Uncategorized

รู้เรื่องทัวร์ (ก่อนจอง)

ในตลาดทัวร์มีบริษัททัวร์เป็นร้อยๆ บริษัทให้เลือก ราคาก็ต่างกันเยอะ คำถามยอดฮิตคือ ทำไมราคาต่างกันมาก ทัวร์คุณกับทัวร์นั้นต่างกันอย่างไร เนื่องจาก    ฝ่ายขายต้องอธิบายกันวันละหลายๆ กระผมจึงขออนุญาตเขียนอธิบายแบบง่ายๆ ให้ท่านเข้าใจ ขอเรียนว่าเขียนแบบข้อมูลจริงๆ ไม่ได้คิดจะแบ่งแยกชนชั้นหรือว่าใครสูงต่ำกว่ากัน หรือใส่ร้ายป้ายสีใคร แต่ราคาสินค้ามันเป็นตัวกำหนดคุณภาพของมันเอง เปรียบเทียบให้เห็นภาพง่ายๆ ท่านที่บินด้วยชั้นธุรกิจจะได้สิทธิ์ขึ้นเครื่องบิน-ออกจากเครื่องบินก่อน (คิวผ่านตรวจคนเข้าเมืองยังก่อนคนอื่นเลย) อาหารและเครื่องดื่มบนเครื่องก็ดีกว่ามาก ที่นั่งก็ปรับนอนได้ 180 องศา ไม่ใช่เพราะชนชั้นแต่มันขึ้นอยู่กับราคาที่ท่านจ่าย มาว่ากันเป็นหัวข้อเลยนะครับ และขอเน้นที่การไปเที่ยวยุโรป

  1. สายการบิน
    • หากเราใช้สายการบินตรงไปยุโรป จะใช้เวลาประมาณ 11-12 ชั่วโมง แล้วแต่เมืองที่จะไป นอกจากการบินไทย (TG) ที่บินตรงแล้วยังมีสายการบินของชาติที่เราจะไปปลายทางบินตรงอีก เช่น จะไปเมืองซูริค สวิตเซอร์แลนด์ มีสายการบินของสวิส (LX) ที่บินตรง จะไปกรุงเวียนนาของออสเตรีย มีสายการบินออสเตรียน แอร์ไลนส์ (OS) ที่บินตรง จะไปกรุงเฮลซิงกิของฟินแลนด์มีฟินน์แอร์ (AY) ที่บินตรง
    • ปัจจุบันมีสายการบินจากตะวันออกกลางเข้ามามากมายเพื่อเป็นตัวเลือกที่ดีโดยเฉพาะราคาถูกมาก แต่จะต้องไปเปลี่ยนเครื่องบินกลางทาง (ขาไปบิน 2 ครั้ง + ขากลับบิน 2 ครั้ง) ต้องใช้เวลาบิน+เวลารอต่อเครื่องอีก 2-4 ชั่วโมง+การลดความเร็วเพื่อทำเพดานบินขึ้น-ลงในแต่ละครั้ง รวมแล้ว 17-19 ชั่วโมง
  2. โรงแรม
    • โรงแรมที่เลือกใช้มีตั้งแต่ 3-4 ดาว แล้วแต่งบประมาณของแต่ละบริษัททัวร์ ทั้งแบบโรงแรมของคนท้องถิ่น หรือแบบเป็นเชนหรือในเครือโรงแรมนานาชาติอย่าง NOVOTEL, HILTON, SHERATON (5 ดาวท้องถิ่นของหลายประเทศ เช่น อียิปต์, ตุรกี คงเท่า 4 ดาวของเครืออินเตอร์)  MERCURE บางแห่งไม่เต็ม 4 ดาว บางแห่ง 4 ดาว (แต่ตามต่างจังหวัดของฝรั่งเศสหาดีกว่านี้ค่อนข้างยากนิดนึง)
    • ระดับดาวเท่ากันแต่อยู่ในเมือง-อยู่นอกเมือง ราคาก็ต่างกันมาก โดยเฉพาะในเมืองใหญ่อย่าง ปารีส, ลอนดอน โรงแรม 4 ดาวในเมืองอาจเท่ากับ 5 ดาวนอกเมือง แต่บางเมืองก็แทบไม่มีให้เลือกเพราะเป็นเมืองเล็ก อย่างโกลมาร์ (COLMAR) ในแคว้นอัสซาสของฝรั่งเศส ใหญ่ที่สุดคือ MERCURE HOTEL ซึ่งลูกค้าบางท่านอาจไม่ค่อยปลื้มกับสภาพห้องและอาหารเช้านัก จะให้สะดวกคงต้องไปเมืองสตราสบูร์ก (STRASBOURG) ที่อยู่ห่างไป 1 ชั่วโมง 15 นาที เพราะมีทั้ง HILTON และ SOFITEL หรือจะไปแถวริโบวิว (RIBEAUVILLE) โรงแรมแบบ รีสอร์ท 5 ดาว BARRIER ไปเลย (ไปอีก 45 นาที)  อีกหนึ่งเมืองที่ลูกค้าอยากจะไปนอนมากคือที่เมืองฮอลสตัท (HALLSTATT) ในออสเตรีย เมืองนี้มีโรงแรม 4 ดาว เพียง 1 แห่ง คือ HERITAGE HOTEL มีปัญหาคือโรงแรมนี้มี 3 ตึก รวมทุกตึกแล้วมีห้องเพียง 65-67 ห้อง (คือบางช่วงมีห้องชำรุด ใช้ไม่ได้บ้าง) ทางโรงแรมไม่รับประกันว่าจะได้ตึกเดียวกันทั้งกรุ๊ปหรือไม่ ไม่ว่าคุณจะร้องขอข้ามเดือนข้ามปีมาแล้วก็ตาม เพราะขึ้นอยู่กับว่าวันนั้นห้องไหนว่าง มี 1 ตึกอยู่ติดทะเลสาบเป็นตึกอำนวยการ ห้องอาหารเช้าอยู่ตึกนี้ (อีก 2 ตึกต้องเดินขึ้น    เนินเขา และไม่มีห้องอาหารเช้า) *ทั้ง3 ตึกอยู่ห่างที่จอดรถบัสประมาณ 600 เมตร โรงแรมมีรถขนกระเป๋าคันเล็กเท่ารถแจ๊ซ 1 คัน ขนได้เฉพาะกระเป๋าเล็กเท่านั้น โรงแรมนี้เต็มเกือบตลอดปี (แค่คิดว่าคณะ 20-30 ท่าน นอนคนละตึกก็สนุกแล้วครับ)

 

  • โรงแรมดี อาหารเช้าก็ดีไปด้วย (โดยส่วนใหญ่) แต่กรุณาอย่าเอาไปเปรียบเทียบกับอาหารเช้าในโรงแรมของไทย หรือในเอเชียที่มีหลากหลายให้เลือกทั้งแบบตะวันตกและแบบเอเชีย อาหารเช้าของโรงแรมในเอเชียกินขาดครับ
  • การเที่ยวทัวร์ที่ย้ายโรงแรมทุกวัน 6 คืน 7 คืน เป็นความทรมานอย่างหนึ่งโดยเฉพาะประเทศไม่ใหญ่อย่างสวิตเซอร์แลนด์ หากเป็นสเปน, อิตาลี, อังกฤษ, เยอรมัน, ฝรั่งเศส ก็พูดยากหน่อยเพราะประเทศเขาใหญ่ เมืองท่องเที่ยวบางแห่งไกลกันมาก การเดินทางไกลเป็นเรื่องจำเป็น

** ท่านเคยสังเกตอย่างหนึ่งมั๊ยครับ เวลาไกด์หรือหัวหน้าทัวร์เข้าไปเช็คอินห้องพักให้ท่าน ทำไมนานจัง? คือ  อย่างงี้ครับ ทัวร์ไทยนะส่วนใหญ่มากันเป็นครอบครัว 4-10 ท่าน บางที 10-14 ท่าน ต้องใช้ห้องพัก 2-7 ห้อง มีทั้งนอนคนเดียว (SGL), นอนห้องคู่ 2 เตียง (TWN), นอน 2 คน แต่ 1 เตียงใหญ่ (DBL), นอน 3 คน 3 เตียง (TRP) บางโรงแรมห้องเดี่ยวมันมีจำกัด หรือห้อง 3 เตียงมันมีแค่บางชั้น ไกด์หรือหัวหน้าทัวร์ต้องสลับสับเปลี่ยนให้ลูกค้า สลับบ้านนี้ไปกระทบบ้านโน้นจะขอเปลี่ยนห้องใหม่ โรงแรมก็เต็ม บางท่านอาจบอกว่าตอนจองห้องทำไมไม่บอกกับโรงแรมเขามาก่อน เราบอกครับแต่ไม่ค่อยได้ตามต้องการ เพราะโรงแรมมีลูกค้าคนอื่นด้วย

** บริษัท ส่วนใหญ่ส่งขอมาก่อนทั้งนั้น แต่โรงแรมไม่เคยรับปากว่าจะได้ ทั้งนี้ต้องขึ้นอยู่ว่าวันที่เข้าพักมีห้องชั้นไหนว่างบ้าง และที่สำคัญโรงแรมใช้คอมพิวเตอร์ในการจัดห้องพัก เพียงแค่พนักงานคีย์ข้อมูลว่าต้องการห้องแบบไหนกี่ห้อง ระบบจะจัดห้องที่ว่างให้ พนักงานโรงแรมไม่เคยมาดูหรอกครับว่าบ้านนี้มี 2 ห้องติดกัน 1TWN + 1TRP  หรือบ้านนั้นใช้ 4 ห้อง 1SGL +2TWN+1TRP ต้องอยู่ติดกัน หน้าที่สลับห้องให้อยู่ใกล้กันจึงเป็นของหัวหน้าทัวร์ เป็นงานอีกอย่างที่หัวหน้าทัวร์ไม่ชอบเลย เพราะจะให้มันลงตัวทุกครอบครัว หรือห้องติดกันทุกครอบครัวยาก ส่วนใหญ่จะถูกต่อว่าหรือถูกบ่นเป็นประจำตอนแจกกุญแจห้องพัก (ที่ทำได้คือทำใจ)

**ขออนุญาตขยายความว่าห้องเดี่ยวในยุโรปส่วนใหญ่ อยู่ตามซอกหลืบมีเตียงเดียวจริงๆ ยูนิตี้ 2000 ทัวร์ เราจึงซื้อห้องพักแบบ 2 คน มาใช้เป็นห้องนอนคนเดียว เพราะฉะนั้นราคาห้องเดี่ยวของเราจึงแพงกว่าทัวร์อื่น

***ยูนิตี้ 2000 ทัวร์ เราคัดแบบ 4 ดาวเต็ม หรือ 4ดาว+ เท่านั้น

  1. อาหาร (ขอผ่านเรื่องอาหารเช้าในโรงแรม เพราะโดนบังคับอยู่แล้วแต่ถ้าโรงแรม 3 ดาวไม่ค่อยดี โรงแรม 4 ดาว อาหารเช้ายังธรรมดาๆ) เรื่องอาหารนี่ถ้าอธิบายละเอียดยาวมากจริงๆ ขอเรียนอธิบายอย่างย่อนะครับ คุณภาพอาหารไม่ว่าอาหารท้องถิ่น (อาหารพื้นเมือง) หรืออาหารแบบเอเชีย (จีน,ไทย) มันอยู่ที่ราคาที่ทัวร์นั้นๆ เลือกให้ลูกค้า จะบอกว่าอาหารท้องถิ่นแพงกว่าอาหารเอเชียคงไม่ได้ถ้าทัวร์นั้นจัดเมนูอาหารพื้นเมืองราคาถูกๆ ให้ท่าน
    • อาหารพื้นเมือง (อาหารฝรั่ง)

ทัวร์ราคาถูกๆ เมนูพื้นเมืองประมาณท่านละ 12-14 ยูโร

ทัวร์แบบดีขึ้นมาหน่อย เมนูพื้นเมืองประมาณท่านละ 15-18 ยูโร

** ขออนุญาตคุยว่าของยูนิตี้ 2000 ทัวร์ อยู่ที่ 20-30 ยูโร และมีมื้อพิเศษ 32-42 ยูโร เช่นที่อินเทอร์ลาเก้น,  ลูกาโน่, ปารีส, ลอนดอน, ปราค, อัมสเตอร์ดัม

  • อาหารแบบเอเชีย จีน หรือไทย มีหลากหลายราคาจากการสอบถามกับตัวแทนในยุโรป (LAND OPERATOR) และคุยกับร้านอาหาร (เราเป็นบริษัททัวร์ที่จองอาหารตรงกับร้านในยุโรปมากพอสมควร)

ทัวร์แบบถูกๆ ร้านจีนจะอยู่ที่ 6-7 ยูโร (240-280 บาท/หัว)

ทัวร์แบบดีขึ้นมาหน่อยประมาณ 12-14 ยูโร (400-500 บาท/หัว)

** ขออนุญาตเรียนว่าอาหารเอเชียของเราอยู่ที่ 16-20 ยูโร แล้วแต่เมือง (600-800 บาท/หัว)

** เคยเข้าไปคุยกับเจ้าของร้านอาหารที่ทำเมนู 6-7 ยูโรเพื่อรับทัวร์ราคาถูก ถามเจ้าของร้านว่าทำเมนูอะไรให้เขากินทำไมถูกจัง!! เขาบอกว่าตอนเช้าไปตลาดอันดับแรกเลือกผักที่ถูกที่สุดมา 3 อย่าง เช่น แตงกวา, กระหล่ำปลี, ผักกาดหรืออะไรอีก 1 อย่าง ผักพวกนี้กิโลกรัมละประมาณ 1 ยูโร แล้วเมนูจะออกมาประมาณนี้

1.ซุป (อาจเป็นมะเขือเทศ-ไข่) หรือซุปผักต้ม

2.ผัดแตงกวากับไก่

3.ผัดกระหล่ำปลีน้ำมันหอย

4.ผัดผักกาดกับน้ำมันหอย

5.ไก่ผัดกังเปา (น้ำซ๊อสข้นๆ มีพริกหวาน+แตงกวา+แครอท+ไก่+ถั่วลิสง)

6.ส้มผ่าซีก

**ไก่เป็นเนื้อสัตว์ที่ถูกสุด ตามด้วยปลา หมู เนื้อ

– เคยถามน้องที่เป็นหัวหน้าทัวร์พาทัวร์ถูกๆ ว่าเป็นไงบ้าง น้องบอกว่าไม่มีเงินสำรองถือไปจ่ายค่าอาหารเพิ่มหรอก ต้องย้ำร้านจีนว่าห้ามลงอาหารก่อนเด็ดขาด (เดี๋ยวลูกค้ากินกับเล่นหมด) ต้องลงข้าวเปล่าและรอให้ลูกค้าตักข้าวครบทุกคน และหัวหน้าทัวร์ลงน้ำพริกให้เรียบร้อยก่อน (เผื่อใครหิวมากกินข้าวกับน้ำพริกก่อนเลย) จากนั้นถึงเอากับข้าวมาลงได้ (100% เรื่องจริงไม่แต่งเติม)

-มีลูกค้าของเราเคยเล่าให้ฟังว่า เพื่อนชวนไปเที่ยวกับทัวร์ถูก เพราะอยากเก็บเงินไปช้อปปิ้ง ความเกรงใจเพื่อนเลยไปด้วย ท่านกลับมาเล่าให้ฟังว่าเวลาลงร้านอาหารจีน ท่านทำใจพอสมควรกับเมนูแต่ปัญหาคือไม่เคยตักอาหารทัน จะสั่งกินเองทัวร์ก็ไม่มีเวลา เพราะทัวร์ราคาถูกๆ โปรแกรมแน่นมากๆ  ส่วนใหญ่ท่านกับลูกต้องไปหาซื้ออะไรรับประทานตอนไปเที่ยว หรือเวลาช้อปปิ้ง ส่วนในมื้ออาหารท้องถิ่นมีคนละจานไม่ต้องแย่งกัน คุณภาพเป็นแบบไหนอีกเรื่องนึง (บางครั้งราคาทัวร์ก็อาจแยกกลุ่มลูกค้า หรือสังคมของลูกค้าได้)

**ใครๆ ก็เขียนบรรยายเมนูอาหารเลิศหรูได้ แต่ของจริงก็อีกเรื่องนึงครับ

**บางทัวร์จะปล่อยฟรี หารับประทานเองก็มี (ไม่รวมในค่าทัวร์) เพราะราคาจะดูไม่แพง

  1. โปรแกรมทัวร์ รวมค่าเข้าชมหรือไม่ (ทัวร์น้อยวันต้องเที่ยวเยอะๆ แบบวิ่งสู้ฟัด แต่โฆษณาบอกว่าชิลๆ เที่ยวสบายๆ)
    • ในยุโรปค่าเข้าชมส่วนใหญ่จะแพง 10-20 ยูโร และถ้าเป็นพิพิธภัณฑ์หรือวังต้องมีไกด์ท้องถิ่นนำบรรยาย ค่าไกด์ 200-300 ยูโร (1-2 ชั่วโมง) ไม่รวมทิปอีก 20-30 ยูโร แต่ข้อดีในยุโรปคือตามเมืองเก่า จัตุรัสกลางเมืองจะสวยงาม เดินเที่ยวถ่ายรูปได้ฟรีทั้งหน้าศาลว่าการเมือง โบสถ์ประจำเมือง ฯลฯ ทัวร์ราคาถูกจะไม่เน้นการเข้าชมภายใน หรือสถานที่เสียเงินค่าเข้าชม เรียกว่าขี่ม้าชมเมือง / การขึ้นเขาไปเล่นหิมะที่สวิตเซอร์แลนด์ยอดเขาแต่ละแห่งราคาก็ต่างกัน
    • หลายๆ ครั้ง มีการนำรูปของฤดูกาลหนึ่งมาลงในการโฆษณาขายในอีกฤดูกาล ซึ่งในยุโรปบางฤดูอย่างร้อนกับหนาวมันต่างกันลิบลับ หากเป็นไปได้ควรเช็คในเว็บดูนะครับ ว่าฤดูที่ท่านไปสภาพเป็นเช่นไร อย่างทะเลสาบในสวิตเซอร์แลนด์ที่ชื่อว่า BLAUSEE ซึ่งคือทะเลสาบที่หน้าร้อนหรือฤดูที่มีแดดดี (มีนาคม-ตุลาคม) น้ำในทะเลสาบจะสะท้อนท้องฟ้าสีของทะเลสาบจะเป็นสีฟ้าสวย แต่ฤดูหนาว ธันวาคม-กุมภาพันธ์ส่วนใหญ่มีแต่หิมะขาวโพลนและแดดก็ไม่ค่อยมี ท่านคิดว่าทะเลสาบจะเป็นสีฟ้าหรือสีน้ำเงินตามที่เขาบอกหรือไม่?

**โปรแกรมทัวร์ 10 วัน เขียนบรรยาย 9 หน้า – 10 หน้า อาจดูว่าชำนาญแต่จริงๆ แล้วคนพวกนี้นั่งท่องอินเตอร์เน็ตเอามาเขียนให้เคลิ้มทั้งนั้น โทรศัพท์ไปถามคนอื่นว่าทำได้มั๊ยก็มีเพราะเจ้าตัวไม่เคยไป

  1. มีรวมค่ายกกระเป๋าหรือไม่ เพราะในยุโรปค่ายกขึ้นประมาณ 3 ยูโร/ลงอีก 3 ยูโร แต่ถ้าเป็นไอซ์แลนด์หรือสแกน ครั้งละ 7-8 ยูโร (ขึ้น+ลง=14-15 ยูโร) นี่แค่โรงแรมเดียวนะครับ
  2. รวมทิปคนขับรถและทิปต่างๆ หรือยัง (ทิปหัวหน้าทัวร์ที่ขอเก็บเพิ่มส่วนใหญ่คือส่วนหนึ่งของเบี้ยเลี้ยง)
  3. รถบัสใหญ่

ในยุโรปรถบัสเล็กกับรถบัสใหญ่ราคาแทบไม่ต่างกัน เพราะฉะนั้น 14-15 ท่าน ทุกทัวร์ใช้รถบัส 40-50 ที่นั่งทั้งนั้น (เขียนกันจนลูกค้าถามเราว่าของคุณใช้รถใหญ่หรือป่าว จนเราต้องเขียนบอกมั่ง) ทุกบริษัท ใช้รถบัสใหญ่ทั้งนั้น (และของยูนิตี้ 2000 ทัวร์ เรามีข้อกำหนดกับตัวแทนในยุโรปด้วยว่ารถต้องไม่เกิน 3 ปี ไม่เอารถเก่าๆ โทรมๆ)

  1. น้ำดื่ม

ในยุโรปส่วนใหญ่น้ำดื่มในซุปเปอร์มาเก็ตราคาประมาณ 60-80 เซนต์เป็นปกติ คนขับรถบางคนจะซื้อมาเป็นลังและขายแก่นักท่องเที่ยวขวดละ 1 ยูโร ได้กำไรเล็กๆ น้อยๆ ราคาขวดละประมาณ 1 ยูโร ไม่ถือว่าแพงมาก ถือว่าปกติมาก (ทัวร์ 10 วัน วันแรกจากไทยไม่ได้แจก วันมาขึ้นเครื่องกลับ (TG) ส่วนใหญ่หลังอาหารเช้าแล้วไปสนามบินไม่ได้แจก วันสุดท้ายถึงไทยไม่ได้แจก รวมแจกจริงๆ 7 วัน 7 ขวด 7 ยูโร (เต็มที่) 280 บาท ไม่ถือว่ามากมายอะไรเลยเมื่อเทียบกับค่าทัวร์ยุโรป (ยกเว้นที่ไอซ์แลนด์ และประเทศแถบสแกนดิเนเวียที่แพงมากขวดละประมาณ 3 ยูโร)

  1. WIFI (ไวไฟ/วีฟี)

การใช้โฆษณาอย่างเลือกโรงแรมที่มีไวไฟฟรี (WIFI) ต้องเรียนอธิบายว่า หลายปีก่อนที่เริ่มมีไวไฟใช้โรงแรมในยุโรปส่วนใหญ่หารายได้จากการขายสัญญาณ ต่อมาก็เริ่มมีบริการให้ใช้ฟรี แต่เฉพาะที่ล๊อบบี้ของโรงแรม ปัจจุบันนี้มีบางโรงแรมให้ใช้ได้ฟรี แม้กระทั่งในห้องพัก (ย้ำว่าบางโรงแรม) ส่วนใหญ่ยังให้ฟรีแค่ที่ล๊อบบี้ หากทัวร์ไหนเขียนว่าเขาเลือกโรงแรมที่มีไวไฟฟรี ขอให้ท่านขอคำยืนยันเป็นลายลักษณ์อักษรว่าใช้ในห้องพักฟรีด้วย มิฉะนั้นท่านจะถูกหลอกให้ใช้ฟรีเฉพาะที่ล็อบบี้ เพราะทุกโรงแรมให้ใช้ที่ล๊อบบี้ฟรีอยู่แล้ว (ลักไก่เขียนเพื่อดูให้เหนือคนอื่น)

  1. เวนิส/อิตาลี

บางบริษัท ยังใช้วิธีขอเรือฟรีจากร้านแก้ว และร้านค้าบนเกาะที่อยู่ไกลออกไป แล้วเอาลูกค้าไปปล่อยทิ้งเป็นนานสองนาน ก่อนพามาเกาะใหญ่เกาะท่องเที่ยวที่เป็นที่ตั้งของโบสถ์เซนต์มาร์ค หรือซานมาร์โค โปรดระมัดระวัง

บทความและการอธิบายอย่างย่อๆ นี้ ไม่ได้มีเจตนา หรือว่าของถูกไม่ดีเลย (แต่ละท่านมีงบไม่เท่ากัน มีเหตุผลไม่เหมือนกัน บางท่านมีงบจำกัด แต่อยากเห็นยุโรปสักครั้ง บางท่านอยากเก็บเงินไว้ช้อปปิ้งไปหลายคนก็เยอะอยู่) เป็นเพียงการตอบคำถามที่เรามักถูกถามบ่อยๆ และอยากให้ท่านตามทันลูกเล่นคนทำทัวร์บ้าง จึงอยากเรียนท่านเป็นลายลักษณ์อักษร เพราะนอกเวลาทำการหรือวันหยุดท่านก็สามารถจะอ่านข้อมูลนี้เพื่อประโยชน์ในการตัดสินใจได้ง่ายขึ้น เราไม่ขอบอกว่าของเราดีที่สุดแต่เรามีความตั้งใจที่จะทำให้ลูกค้าคุ้มค่าที่สุดกับเวลาและเงินที่ท่านเสียไป

             ขอแสดงความนับถือ

                 เล็ก ภมร

 

ป.ล.

– คิววีซ่ามีจำกัดมากครับ โปรดรีบจองเพื่อรีบยื่น

– การบินไทยบินเข้า-ออกยุโรป ส่วนใหญ่วันละไฟลท์ และกลับประมาณ 12.30-14.25 น. ถึงเมืองไทยเช้าวันรุ่งขึ้น ยกเว้นลอนดอนและแฟรงค์เฟิร์ทที่มีกลับบ่ายและค่ำ

– เดี๋ยวนี้การโฆษณาเกินจริงแบบสุดขั้วมีมากเหลือเกิน เป็นยุคการใช้สื่อหลอกลวงมากที่สุดในวงการทัวร์ โดยเฉพาะการใส่รายการเที่ยวให้มากๆ แล้วบอกว่าเที่ยวคุ้มเที่ยวสบายๆ มีเวลา ซึ่งไม่จริงมากๆ