝั่งบราซิลและอาร์เจนตินาอย่างใกล้ชิด นั่งเรือเจ็ทมาคูคูล่องแม่น้ำอิกวาสุ ชมเขื่อนอิไตปู หนึ่งในงานวิศวกรรมที่ใหญ่ที่สุดในโลก กรุงลิม่า เมืองหลวงของประเทศเปรู คูซโก นครหลวงโบราณของ อินคา ซึ่งตั้งอยู่เหนือระดับน้ำทะเลถึง 3,400 เมตร     มาชูปิชู เที่ยวเมืองฮัวกากิน่า โอเอซิสกลางทะเลทราย ชมความแปลกที่ไม่น่าเชื่อว่าจะมีเมืองไปตั้งอยู่กลางทะเลทราย นครลี้ลับแห่งอินคาที่ซ่อนตัวอยู่บนภูเขา ผ่านกาลเวลามาหลายศตวรรษ เที่ยวเมืองซานติเอโก้ เมืองหลวงของประเทศชิลี สุดท้าย บัวโนสไอเรส เมืองหลวงของอาร์เจนติน่า เมืองที่อบอวลไปด้วยกลิ่นอายของวัฒนธรรมแบบยุโรป ถิ่นกำเนิดระบำแทงโก้ เอลคาลาฟาเต้ สัมผัสประสบการณ์ชมธารน้ำแข็งและนั่งรถโฟร์วีล

**เที่ยวครั้งเดียวครบ หมดข้อสงสัย ไม่ไปกันบ่อยๆ เพราะนั่งเครื่องบินนานมาก

 

วันแรก (พฤหัสบดีที่ 7 มี.ค. 62)         กรุงเทพฯ
เวลา 22.00 น. :    พร้อมคณะที่สนามบินสุวรรณภูมิ ทางเข้าประตู 9 เคาน์เตอร์ T สายการบินกาตาร์ แอร์เวยส์ 

วันที่สอง (ศุกร์ที่ 8 มี.ค. 62)   กรุงเทพฯ โดฮา – เซา เปาโล
เวลา 01.20 น. :    ออกเดินทางสู่นครโดฮา โดยเที่ยวบินที่ QR 837
เวลา 05.00 น. :   ถึงสนามบินโดฮาร์ ประเทศกาตาร์ พักรอเปลี่ยนเที่ยวบินแป๊ปเดียว
เวลา 07.20 น. :  ออกเดินทางสู่เซา เปาโล ประเทศบราซิล โดยเที่ยวบินที่ QR 773
—— บินข้ามเส้นแบ่งเวลาสากล ——
เวลา 17.20 น. :    ถึงสนามบินเซาเปาโล (SAO PAOLO) เมืองศูนย์รวมธุรกิจที่ใหญ่ที่สุดในทวีปอเมริกาใต้ นำท่านเข้าที่พักโรงแรม MARRIOT SAOPAOLO AIRPORT HOTEL หรือเทียบเท่า
ค่ำ  :    รับประทานอาหารค่ำในโรงแรม
หมายเหตุ    การบินผ่านยุโรปจะใช้เวลา 11+12 ชม. ไม่รวมเปลี่ยนเครื่อง แล้วบินอีก 13-14 ชม.

 

 

 

 

วันที่สาม (เสาร์ที่ 9 มี.ค. 62)  เซา เปาโล -ริโอเดอจาเนโร – เทศกาลคาร์นิวัล
เช้า  :    รับประทานอาหารเช้า แบบ Early Box breakfast เพื่อความสะดวก
เวลา 07.45 น. :   ออกเดินทางสู่ริโอ เดอ จาเนโร โดยสายการบิน LATAM AIRLINES เที่ยวบินที่ LA 4508
เวลา 08.40 น. :   ถึงสนามบินริโอเดอจาเนโร (RIO DE JANEIRO) ประเทศบราซิล เมืองที่เต็มไปด้วยเสน่ห์หลากหลายที่น่าสนใจ หลังขั้นตอนพิธีศุลกาการ นำท่านนั่งกระเช้าสู่ยอดเขาชูการ์โลฟ (SUGAR LOAF MOUNTAIN) ตั้งอยู่บนปลายแหลมที่ยื่นออกไปในทะเลแห่งอ่าวกัวนาบาร่า และยังตั้งโดดเด่นคู่กับภูเขาคอร์โควาโด เพื่อชมทิวทัศน์และภาพอันงดงามของเมืองริโอ
เที่ยง  :   รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
บ่าย :   นำท่านนั่งรถไฟไต่เขาขึ้นสู่ยอดเขาคอร์โควาโด (CORCOVADO MOUNTAIN) บนความสูง 710 เมตร อันเป็นที่ตั้งของรูปปั้นพระเยซู CHRIST THE REDEEMER ซึ่งถือว่าเป็นสัญลักษณ์ของเมือง และยังเป็นจุดชมวิวที่สวยงามที่สุดของเมืองอีกด้วย และเมื่อวันที่ 7 ก.ค. 2007 (07/07/07) ได้รับการโหวตให้เป็น 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลกใหม่ (การขึ้นยอดเขาคอร์โควาโด ขึ้นอยู่กับสภาพอากาศ) จากนั้นนำท่านผ่านชมฟลาเมนโกพาร์ค สะพาน NETEROI ก่อนลัดเลาะไปตามชายฝั่งทะเล ผ่านชายหาดที่มีชื่อเสียงก้องโลก จนถึงหาดโคปาคาบาน่าที่มีความยาวกว่า 4 กิโลเมตร และเป็นสถานที่หนึ่งซึ่งชาวบราซิล  ถือเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตที่ขาดเสียมิได้ นำท่านสัมผัสกับกิจกรรมมากมายหลากสีสันอันเป็นเสน่ห์ของชายหาด เช่น BEACH VALLEY BALL, SOCCER BEACH ที่หนุ่มสาวชาวบราซิลเลียน และ นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่พา กันมาอาบแดดในชุดว่ายน้ำสุดเซ็กซี่ และพากันเต้นระบำโยกย้ายในจังหวะแซมบ้า ซึ่งถือว่าเป็นจิตวิญญาณของชาวบราซิลเลียนที่สามารถพบเห็นได้ทั่วไปตามชายหาด นำท่านเข้าสู่โรงแรมที่พัก MIRAMAR BY WINDSOR HOTEL หรือระดับเดียวกัน
ค่ำ  :    รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารในโรงแรม
จากนั้น
    นำท่านชมขบวนพาเหรดอันงดงามในเทศกาลคาร์นิวัลแห่งกรุงริโอเดอจาเนโร ที่มีชื่อเสียงไปทั่วโลกบนที่นั่ง VIP SEAT ด้วยขบวนพาเหรดในชุดแฟนซีหลากสีสันนับร้อยขบวน ท่านจะเพลิดเพลินและเต็มอิ่มกับโชว์และพาเหรดหลากลีลาตั้งแต่หัวค่ำยันรุ่งเช้า ซึ่งในรอบปีจะมีการจัดเพียงครั้งเดียว ให้ท่านได้ประสบการณ์ที่น่าจดจำมิรู้ลืมกับสีสันอันหลากหลาย และบรรยากาศของงานเฉลิมฉลองระดับโลก

 

 

 

 

วันที่สี่ (อาทิตย์ที่ 10 มี.ค. 62)   ริโอเดอจาเนโร – อิกวาสุ  
เช้า  :   รับประทานอาหารเช้าในโรงแรม
อิสระให้ท่านได้พักผ่อนอย่างเต็มที่เพราะเมื่อคืนดึก
เที่ยง  :   รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร  
บ่าย  :  เดินเล่นช้อปปิ้งสินค้าตามอัธยาศัย หรือลงเล่นน้ำทะเลบริเวณชายหาด COPACABANA จากนั้นนำท่านชมเมืองริโอเดอจาเนโร ซึ่งถูกค้นพบในเดือนมกราคม ค.ศ. 1565 และได้รับการขนานนามตามชื่อเดือนที่ถูกค้นพบ โดย ESTACIO DE SA  หลังจากที่ประกาศเอกราชจากประเทศโปรตุเกส ริโอจึงกลายเป็นเมืองหลวงของประเทศบราซิล จนถึงปี ค.ศ. 1960 เมืองหลวงได้ย้ายไปอยู่ที่เมืองบราซิลเลียแทน แต่ริโอก็ยังคงเป็นเมืองที่มีความสำคัญด้านวัฒนธรรมและเป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวของประเทศ และยังเป็นเมืองหลวงของรัฐริโอเดอจาเนโรอีกด้วย นำท่านผ่านชมสนามกีฬายักษ์ “มาราคาน่า” (MARACANA STADIUM) ซึ่งเป็นสนามกีฬาที่ใหญ่ที่สุดในโลก จุผู้เข้าชมได้ถึง 200,000 คน ซึ่งสร้างขึ้นเมื่อปี ค.ศ. 1950 (พ.ศ. 2493) นอกจากใช้เป็นสถานที่แข่งฟุตบอลแล้ว ยังใช้เป็นเวทีแสดงคอนเสิร์ตกลางแจ้งอีกด้วยผ่านชมมหาวิหารใหญ่ย่านใจกลางเมือง สวนสาธารณะอันร่มรื่น อนุสาวรีย์สงคราม ฯลฯ /จากนั้นเดินทางสู่สนามบิน
เวลา 19.00 น. :   อิสระรับประทานอาหารค่ำภายในสนามบิน (คืนเงินท่านละ 30 USD)
เวลา 21.10 น. :   ออกเดินทางสู่อิกวาสุ โดยสายการบินจีโอแอล ลินฮัส แอร์ไลนส์ เที่ยวบินที่ G3 2077
เวลา 23.30 น. :   ถึงสนามบินเมืองอิกวาสุ (IGUACU) เมืองที่เป็นรอยต่อของ 3 ประเทศ คือ บราซิล, อาร์เจนตินาและปารากวัย นำท่านเข้าสู่โรงแรมที่พัก BOURBON CATARATAS RESORT  หรือระดับเดียวกัน 2 คืน (เตรียมชุดตะลุยน้ำตกสำหรับวันพรุ่งนี้) ให้ท่านได้มีเวลาอิสระพักผ่อนตามอัธยาศัย
ค่ำ  :    รับประทานอาหารค่ำในโรงแรม

 

 

 

 

วันที่ห้า (จันทร์ที่ 11 มี.ค. 62)   อิกวาสุ  
เช้า  :    รับประทานอาหารเช้าในโรงแรม
นำท่านชมน้ำตกอิกวาสุฝั่งประเทศอาร์เจนตินาจากฝั่งบราซิล ท่านจะได้สัมผัสกับความงามแสนมหัศจรรย์ของธรรมชาติ น้ำตกโค้งทรงเกือกม้าที่เกิดจากแม่น้ำริโอ  อิกวาสุทั้งสายไหลมาจากหน้าผาเบื้องบนตกลงสู่หุบเหวย่อยๆ ได้อีกเกือบ 30 แห่ง พลังน้ำตกที่ตกลงมากระทบก้อนหินเบื้องล่างก่อให้เกิดละอองน้ำกระเซ็นกระจายไปทั่ว แล้วปรากฏเป็นรุ้งกินน้ำทอสีสวยสดใส ซึ่งท่านสามารถเดินเข้าไปสัมผัสกับพลังของธรรมชาติ  ได้อย่างใกล้ชิด (ไม่ต้องกลัวเปียก เพราะทางยูนิตี้ มีเสื้อกันฝนไว้บริการ) ชมน้ำตกอิกวาสุ (BRAZILIAN FALLS) ซึ่งเป็นน้ำตกที่กว้างใหญ่ที่สุดในโลก ใหญ่กว่าน้ำตกไนแองการ่าในทวีปอเมริกาเหนือถึง 4 เท่า ตั้งอยู่บริเวณหน้าผาริมแม่น้ำอิกวาสุ ซึ่งเป็นพรมแดนที่ครอบคลุมทั้งดินแดนบราซิลและอาร์เจนตินา ค้นพบโดยนักสำรวจชาวสเปนชื่อ AI VARO NUNES CABEZA DE VECA เมื่อปี ค.ศ. 1542 จัดเป็นสิ่งมหัศจรรย์ทางธรรมชาติอีกสิ่งหนึ่งซึ่งท่านจะได้สัมผัส
เที่ยง  :    รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารพื้นเมือง
บ่าย  :    นำท่านนั่งเรือเจ็ทมาคูคูล่องแม่น้ำอิกวาสุ (MACUCO SAFARI) เพื่อชื่นชมกับความงดงามของน้ำตกแห่งนี้อย่างใกล้ชิด พร้อมความสนุกสนาน ตื่นเต้น ที่ท่านจะได้รับจากการล่องเรือเล่นคลื่นของน้ำตกแห่งนี้ (ทุกท่านต้องเตรียมชุดไปเปลี่ยนเพื่อล่องเรือตะลุยสายน้ำตกด้วย สนุกมาก)สำหรับท่านที่ไม่ลงเรือ สามารถเดินเล่นชมน้ำตกหรือแวะร้านกาแฟในโรงแรมบริเวณใกล้เคียง (แจ้งก่อนเดินทาง 15 วัน ค่าทัวร์ลดท่านละ………….บาท)
ค่ำ  :    รับประทานอาหารค่ำในโรงแรม

 

 

 

 

วันที่หก (อังคารที่ 12 มี.ค. 62)   อิกวาสุ – เซา เปาโล (บราซิล-เปลี่ยนเครื่อง)- ลิมา (เปรู)  
เช้า  :    รับประทานอาหารเช้าในโรงแรม
นำท่านสัมผัสประสบการณ์อันตื่นเต้นด้วยการนั่งเฮลิคอปเตอร์ (HELICOPTER) ชมความอลังการและความงามของน้ำตกอิกวาสุแบบวิวพาโนรามาจากมุมสูงได้อย่างชัดเจน ซึ่งไหลมาจากที่ราบสูงปารานา ตกจากขอบที่ราบสูงขนาดใหญ่ลงสู่พื้นที่ราบต่ำกว่า จึงกลายเป็นน้ำตกขนาดใหญ่เป็นแนวยาวกว่า 4 กิโลเมตร สูงกว่า 269 ฟุต ประกอบด้วยน้ำตกน้อยใหญ่อีก 275 แห่ง ให้ท่านได้เก็บภาพความประทับใจของน้ำตกแห่งนี้ที่ท่านจะได้เห็นน้ำตกทั้งทางฝั่งบราซิลและอาร์เจนติน่าได้อย่างใกล้ชิด
เที่ยง  :    รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารพื้นเมือง
บ่าย  :   นำท่านชมเขื่อนอิไตปู (TAIPU DAM) ซึ่งเป็นเขื่อนผลิตไฟฟ้าจากพลังน้ำที่มีกระแสใหญ่ที่สุดในโลก เป็นโครงการร่วมมือกันระหว่างประเทศบราซิลและปารากวัย คำว่า อิไตปู แปลว่า หินที่ส่งเสียงดัง การตั้งชื่อเขื่อนแห่งนี้ มาจากชื่อของเกาะแห่งหนึ่งในบริเวณลำน้ำพาราน่า ซึ่งน้ำตรงบริเวณเกาะนี้เชี่ยวจนทำให้เกิดเสียงน้ำกระทบกับหินที่ดังมาก (อิไต แปลว่าหิน /  ปู แปลว่า เสียงร้อง) ซึ่งในปัจจุบันไม่มีเกาะอิไตปูปรากฏอยู่เพราะได้จมอยู่ภายใต้อ่างเก็บน้ำเหนือเขื่อนแห่งนี้ / นำท่านสู่สนามบิน
ค่ำ  :    อิสระรับประทานอาหารค่ำภายในสนามบิน (คืนเงินท่านละ 30 USD)
เวลา 19.15 น. :   ออกเดินทางสู่เมืองเซา เปาโล ประเทศบราซิล โดยสายการบิน LATAM AIRLINES เที่ยวบินที่ LA 3467
เวลา 21.05 น.  :   ถึงสนามบินเซาเปาโล (SAO PAOLO) เมืองศูนย์รวมธุรกิจที่ใหญ่ที่สุดในทวีปอเมริกาใต้
(แวะพักเพื่อรอเปลี่ยนเที่ยวบิน พาท่านเดินเท้าเข้าพักที่โรงแรม TRYP BY WYNDHAM  ซึ่งตั้งอยู่บริเวณ Terminal 3 ของสนามบินเซาเปาโล เพื่อให้ท่านพักผ่อนระหว่างรอเปลี่ยนเที่ยวบิน
**ในเวลาก้ำกึ่งกับเวลาอาหาร การหาร้านอาหารรับประทานในสนามบินจะสะดวกกว่า แต่หัวหน้าทัวร์จะดูแลอำนวยความสะดวกแก่ท่าน

 

 

 

 

วันที่เจ็ด (พุธที่ 13 มี.ค. 62)   ลิม่า –ปาราคัส
เวลา 02.25 น. :  เดินทางสู่ลิมา โดยสายการบิน LATAM AIRLINES เที่ยวบินที่ LA 8100
เวลา 05.35 น. :  ถึงสนามบินกรุงลิม่า (LIMA) เมืองหลวงของประเทศเปรู
นำท่านรับประทานอาหารเช้า ณ โรงแรมใกล้กับสนามบิน
นำท่านชมเมืองลิม่า ผ่านชมทำเนียบรัฐบาล, มหาวิหารประจำเมือง, ศาสนสถาน, สนามสู้วัว, ตลาดดอกไม้สดบนถนนรีพับลิก นำชมย่านที่พักอาศัยชานเมืองแถวมิราโฟลเรส และซานอิสโตร ซึ่งมีชื่อเสียงในด้าน ความงามของบ้านและสวน
เที่ยง  :  รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารพื้นเมือง
บ่าย  :  เดินทางสู่ย่านเอเชีย ซึ่งเป็นเมืองพักตากอากาศริมทะเลซึ่งอยู่ไม่ไกลจากเมืองหลวงของลิม่ามากนัก ให้ท่านมีเวลาเดินเล่นช้อปปิ้งบนถนน Boulevard de Asia หรือ Asia Mall แหล่งช้อปปิ้งขนาดใหญ่ ที่เป็นศูนย์รวมของร้านค้า ซุปเปอร์มาเก๊ต โรงหนัง ร้านอาหาร เต็นท์รถ ลานกิจกรรม และอื่นๆ ได้เวลาอันสมควร นำท่านสู่เขตอ่าวปาราคัส (PARACAS BAY) ชมเมืองปาราคัส เมืองพักตากอากาศริมทะเลที่มีชื่อเสียงของประเทศเปรู ที่อยู่ไม่ไกลจากเขตอนุรักษ์ธรรมชาติปาราคัส ที่นี่มีโรงแรมและริสอร์ตหรูๆคอยให้บริการนักท่องเที่ยวอยู่มากมาย จากนั้นอิสระให้ท่านได้เดินพักผ่อนสูดอากาศอันบริสุทธ์
ค่ำ  :    รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
นำท่านเข้าที่พักโรงแรม DOUBLETREE BY HILTON หรือระดับเดียวกัน

 

 

 

 

วันที่แปด (พฤหัสที่ 14 มี.ค. 62)   ปาราคัส-ฮัวกากิน่า-เซอร์โร่ อซูล-ลิม่า
เช้า  :    รับประทานอาหารเช้าในโรงแรม
นำท่านเดินทางสู่ หมู่บ้านฮัวกากิน่า (HUACACHIMA) โดยเปลี่ยนยานพาหนะเป็นการใช้รถขับเคลื่อนสี่ล้อ Dune Buggy สนุกกับการตะลุยไปในทะเลทรายจนเข้าไปถึงชุมชนโอเอซิสกลางทะเลทราย ที่ตั้งอยู่ในเขตเมืองอิคา ทางตะวันตกเฉียงใต้ของประเทศ หมู่บ้านแห่งนี้สร้างขึ้นล้อมรอบสระน้ำธรรมชาติ ขนาดเล็กที่โอบล้อมไปด้วยเนินทราย ทำให้ในตอนนี้ฮัวกากิน่ามี สภาพไม่ต่างจากแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติสุดหรูหราอีกแห่งหนึ่ง แม้แต่ในยามค่ำคืนที่นี่ก็ยังคงสว่างไสวด้วยแสงไฟ สำหรับนักท่องเที่ยวที่รักการผจญภัยคงจะไม่พลาดที่จะหาโอกาสเดินทางมาเยือนฮัวกากิน่าแห่งนี้ให้ได้สักครั้ง ซึ่งเป็นอีกหนึ่งแหล่งท่องเที่ยวของประเทศเปรูที่ไม่ควรพลาด และควรไปให้เห็นสักครั้งถ้ามีโอกาส
เที่ยง  :    รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารพื้นเมือง
บ่าย  :   ออกเดินทางสู่กรุงลิม่า (LIMA) เมืองหลวงของประเทศเปรู ระหว่างทางแวะชายหาดเซอร์โร่ อซูล (Cerro Azul) ที่นี่จัดได้ว่าเป็นชายหาดที่สวยที่สุดแห่งหนึ่งของเปรู และเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่นิยมของคนเล่นเซิร์ฟ เพราะมีคลื่นขนาดใหญ่ ได้เวลาอันสมควรเดินทางต่อสู่เมืองลิม่า
ค่ำ  :   รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
นำท่านเข้าที่พักโรงแรม MARRIOTT หรือระดับเดียวกัน

 

 

 

 

วันที่เก้า (ศุกร์ที่ 15 มี.ค. 62)  ลิม่า-คูซโก้
เช้า  :    รับประทานอาหารเช้าในโรงแรม / นำท่านสู่สนามบิน
เวลา 10.29 น.  :   ออกเดินทางสู่เมืองคูซโก โดยสายการบิน LATAM AIRLINES เที่ยวบินที่ LA 2021
เวลา 12.00 น. :   ถึงสนามบินคูซโก (CUZCO) นำท่านตรวจรับสัมภาระ จากนั้นเดินทางเข้าสู่ตัวเมือง         
เที่ยง :    รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารพื้นเมือง
บ่าย  :   นำท่านชมเมืองคูซโก เมืองหลวงโบราณของเปรู ซึ่งตั้งอยู่เหนือระดับน้ำทะเลถึง 3,400 เมตร และเป็นแหล่งอารยธรรมยุคก่อนประวัติศาสตร์ที่ลึกลับน่าทึ่ง เป็นชุมชนเก่าแก่ของจักรวรรดิอินคาอันรุ่งเรือง ซึ่งยังคงทิ้งร่องรอยแห่งความเจริญไว้เป็นซากปรักหักพังโบราณสถานและโบราณวัตถุต่างๆ ชมซากป้อมสังเกตการณ์ปูคาปูตาราทัมปูมาเช สถานที่พักผ่อนและสถานที่อาบน้ำที่ยังคงใช้การได้อยู่
ค่ำ  :    รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร พร้อมชมการแสดงดนตรีพื้นเมืองของชาวอินคา
นำท่านเข้าที่พักโรงแรม MARRIOT CUSCO หรือระดับเดียวกัน (2 คืน) ปรับสภาพร่างกายให้คุ้นเคยกับบรรยากาศของเมืองในเทือกเขาแอนดีส (ซึ่งอยู่สูงกว่าปรกติ)

 

 

 

 

 

วันที่สิบ (เสาร์ที่ 16 มี.ค. 62)    คูซโก – มาชูปิชู – คูซโก 
เช้า  :   รับประทานอาหารเช้าในโรงแรม
เวลา 06.15 น. :   นำท่านเดินทางออกโดยรถไฟไต่ขึ้นเขาแอนดิสอันยิ่งใหญ่ ระหว่างทางผ่านชมความสวยงาม โดยเฉพาะเมื่อมีหมอกหรือฉ่ำฝน จะทำให้ลึกลับเข้ากับสถานที่ยามที่เมฆลอยต่ำซ่อนยอดเขาไว้ในสายหมอก ข้างทางเป็นแม่น้อูรูบัมบา (URUBAMBA) ไหลแรง คดเคี้ยวขนานไปกับทางรถไฟสู่ปลายทางที่สถานีที่เมืองอควาส์ กา เลียนเต้ส์ (AQUAS CALIENTES) จากนั้นเดินทางโดยรถบัสสู่มาชูปิกชู (MACHU PICCHU) นครที่สาบสูญไปของอาณาจักรอินคาบนยอดเขาสูงที่ถูกหมอกปกคลุมอยู่เสมอ จนถึงปี 1911 นครแห่งนี้จึงปรากฏ สู่สายตาชาวโลกในลักษณะสภาพบ้านเมือง บ้านเรือนพระราชวัง วิหาร ซึ่งยังคงสภาพเดิมที่ดีราวกับได้รับการอนุรักษ์ดูแลไว้อย่างน่าอัศจรรย์ โดยฮิรัม บิงแฮม ผู้ค้นพบ ที่จริงเขาตั้งใจจะหาเมืองโบราณสองเมืองที่ปรากฎชื่ออยู่ในเอกสารโบราณ แต่กลับมาพบเมืองที่ไม่ปรากฎอยู่ในเอกสารใดทั้งสิ้น เลยตั้งชื่อเมืองตามชื่อภูเขาที่เป็นที่ตั้ง (MACHU PICCHU) หมายความว่า OLD MOUNTAIN และข้างๆ ยังมียอดเขา HUAYNA PICCHU หรือ NEW MOUNTAIN ตัวโบราณสถานมาชู ปิกชูนั้นซ่อนอยู่บนยอดเขาสูงเฉียดฟ้า และ ณ ที่นี่คือเมืองที่ไม่กี่ร้อยปีมานี้ยังมีผู้คนอาศัย ก่อนจะถูกทิ้งร้างไปเมื่อสเปนเข้ามาในศตวรรษที่ 15 เมืองที่อาจจะไม่ได้สวยงามสมบูรณ์แบบแต่ความมหัศจรรย์อยู่ตรงสถานที่ตั้งที่สวยด้วยบรรยากาศโดยรอบ นำท่านชมบริเวณรอบเขามาชูปิกชู
เที่ยง  :    รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารพื้นเมือง
บ่าย  :    ออกเดินทางโดยรถไฟกลับสู่คูซโก
** วันนี้เป็นอีกวันของประสบการณ์การท่องเที่ยวที่ท่านจะประทับใจไปตลอดชีวิต **
ค่ำ   :  รับประทานอาหารค่ำในโรงแรม

 

 

 

 

 

วันที่สิบเอ็ด (อาทิตย์ที่ 17 มี.ค. 62)   คูซโก –ซานติอาโก้ (ชิลี)
เช้า  :   รับประทานอาหารเช้าในโรงแรม / นำท่านสู่สนามบิน
เวลา 8.43 น. :   ออกเดินทางสู่เมืองลิม่า โดยสายการบิน LATAM AIRLINES เที่ยวบินที่ LA 2054
เวลา 10.15 น. :  ถึงสนามบินลิม่า (LIMA) แวะพักรอเปลี่ยนเที่ยวบิน
เวลา 12.25 น. :  ออกเดินทางสู่เมืองซานติอาโก้ โดยสายการบิน LATAM AIRLINES เที่ยวบินที่ LA 2369
เวลา 18.00 น. :   ถึงสนามบินเมืองซานติอาโก้ (LIMA) เมืองหลวงของประเทศชิลี
ค่ำ  :    รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารพื้นเมือง
นำท่านเข้าที่พักโรงแรม RITZ CARLTON หรือระดับเดียวกัน

 

 

 

 

วันที่สิบสอง (จันทร์ที่ 18 มี.ค. 62)   ซานติเอโก้ – VALPARAISO- บัวโนสไอเรส (อาร์เจนติน่า)
เช้า  :   รับประทานอาหารเช้าในโรงแรม
ออกเดินทางสู่เมือง VINA DEL MAR เมืองเล็กๆ ที่น่ารัก ซึ่งได้รับการขนานนามว่าเป็น GARDEN CITY นำท่านชมเมือง และบันทึกภาพกับนาฬิกาดอกไม้ สัญลักษณ์ของเมืองนี้
จากนั้นนำท่านเข้าสู่ VALPARAISO เมืองท่าที่สำคัญของชิลี ตั้งอยู่ทางตอนเหนือของซานติอาโก้ เมืองนี้มีประวัติความเป็นมาย้อนไปถึงปี ค.ศ.1536 มีสถาปัตยกรรมที่สวยงาม จึงได้รับการจัดอันดับเป็นเมืองมรดกโลก (WORLD CUTURAL HERRITAGE) ด้วยเหตุที่พื้นที่ส่วนใหญ่ของเมืองนี้เป็นภูเขาริมทะเล ผู้คนตั้งบ้านเรือนอยู่บนภูเขา การเดินทางขึ้นเขาที่ใช้มาเนิ่นนานคือรถรางชักรอกขึ้นไป ให้ท่านได้ขึ้นเขาเพื่อชมวิวความงามของเมืองที่มีเอกลักษณ์ด้วยการทาสีบ้านหลากสีสวยงามจนดูเหมือนบ้านตุ๊กตา และเลือกซื้อของที่ระลึกตามอัธยาศัย
เที่ยง  :   รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารพื้นเมือง
บ่าย  :   นำท่านชมไร่องุ่น INDOMITA WINERY และการผลิตเหล้าองุ่น สินค้าชื่อดังของชิลี พร้อมให้ท่านได้ทดลองชิมไวน์ และเลือกซื้อสินค้าเป็นที่ระลึก จากนั้นเดินทางกลับสู่ซานติเอโก้ พาท่านเที่ยวชมเมืองซานติเอโก้ ชมสถานที่สำคัญๆ ของตัวเมืองที่เต็มไปด้วยสถาปัตยกรรมที่มีศิลปะหลากหลายรูปแบบ โดยเฉพาะอาคารในสไตล์โคโรเนียนที่งดงาม ผ่านบริเวณพระราชวังเก่า พิพิธภัณฑ์ หอศิลป์ โบสถ์ และจตุรัสต่างๆ /เดินทางสู่สนามบิน
ค่ำ  :    อิสระรับประทานอาหารค่ำภายในสนามบิน (คืนเงินท่านละ 30 USD)
เวลา 20.25 น. :   ออกเดินทางสู่บัวโนสไอเรส โดยสายการบิน LATAM AIRLINES เที่ยวบินที่ LA 463
เวลา 22.30 น. :   ถึงสนามบินบัวโนสไอเรส (BUENOSAIRES) เมืองหลวงของประเทศอาร์เจนติน่า นำท่านเข้าที่พักโรงแรม INTERCONTINENTAL HOTEL หรือระดับเดียวกัน

 

วันที่สิบสาม (อังคารที่ 19 มี.ค. 62)   บัวโนสไอเรส – เอล คาลาฟาเต้
เช้า  :    รับประทานอาหารเช้าในโรงแรม / นำท่านสู่สนามบิน
เวลา 08.30 น. :   ออกเดินทางสู่เอล คาลาฟาเต้ โดยสายการบิน LATAM AIRLINES เที่ยวบินที่ LA 7732
เวลา 11.52 น. :   ถึงสนามบินเมืองเอล คาลาฟาเต้ (EL CALAFATE) เมืองที่ตั้งอยู่ริมฝั่งทางใต้ของทะเลสาบอาร์เจนติโน ทางตะวันตกเฉียงใต้ของเมืองซานตา ครูซ ประเทศอาร์เจนติน่า
เวลา 13.00 น. :   รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
บ่าย  :  นําท่านชมธารนํ้าแข็งเปริโต มอเรโน (PERITO MORENO) เป็นธารนํ้าแข็งที่เลื่องชื่อมากก่อตัวเป็น     แนวกําแพงสูงขนาดความกว้าง 5 กิโลเมตร และสูงเฉลี่ยอยู่ที่ 74 เมตร (240 ฟุต) จากระดับผิวนํ้า เป็นธารนํ้าแข็งที่มีการเติบโต และเปลี่ยนแปลงตลอดเวลาหลายพันปีก่อนพื้นที่อุทยานฯ แห่งนี้ ถูกปกคลุมด้วยธารนํ้าแข็งทั้งหมด แต่ด้วยอุณหภูมิที่อุ่นขึ้น จึงทําให้ก้อนนํ้าแข็งละลาย และเหลืออยู่ให้เห็นในปัจจุบัน มีการแตกลั่นเสียงดังสนั่น หวั่นไหวตลอดทั้งวัน เนื่องจากก้อนนํ้าแข็งมหึมาที่ตกลง ในทะเลสาบก่อให้เกิดคลื่นลูก ใหญ่ซัดชายฝั่งอย่างรุนแรง อีกทั้งธารนํ้าแข็งจะขยายตัวในทุกๆ รอบสี่ปีเนื่องจากธารนํ้าแข็งไปปิดทางออกของนํ้า ระดับนํ้าในทะเลสาบจึงมักเพิ่ม สูงขึ้นจนถึงระดับที่อาจทําให้กําแพงนํ้าแข็งทลาย แล้วเดินทางกลับเอล คาลาฟาเต้
ค่ำ  :   รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
นำท่านเข้าที่พักโรงแรม XELENA หรือ IMAGO HOTEL หรือระดับเดียวกัน (2 คืน)

 

 

 

 

วันที่สิบสี่ (พุธที่ 20 มี.ค. 62)    เอล คาลาฟาเต้   
เช้า  :   รับประทานอาหารเช้าในโรงแรม
นําท่านเดินทางสู่เปอร์โต บานเดอร่า (PUERTO BANDERA) หมู่บ้านที่ตั้งอยู่ในจังหวัดซานตาครูซ ซึ่งอยู่ห่างจากเอล คาฟาเต้ไปประมาณ 47 กิโลเมตร นําท่านชมธารนํ้าแข็งอัปซาลา (UPSALA GLACIER) เป็นธารนํ้าแข็ง ขนาดใหญ่ที่ถือเป็น 1 ใน 10 สถานที่ในโลกที่เหมาะจะดูธารนํ้าแข็ง และเป็น ธารนํ้าแข็งที่ยาวที่สุด เป็นอันดับสองในอเมริกาใต้ 25 นําท่านล่องเรือชมธารนํ้าแข็ง โดยเรือจะล่องไปตามทะเลสาบอาเจนติน่า (ARGENTINE LAKE) ซึ่งเป็นทะเลสาบที่ใหญ่ที่สุดในอาเจนติน่า ตื่นตาตื่นใจกับธารนํ้าแข็งที่ยาวกว่า 50 กิโลเมตร กว้างประมาณ 10 กิโลเมตร ซึ่งถือเป็นธารนํ้าแข็งที่ใหญ่ที่สุดในบริเวณนี้
เที่ยง  :   รับประทานอาหารอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
บ่าย  :   นำท่านเปิดประสบการณ์การท่องเที่ยวอีกรูปแบบหนึ่งด้วยการนั่งรถโฟร์วีล 4×4 วิ่งขึ้นเขาไปตามเส้นทางจนถึงจุดชมวิวซึ่งเรียกว่า เป็น UPPSALA VIEWPOINT เพื่อดื่มด่ำกับบรรยากาศของวิวทิวทัศน์แบบ 360 องศา ซึ่งถือเป็นกิจกรรม Once in a life time ที่ท่านไม่ควรพลาด
ค่ำ  :   รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
**หมายเหตุ       การล่องเรือชมธารน้ำแข็ง และการนั่งรถ 4WD ขึ้นอยู่กับสภาพอากาศ หากสภาพอากาศไม่เอื้ออำนวย ทางบริษัทจะจัดหากิจกรรมอื่นทดแทน

 

วันที่สิบห้า (พฤหัสบดีที่ 21 มี.ค. 62)   เอล คาลาฟาเต้ – บัวโนสไอเรส
เช้า  :     รับประทานอาหารเช้าในโรงแรม
อิสระให้ท่านได้พักผ่อน เดินเล่นชมเมืองตามอัธยาศัย/ นำท่านสู่สนามบิน
เที่ยง  :    รับประทานอาหารเที่ยงภายในสนามบิน (คืนเงินท่านละ 30 USD)
เวลา 12.15 น. :   ออกเดินทางสู่บัวโนสไอเรส โดยสายการบิน LATAM AIRLINES เที่ยวบินที่ LA 7733
เวลา 15.08 น. :    ถึงสนามบินบัวโนสไอเรส (BUENOSAIRES) เมืองหลวงของประเทศอาร์เจนติน่า นำท่านเข้าที่พักโรงแรม INTERCONTINENTAL HOTEL หรือระดับเดียวกัน
ค่ำ  :    รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร SENOR TANGO สเต็กชั้นเลิศพร้อมชมโชว์ระบำแทงโก้อันงดงามตระการตา

 

 

 

 

 

วันที่สิบหก (ศุกร์ที่ 22 มี.ค. 62)   บัวโนสไอเรส – โดฮา  
เช้า :   รับประทานอาหารเช้าในโรงแรม
นำท่านท่องเที่ยวแบบสบายสบายด้วยการนั่งรถโค้ชสู่เส้นทางเลียบชายฝั่งทะเล (TREN DE LA COSTA) เพื่อสัมผัสกับวิถีชีวิตของคนท้องถิ่นและสภาพบ้านเรือนที่สวยงาม จากนั้นเปลี่ยนอารมณ์การเดินทางด้วยการล่องเรือสู่ดินดอนสามเหลี่ยมปากแม่น้ำปาราน่า (PARANA DELTA) ที่เต็มไปด้วยบ้านพักตากอากาศและร้านอาหารสไตล์อิตาเลียนของเหล่าบรรดาเศรษฐีมาใช้ชีวิตกันในยามพักผ่อน
เวลา 13.00 น. :    รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารท้องถิ่น
บ่าย :   นำท่านชมกรุงบัวโนสไอเรส และสถานที่สำคัญของบัวโนไอเรส บัวโนสไอเรส ซึ่งมีความหมายว่า อากาศดีที่เต็มไปด้วยสถาปัตยกรรมในยุคที่อยู่ภายใต้การปกครองของสเปน เช่น ทำเนียบประธานาธิบดี หรือ กาซ่า โรซาดา (CASA ROSADA) ซึ่งแปลว่าสีชมพู หรือบ้านสีกุหลาบ, มหาวิหารเซนต์มาร์ติน (SAN MARTIN), จตุรัสพลาซ่ามายอร์ (PLAZA DE MAYO), มหาวิหารโรเซอแรตต้า (THE METOPOLITAN CATHEDRAL) ที่ฝังศพของนายพลโฮเซ่ เดอ ซานมาร์ติน ผู้กอบกู้อิสรภาพแห่ง      อาร์เจนติน่า, ย่านลาโบกา (LA BOCA) ย่านที่อยู่อาศัยของชนชั้นแรงงาน มีสีสันสดใสหลากหลาย ชม  CAMANITO หมู่บ้านแทงโก้ที่ยังคงรักษาความเป็นเอกลักษณ์ความเป็นชุมชนเก่าแก่ไว้ได้อย่างสมบูรณ์ จากนั้นอิสระให้ท่านได้เดินเล่นช้อปปิ้งสินค้าตามอัธยาศัย/ จากนั้นนำท่านสู่สนามบิน
เวลา 22.40 น. :   ออกเดินทางสู่นครโดฮา ประเทศกาตาร์ โดยเที่ยวบินที่ QR 774
(เครื่องบินจะแวะรับผู้โดยสารที่เซาเปาโล ประมาณ 1.30 ชม)
—- บินข้ามเส้นแบ่งเวลาสากล ——

วันที่สิบเจ็ด (เสาร์ที่ 23 มี.ค. 62)   อยู่ระหว่างการบิน
เวลา 23.55 น. :    ถึงสนามบินโดฮา อิสระตามอัธยาศัย รอเปลี่ยนเที่ยวบิน

วันที่สิบแปด (อาทิตย์ที่ 24 มี.ค. 62)  โดฮา – กรุงเทพฯ
เวลา 02.15 น. :   ออกเดินทางกลับสู่กรุงเทพฯ โดยเที่ยวบินที่ QR 980
เวลา 12.55 น. :   ถึงสนามบินสุวรรณภูมิ โดยสวัสดิภาพ (ชั้น 2 ผู้โดยสารขาเข้า)

 

 

 

กำหนดการเดินทาง    7-24 มี.ค. 2562
อัตราค่าบริการ

พักห้องคู่ (สายการบินกาต้าร์ แอร์เวย์ ชั้นทัศนาจร) ท่านละ

424,000.-บาท   

พักห้องเดี่ยว เพิ่มท่านละ

68,000.-บาท     

*มีตั๋วแล้ว (สายการบินกาต้าร์ แอร์เวย์) หักท่านละ

57,000.-บาท

ตั๋วชั้นธุรกิจ (สายการบินกาต้าร์ แอร์เวย์) ท่านละ

600,000.-บาท

** ราคาอาจมีปรับขึ้น-ลง ตามราคาน้ำมันที่ปรับขึ้น-ลง แต่จะปรับตามความเป็นจริงที่สายการบินประกาศปรับ และที่มีเอกสารยืนยันเท่านั้น**

อัตราค่าบริการรวม
– ค่าตั๋วเครื่องบินไป-กลับแบบหมู่คณะตามรายการ                        

– ค่าโรงแรมที่พักตามรายการ (เดอลักซ์)
– ค่าอาหารตามรายการ (เดอลักซ์)                                          
– ค่าเข้าชมสถานที่ตามรายการ     
– ค่ารถรับส่งตลอดรายการ                                                
– ค่ามัคคุเทศก์ชำนาญงานจากบริษัท
– ค่าขนกระเป๋าเดินทางท่านละ 2 ใบๆ ละไม่เกิน 25 กก. (สำหรับสายการบินกาต้าร์ แอร์เวย์ / ชั้นทัศนาจร)
– ค่าภาษีสนามบินตามรายการ                                              
– ค่าทิปคนขับรถ
– น้ำดื่มท่านละ 1 ขวด/วัน

– ค่าประกันอุบัติเหตุในวงเงินท่านละ 3,000,000 บาท, ค่ารักษาพยาบาลวงเงิน 1,500,000 บาท(ไม่คุ้มครองโรคประจำตัว)
**ปกติแล้วทัวร์ทั่วไปจะใช้ประกันของตัวแทนที่ยุโรป ซึ่งคุ้มครองแต่อุบัติเหตุ เป็นประกันกลุ่มแบบเหมาเป็นหมื่นหัว และเบี้ยประกันประมาณคนละ 50-60 บาท แต่ของยูนิตี้เรามีซื้อประกัน ALLIANZ  เพิ่มให้ลูกค้าทุกท่านอีก 1 ฉบับ เจ็บป่วยจากการเดินทางจากอุบัติเหตุหรือสาเหตุอื่น ถ้าเข้ารักษาตัวในโรงพยาบาลจะคุ้มครองได้มากกว่าทัวร์ทั่วไป ยกเว้นโรคประจำตัวหรือโรคร้ายแรงที่แพทย์วินิจฉัยว่าเป็นมาก่อนเดินทาง

อัตราค่าบริการไม่รวม  
– ค่าใช้จ่ายส่วนตัว อาทิ ค่าโทรศัพท์, ค่าซักรีด, ค่าอาหารหรือเครื่องดื่มพิเศษ ฯลฯ

– ค่าภาษีมูลค่าเพิ่ม
– ค่าทิปหัวหน้าทัวร์จากบริษัท
– ค่าใช้จ่ายอันเกิดจากการทำหนังสือเดินทางหายทุกกรณี

จองทัวร์ ดาวน์โหลด เพิ่มเติม
ค้นหาทัวร์